เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 15

กับดักในคืนเดือนมืด

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“สารวัตร... ถ้าเขายังไม่ตาย... แล้วคนที่อยู่ในโลงศพตอนงานฌาปนกิจนั่น... คือใครกันคะ?” คำถามนั้นยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ทว่าคำตอบที่ขวัญเนตรควรจะได้รับ กลับถูกกลืนหายไปในความมืดมิดของค่ำคืนนี้อย่างไร้ร่องรอย เรือนไม้สักเก่าแก่ท้ายคฤหาสน์อัศวเรืองฤทธิ์—สถานที่ซึ่งควรจะถูกปิดตายมานานหลายปี กลับมีแสงไฟสีส้มวับแวมลอดออกมาจากบานหน้าต่างไม้ระแนงที่ผุพัง พร้อมกับกลิ่นธูปและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมหนาว เนตรก้าวเดินไปตามทางเดินดินลูกรังที่โรยด้วยเกลือเม็ดหยาบ เสียงฝีเท้าของเธอเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบดัง *กรอบแกรบ* สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำกำกระเป๋าผ้าไหมที่บรรจุสำรับไพ่ทาโรต์ชุดเก่าแก่ไว้แน่น ราวกับมันเป็นเครื่องรางเดียวที่จะปกป้องเธอจากความชั่วร้ายที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ส่งมาจากเบอร์แปลกเมื่อสิบนาที, *“ถ้าอยากรู้ความจริงเรื่องโลงศพ... มาที่เรือนคนงานเก่าคนเดียว ไม่อย่างนั้นความลับของตระกูลนี้จะถูกฝังกลบตลอดกาล”* เนตรหลงกลเข้าให้แล้ว... เธอรู้ตัวดีตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตอาณาเขตของเรือนไม้หลังนี้ แต่สัญชาตญาณของหมอดูไพ่ทาโรต์บอกเธอว่า หากเธอไม่เดินหน้าเข้าหาเสือร้ายในถ้ำ ความลับที่พรากชีวิตบิดามารดาของเธอไปเมื่อหลายปีก่อน ก็ไม่มีวันถูกกระชากหน้ากากออกมาได้ *แอ๊ด...* เสียงบานประตูไม้สักเก่าแก่เปิดออกเองโดยไม่มีแม้แต่แรงลม ผลักดันให้เนตรต้องก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นอายของมนต์ดำเขมรต่ำ—กลิ่นที่เธอคุ้นเคยและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต—โชยปะทะเข้าจมูกอย่างจัง จนรู้สึกคลื่นไส้ ภายในห้องโถงมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนสีแดงฉานเล่มใหญ่ที่ปักอยู่บนกะโหลกศีรษะมนุษย์ วางอยู่บนโต๊ะบูชาไม้ไผ่ ตรงกลางห้องปรากฏร่างของหุ่นพยนต์ที่สานจากตอกไม้ไผ่ มัดด้วยสายสิญจน์เปื้อนเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ บนอกของหุ่นตัวนั้น... มีรูปถ่ายใบหน้าของเธอเองถูกเสียบไว้ด้วยตะปูตอกโลงศพ! “มาช้าเสียจริงนะ... แม่หมอขวัญเนตร” เสียงแหบพร่าราวกับเสียงของคนแก่ใกล้ตายดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง เนตรสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามต้นเสียง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากเสาไม้ต้นใหญ่ ร่างนั้นสวมเสื้อผ้าชุดไทยสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้เงาสลัว แต่รอยยิ้มที่เหยียดขึ้นที่มุมปากนั้น... ช่างเยือกเย็นและคุ้นตาเสียเหลือเกิน มาดามรำไพ... “ท่านมาทำอะไรที่นี่คะ มาดาม?” เนตรพยายามบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวระส่ำราวกับกลองเพล “หรือว่า... เรื่องราวทั้งหมดในคลังสมบัติของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ และศพในโลงวันนั้น เป็นฝีมือของท่านตั้งแต่แรก” มาดามรำไพหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนลุก “เด็กสาวโง่เขลา... คิดจะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง คิดว่าอ่านไพ่ไม่กี่ใบแล้วจะไขปริศนาของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ได้งั้นรึ? สามีฉัน... เจ้าสัวบูรพา เขาไม่ได้ตายเพราะโรคชรา... และไอ้คนที่นอนอยู่ในโลงวันนั้น ก็เป็นแค่ ‘ตัวตายตัวแทน’ ที่ฉันจัดฉากขึ้นมา เพื่อให้กฎหมายมันเลิกตามตื๊อเท่านั้นเอง!” “คุณยอมรับแล้วสินะคะว่าฆ่าสามีตัวเอง แล้วยังใช้มนต์ดำครอบงำคนในบ้านเพื่อปิดปากทุกคน!” เนตรยกสำรับไพ่ทาโรต์ขึ้นมาในระดับอก