"อย่าปล่อยมือฉันเด็ดขาดนะคะสารวัตร... ถ้าไม่อยากกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนในอาณาเขตของมาดามรำไพ!"
เสียงของขวัญเนตรแผดดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับประสาทสัมผัสจนแทบขาดใจ เธอรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือจากมือหนาของสารวัตรกรธน แม้ในความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง แต่สัมผัสจากไพ่ทาโรต์ที่พกติดตัวยังคงร้อนผ่าวราวกับมีถ่านแดงฉานกดทับอยู่บนผิวหนัง พื้นที่ทรุดตัวลงเมื่อครู่ไม่ใช่แค่รอยร้าวของอาคาร แต่มันคือช่องว่างระหว่างภพภูมิที่มาดามรำไพจงใจเปิดออก
"ผมไม่ปล่อยแน่... แต่คุณช่วยบอกผมทีว่าไอ้กลิ่นดอกราตรีผสมกลิ่นเลือดที่โชยมานี่ มันคือทางออกหรือทางตายกันแน่!" สารวัตรกรธนคำรามกลับ เสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคง ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต กำลังพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวจะร่ำร้องให้เขากระชากปืนออกมาเล็งใส่ความมืดก็ตาม
ขวัญเนตรหลับตาลง วางจิตให้เป็นสมาธิ เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่วนเวียนอยู่รอบตัว มันไม่ใช่ลม แต่เป็นแรงอาฆาตจากดวงวิญญาณที่ถูกกักขัง "กลิ่นนี้... คือกลิ่นของคนตายที่ยังไม่ได้ไปเกิดค่ะ" เธอพูดพลางดึงไพ่ 'The Moon' ออกมาจากสำรับในกระเป๋าเสื้อคลุม แสงสีเงินจางๆ เปล่งประกายออกมาจากไพ่ใบนั้นในความมืด เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปใต้ดิน
"สารวัตรคะ มองตามแสงนี่ไป... อย่าหันหลังกลับไปมองเสียงกระซิบข้างหลังเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะเรียกชื่อคุณด้วยเสียงที่เหมือนคนในครอบครัวแค่ไหนก็ตาม"
กรธนกลืนน้ำลายลงคอ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมขวัญเนตรถึงได้มีความสำคัญนักในคดีนี้ ความหวาดระแวงเริ่มกัดกินจิตใจของเขาไม่ใช่เพราะเขากลัวผี แต่เพราะเขาเริ่มตระหนักว่า 'ความจริง' ที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของโลกที่ซับซ้อนและน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าตรรกะจะอธิบายได้
เมื่อพวกเขาเดินผ่านกำแพงหินที่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยอักขระโบราณ เสียงฝีเท้าที่ตามหลังมาก็หยุดลง มาดามรำไพยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในห้องโถงลับใต้ดินที่รายล้อมไปด้วยหุ่นปั้นดินเผารูปคนนับสิบ ร่างสูงเพรียวในชุดผ้าไหมสีดำสนิทดูงดงามราวกับนางพญา แต่แววตาที่จ้องมองมากลับเย็นเยียบเหมือนคมมีด
"ยินดีต้อนรับสู่ 'หอคอยแห่งคำสาป' ของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ค่ะ คุณนักพยากรณ์" มาดามรำไพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก เธอไม่แสดงอาการตกใจที่เห็นทั้งสองคนรอดชีวิตมาได้ "สารวัตร... คุณคิดว่าหลักฐานในกระเป๋าของคุณจะช่วยอะไรได้ ในเมื่อที่นี่ไม่มีกฎหมายของมนุษย์อยู่เลย"
กรธนชักปืนออกมาเล็งไปที่มาดามรำไพทันที ทว่ามือของเขากลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหุ่นปั้นในห้องนั้นมีเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายกับบรรดาคนที่หายสาบสูญไปในคดีที่เขากำลังตามสืบ "คุณเก็บศพไว้ที่นี่งั้นหรือรำไพ! ปล่อยตัวประกันทั้งหมดเดี๋ยวนี้!"
