"สารวัตรกรธน... ช่วยวางปืนลงก่อนได้ไหมคะ ความระแวงของคุณกำลังทำให้พลังงานรอบตัวเราบิดเบี้ยว จนเนตรอ่านไพ่ไม่ได้"
ขวัญเนตรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมขณะนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มในห้องทำงานที่เงียบสงัด กลิ่นกำยานจางๆ ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักเกินไป บนโต๊ะไม้สักมีสำรับไพ่ทาโรต์หน้าตาเก่าแก่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางเอกสารคดีตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ที่วางระเกะระกะ
กรธนลดกระบอกปืนลงช้าๆ แต่ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนระหว่าง 'ตรรกะ' ของตำรวจผู้เคร่งครัด กับ 'ความจริง' ที่เขาเริ่มประจักษ์ว่ามีอยู่จริงผ่านคดีของเจ้าสัวบูรพา
"ผมไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ ขวัญเนตร" กรธนแค่นเสียงเบาๆ พลางโน้มตัวลงมาใกล้ "แต่ถ้าคุณบอกว่าหลักฐานในมือผมมันคือภาพลวงตา ผมก็พร้อมจะฟัง... แต่ต้องไม่ใช่คำทำนายครึ่งๆ กลางๆ ที่ผมหาคำตอบไม่ได้"
ขวัญเนตรยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่เป็นการต้อนรับชะตากรรม เธอหยิบไพ่สำรับนั้นขึ้นมา สับไพ่ด้วยท่วงท่าแผ่วเบาแต่แม่นยำ เสียงเสียดสีของขอบไพ่ดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังรอคอยการตัดสิน
"ความจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักฐานเสมอไปนะคะสารวัตร แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจิตวิญญาณของคุณ 'จำ' อะไรได้บ้าง"
เธอเริ่มวางไพ่ใบแรก... *เดอะ แฮงก์แมน (The Hanged Man)* หัวกลับ
"คุณรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงขังใช่ไหมคะ ไม่ใช่กรงขังในคุกที่สำนักงานตำรวจ แต่เป็นกรงขังของความทรงจำที่เลือนราง คุณเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งในฝัน... บ่อยครั้งที่คุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับหยดน้ำตาโดยไม่รู้สาเหตุ"
กรธนชะงักไปครู่หนึ่ง กรามของเขาขบเข้าหากันแน่น เขาพยายามจะปฏิเสธ แต่ภาพใบหน้าของผู้หญิงที่สวมชุดไทยสไบหม่นที่เขาเห็นในฝันเมื่อคืนกลับชัดเจนขึ้นมาในห้วงความคิด
"อย่าพยายามใช้ตรรกะลบล้างมันเลยค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวต่อ น้ำเสียงของเธออ่อนลงแต่หนักแน่น "ไพ่ใบนี้บอกว่าคุณกับตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ ไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่มาทำคดี แต่คุณคือ 'หนี้' ที่ต้องชดใช้"
เธอหงายไพ่ใบที่สอง *ความตาย (Death)*
"สารวัตรคะ... รอยแผลเป็นที่หัวไหล่ซ้ายของคุณ มันไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนในคดีวิสามัญเมื่อสามปีก่อนอย่างที่บันทึกบอกหรอกนะ แต่มันคือรอยตราประทับของพันธสัญญาเลือดที่คุณทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อปกป้องใครคนหนึ่งที่กำลังจะถูกสังเวย"
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ กรธนขยับตัวเข้าใกล้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เขามองดูรอยแผลเป็นที่หัวไหล่ของตัวเองผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตที่บางเบา ความรู้สึกเจ็บแปลบที่เขามักจะได้รับในเวลาที่ฝนใกล้ตกเริ่มเด่นชัดขึ้นมา
"คุณกำลังจะบอกว่า... ผมเกี่ยวข้องกับมาดามรำไพ?" กรธนถาม เสียงของเขาแหบพร่า