นิ้วเรียวชักไพ่ใบแรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว—ไพ่ *The Devil* ปรากฏเด่นชัดในความมืด “อำนาจมืดที่ท่านใช้... มันกำลังจะย้อนกลับมากลืนกินตัวท่านเองนะคะ มาดามรำไพ!” “ปากดีนักนะ! แกคิดว่าไพ่กระดาษพวกนั้นจะช่วยปกป้องแกจากอาคมสายดำของฉันได้เรอะ!” มาดามรำไพตบะแตก ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงอาฆาต มือเหี่ยวย่นชูขึ้นฟ้า พร้อมกับท่องคาถาภาษาขโบญโบราณที่ฟังไม่เป็นศัพท์ ทันใดนั้น สายสิญจน์ที่มัดหุ่นพยนต์ก็ขยับราวกับมีชีวิต ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นภายในห้องแคบๆ ข้าวของกระจัดกระจาย แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกของเนตรจนเธอกระเด็นไปชนกับผนังห้อง เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของเธอ เนตรหลับตาลงรับความเจ็บปวด อาคมของมาดามรำไพแก่กล้าเกินกว่าที่เธอจะรับมือได้เพียงลำพัง สำรับไพ่ในมือหล่นกระจัดกระจายบนพื้น ร่างกายของเธอชาดิก ขยับเขยื้อนแทบไม่ได้ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูอาคม “ตายซะเถอะ! แกจะได้ไปร่วมวงกับพ่อแม่ของแกในนรกไงล่ะ!” มาดามรำไพหยับมีดอาคมด้ามยาวขึ้นสูง หมายจะปักลงตรงกลางหน้าอกของเนตรในคราเดียว *ปัง!* เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับร่างของนายตำรวจหนุ่มในชุดนอกเครื่องแบบที่พังประตูกระโชกเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต! “หยุดนะ! วางอาคมลงเดี๋ยวนี้ มาดามรำไพ! คุณถูกจับแล้ว!” สารวัตรกรธนพุ่งเข้าชาร์จร่างของมาดามรำไพอย่างรวดเร็วก่อนที่คมมีดจะปลิดชีพหญิงสาว ปืนในมือของเขาจ่อตรงไปที่ศีรษะของหญิงสูงวัย ดวงตาคมกริบทอประกายความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว บรรยากาศในห้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลิ่นคาวเลือดและไออุ่นของมนต์ดำค่อยๆ เจือจางลงเมื่อเผชิญหน้ากับความเด็ดเดี่ยวและอำนาจรัฐของนายตำรวจหนุ่ม กรธนหันกลับมามองร่างที่สะบักสะบอมของขวัญเนตร หัวใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาทิ้งอาวุธในมือ วิ่งเข้าไปประคองร่างบางขึ้นมาแนบอก “เนตร! คุณเป็นยังไงบ้าง? ผมบอกแล้วว่าอย่ามาคนเดียว!” เนตรหายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือดแต่ยังมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก เธอกำชายเสื้อของสารวัตรกรธนไว้แน่น ขณะที่สายตาเหลือบไปมองมาดามรำไพที่ถูกใส่กุญแจมือ แต่นางกลับไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด... กลับกัน นางกำลังหัวเราะเยาะเย้ยออกมาเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ... สารวัตรกรธน... แกคิดว่าแกมาช่วยทันงั้นเหรอะ? แกคิดว่าจับฉันได้แล้ว... ความลับจะจบลงแค่นี้ใช่ไหม?” มาดามรำไพแค่นหัวเราะ เลือดสดๆไหลออกจากมุมปากนางจากการยื้อยุด “แกยังไม่รู้อะไรเลย... ว่าใครกันแน่ที่เป็น ‘นายใหญ่’ ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด!” กรธนขมวดคิ้วแน่น ตะคอกกลับเสียงแข็ง “หุบปากแล้วไปพูดต่อที่โรงพัก!” “ไม่... ไม่ใช่มาดามค่ะ สารวัตร...” เสียงของขวัญเนตรเอ่ยขึ้นเบาหวิว มือเรียวของเธอคว้าข้อมือของกรธนไว้ด้วยแรงอันน้อยนิด ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังประตูทางเข้าเรือนไม้ที่ตอนนี้... มีเงาร่างของใครอีกคนก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิด แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องกระทบใบหน้าของบุคคลนั้น ทำให้เห็นรอยยิ้มอันคุ้นเคยที่ทำให้ลมหายใจของกรธนและเนตรต้องสะดุดกึก “น่าเสียดายจริงๆ นะครับสารวัตร... ที่คุณอุตส่าห์มาช่วยเธอได้ทันเวลา... แต่ก็นั่นแหละนะ คนเรามักจะตายใจกับคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดเสมอ” ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ขวัญเนตรทายใจ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%