“ถ้ากริชเล่มนี้คือคำตอบของคำสาป แล้วชีวิตของเธอ... ไม่ใช่ของสังเวยที่ฉันยอมแลกหรอกนะคะ กร”
เสียงของฉันสั่นเครือ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณ แต่แววตาที่จ้องมองกริชอาคมด้ามนั้นกลับแข็งกร้าว ฉันวางไพ่ ‘The Hanged Man’ ลงทับบนรอยเลือดจางๆ ที่ติดอยู่บนใบมีด ไพ่ใบนี้ไม่ได้หมายถึงการตายแบบสูญเปล่า แต่มันคือการยอมสละทางโลกเพื่อบรรลุถึงความจริงอันมืดดำ กริชเล่มนี้... กลิ่นคาวเลือดที่เคลือบอยู่บนโลหะเย็นเฉียบ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนิมเหล็ก แต่มันคือกลิ่นเดียวกับกลิ่นธูปไหม้ในคืนที่บ้านของฉันมอดไหม้ไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของผู้ให้กำเนิด
“เนตร... คุณกำลังสั่น” กรขยับเข้ามาใกล้ มือหนาของเขาแตะที่ไหล่ฉันด้วยความกังวล แววตาของสารวัตรผู้ยึดมั่นในเหตุผลบัดนี้มีความสับสนฉายชัด “กริชเล่มนี้มันก็แค่วัตถุโบราณที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุ คุณบอกผมสิว่าทำไมคุณถึงมองมันด้วยสายตาเหมือนกำลังเห็นผี หรือคนที่คุณแค้นฝังใจ?”
ฉันแค่นยิ้ม ขยับตัวออกห่างจากสัมผัสที่อบอุ่นนั้น เพราะยิ่งเขาใกล้ฉันมากเท่าไร ภาพเงาร่างสีดำมืดที่ปรากฏในความทรงจำก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
*“เนตร... อย่าดู”* เสียงแม่ร้องเตือนในคืนนั้นยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นคืนที่จันทร์ดับสนิท พ่อกับแม่ของฉันพยายามปกป้องสมุดบันทึกเล่มหนึ่งจากชายที่ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยรอยสักอักขระขอมโบราณ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงไม้สัก กลิ่นเดียวกับที่ฉันได้กลิ่นจางๆ จากเสื้อสูทของเจ้าสัวบูรพาในวันที่เขาตาย และกลิ่นที่ติดอยู่บนกริชเล่มนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
“คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะกร” ฉันหยิบไพ่ขึ้นมาสับด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา “คดีนี้มันไม่ใช่การฆาตกรรมเพื่อผลประโยชน์ธรรมดา แต่มันคือพิธีกรรม ‘ต่ออายุ’ ที่ใช้ชีวิตคนเป็นเครื่องเซ่น ตามตำราที่สาบสูญไปนานแล้ว... ตำราที่พรากพ่อแม่ฉันไปเมื่อยี่สิบปีก่อน”
กรนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจลึกก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “ถ้ามันเกี่ยวข้องกับอดีตของคุณ บอกผมมาตรงๆ เนตร ผมไม่ได้มาที่นี่ในฐานะตำรวจที่ต้องการปิดคดีให้เร็วที่สุด แต่ผมมาในฐานะ... คนที่อยากปกป้องคุณ”
คำว่า ‘ปกป้อง’ ทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ ความรักที่กำลังผลิบานท่ามกลางคดีฆาตกรรมกลับกลายเป็นหนามแหลมคมทิ่มแทงใจ เมื่อคำทำนายจากไพ่ทาโรต์ยังคงย้ำเตือนว่า ชายที่อยู่ตรงหน้า คือหมากตัวสำคัญที่ถูกวางไว้บนกระดานแห่งความตายนี้
“มาดามรำไพไม่ได้ทำคนเดียว” ฉันพูดขึ้นพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “คนตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ทุกคนมี ‘เงา’ ซ่อนอยู่ และกริชเล่มนี้คือ ‘ใบเบิกทาง’ ที่จะทำให้เงานั้นกลายเป็นตัวตนที่แท้จริง กรคะ... ถ้าถึงเวลาที่คุณต้องเลือก ระหว่างหน้าที่กับความปลอดภัยของคุณเอง คุณจะเลือกอะไร?”
กรไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบกริชเล่มนั้นขึ้นมาพินิจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ถ้าการที่ผมต้อง ‘ตาย’ เพื่อหยุดเรื่องนี้คือราคาที่ต้องจ่าย เพื่อให้คุณไม่ต้องเจอชะตากรรมเดียวกับพ่อแม่... ผมก็ยินดีจะจ่ายมันโดยไม่ลังเล”
บรรยากาศในห้องเก็บของเก่าของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ดูหนักอึ้งขึ้นทันตา ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านไขสันหลังเมื่อแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์กะพริบถี่ๆ ราวกับมีใครบางคนหรือ ‘บางอย่าง’ กำลังเพ่งมองเราสองคนจากมุมมืด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดิน ประตูห้องถูกผลักออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเทาเข้ม—ทนายความประจำตระกูลที่ควรจะตายไปพร้อมกับเจ้าสัวบูรพาเมื่อสามวันก่อน
เขายืนจดจ้องเราด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ดวงตาของเขาไม่มีแววของมนุษย์อยู่เลยแม้แต่น้อย ในมือกำโทรศัพท์ที่กำลังเปิดเสียงบันทึกบทสนทนาของเราเมื่อครู่นี้ไว้แน่น
“น่าประทับใจจริงๆ ครับสารวัตร...” ทนายความเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเย็นเยือก “ความรักที่พร้อมจะสังเวยแบบนี้แหละ คือวัตถุดิบชั้นยอดที่นายของผมเฝ้ารอมานานนับศตวรรษ”
เขาหยิบ ‘ไพ่’ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่ไพ่ทาโรต์ทั่วไป แต่เป็นไพ่หนังมนุษย์ที่มีอักขระสีเลือดเขียนทับไว้—ไพ่ ‘The Death’ ที่กลับหัวลง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นพิธีการกระชากวิญญาณที่ไม่มีวันจบสิ้น
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาแห่งความตายไปกับขวัญเนตรนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 11
ปมเก่าเล่าใหม่
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!