ขวัญเนตรไม่ได้ตอบทันที เธอหงายไพ่ใบสุดท้าย *เดอะ เลิฟเวอร์ส (The Lovers)* ที่ปรากฏภาพของชายหญิงสองคนที่ถูกล่ามโซ่เข้าหากันด้วยเงา
"เราผูกพันกันมากกว่านั้นค่ะสารวัตร" ขวัญเนตรมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ในชาตินั้นคุณเป็นองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ และฉัน... คือคนที่ต้องสาปให้จดจำความตายของทุกคนในตระกูลนี้ เพื่อรอคอยการกลับมาทวงคืนความยุติธรรม ครั้งนี้เรากลับมาเจอกันอีกครั้งในคราบของตำรวจและหมอดู แต่เป้าหมายเดิมของเรายังคงเดิม คือการหยุดยั้งพิธีกรรมมืดของมาดามรำไพที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในคืนพระจันทร์สีเลือดที่จะถึงนี้"
กรธนเอื้อมมือไปแตะหน้าไพ่ ราวกับถูกมนต์สะกด ความร้อนรุ่มแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ความรู้สึกโหยหาและเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนเริ่มร้อยเรียงกันเป็นเรื่องราว เขาเริ่มเห็นภาพตัวเองในชุดโบราณ กำลังปกป้องหญิงสาวคนหนึ่งจากเงาที่มืดมิด... เงาที่มีดวงตาเป็นสีแดงฉานเหมือนกับแหวนที่มาดามรำไพสวมใส่ติดนิ้วเสมอ
"ถ้าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง..." กรธนพึมพำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ได้มีความสงสัยปนอยู่เลยแม้แต่น้อย "งั้นคืนนี้ที่มาดามรำไพออกไปที่สุสานตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์... นั่นไม่ใช่การไปเคารพศพเจ้าสัวบูรพาใช่ไหม"
ขวัญเนตรผุดลุกขึ้น แววตาของเธอวูบไหวด้วยความกังวล "ไม่ใช่ค่ะ เธอไปที่นั่นเพื่อ 'รับช่วงต่อ' วิญญาณของเจ้าสัวที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด เพื่อใช้เป็นฐานพลังในพิธีเบิกเนตรมืดของเธอ หากเราไม่รีบไป สารวัตร... ความยุติธรรมในคดีนี้จะไม่มีวันถูกเปิดเผย และวิญญาณของผู้บริสุทธิ์นับร้อยจะถูกกักขังไว้ในวงจรนี้ไปอีกหลายร้อยปี"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น สามครั้งสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับเสียงกลองศึกที่ทำให้หัวใจของทั้งสองคนกระตุกวูบ
"เข้าพบคับ สารวัตร" เสียงของลูกน้องคนสนิทดังขึ้น แต่ขวัญเนตรกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอชี้ไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้อง ซึ่งตอนนี้เงาสะท้อนของลูกน้องคนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เงาเดียว
เงาที่ยืนอยู่ข้างหลังลูกน้องคนนั้น... คือร่างของหญิงชราที่หน้าตาเหมือนมาดามรำไพในวัยที่ทรุดโทรม แต่ดวงตากลับคมกล้าและเปี่ยมไปด้วยอาคม นางไม่ได้อยู่ในห้อง แต่นางกำลังแทรกซึมผ่านเงาของคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
"อย่าเปิดประตูนะคะสารวัตร!" ขวัญเนตรตะโกน แต่ไม่ทันการ ลูกน้องคนนั้นบิดลูกบิดเข้ามาแล้ว และสิ่งที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่คน แต่เป็นกลิ่นเหม็นเน่าของดินป่าช้าที่อบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของร่างในเงาที่ก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามาในรูปแบบของควันสีดำสนิท!
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าบทสรุปของความลับนี้ จะไม่ทำให้ทุกท่านนอนไม่หลับจนเกินไปนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 16
รอยแผลเป็นในดวงชะตา
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!