"ประกันงั้นหรือคะ?" มาดามรำไพหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ที่นี่ไม่มีใครถูกประกันตัว... มีแต่คนที่จะถูกใช้เป็น 'ไพ่ตาย' ในพิธีบูชายัญเพื่อต่ออายุให้กับคนในตระกูลที่ควรจะตายไปนานแล้ว"
ขวัญเนตรก้าวออกมาข้างหน้า แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น "คุณไม่ได้ทำเพื่อตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์หรอกค่ะมาดาม สิ่งที่คุณทำ... มันเพื่อตัวคุณเอง ที่หวาดระแวงว่าความลับเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของคุณจะถูกเปิดเผย เพราะคุณไม่ใช่คนของอัศวเรืองฤทธิ์ตั้งแต่แรก แต่เป็นเพียงร่างทรงที่สวมรอยเข้ามาเพื่อกลืนกินทุกอย่าง!"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความกดอากาศต่ำลงจนรู้สึกหูอื้อ มาดามรำไพชะงัก รอยยิ้มที่เคยเยือกเย็นบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ แต่เพียงครู่เดียว เธอก็กลับมานิ่งสงบ
"ทายได้แม่นยำดีนี่คะขวัญเนตร... แต่แม่นยำเกินไปก็มักจะอายุสั้นนะ" เธอดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นที่กรธนและขวัญเนตรยืนอยู่ก็เริ่มแตกร้าวอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่การทรุดตัว แต่เป็นเงาขนาดมหึมาที่โผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันคือร่างของเจ้าสัวบูรพา... แต่ไม่ใช่ร่างที่ตายไปแล้วอย่างที่ข่าวรายงาน ร่างนั้นมีดวงตาสีแดงฉานและบาดแผลเหวอะหวะที่หน้าอก
"พ่อครับ!" กรธนตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ร่างนั้นก้าวเข้ามาพร้อมกับเงื้อมมือที่ยาวผิดมนุษย์ ขวัญเนตรหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เจ้าสัวที่กลับมาจากความตาย แต่มันคือ 'อาคมหุ่นเชิด' ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมา
"สารวัตร! อย่ามองตาเขา!" ขวัญเนตรตะโกนสั่ง แต่ไม่ทันการณ์ กรธนถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนลอยกระเด็นไปกระแทกผนังหิน เลือดสีสดไหลออกจากมุมปากชายหนุ่ม สารวัตรหนุ่มพยายามจะยันกายลุกขึ้น แต่สายตาเขากลับพร่ามัว
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด ขวัญเนตรดึงไพ่ใบสุดท้ายออกมาจากอกเสื้อ มันคือไพ่ที่ว่างเปล่า ไม่มีรูปภาพ ไม่มีสัญลักษณ์ เธอรู้ดีว่านี่คือไพ่ที่จะดึงพลังทั้งหมดในตัวเธอออกไปแลกกับปาฏิหาริย์เพียงหนึ่งครั้ง
"หากข้าพเจ้าต้องสูญสิ้นเพื่อหยุดยั้งปีศาจ... ขอให้เงาของคำสาปนี้สะท้อนกลับไปหาเจ้าของมันเอง!"
เธอคว่ำไพ่ลงบนพื้น ทันใดนั้น เงาของเจ้าสัวบูรพาที่กำลังจะคว้าคอเธอ ก็หยุดชะงักกึก ก่อนที่เงาของมันจะเริ่มลอกคราบออกมาเป็นเงาของมาดามรำไพแทน! มาดามรำไพกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอกุมหน้าอกตัวเองที่จู่ๆ ก็มีบาดแผลเหวอะหวะปรากฏขึ้นเหมือนกับเจ้าสัวบูรพา
ทว่าในจังหวะที่ขวัญเนตรกำลังจะได้เปรียบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง... ไม่ใช่หนึ่ง แต่เป็นสอง! ร่างของชายในชุดสูทสีเทาคุ้นตาเดินออกมาจากเงามืด เขาคือคนเดียวกับที่สารวัตรกรธนเคยสงสัยว่าเป็นสายลับจากกรมตำรวจที่ทรยศมาโดยตลอด แต่ในมือของเขากลับถือ 'กริชอาคม' ที่สั่นระริก
"ขอโทษด้วยนะขวัญเนตร... แต่ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอ" ชายคนนั้นกล่าวพลางจ่อกริชไปที่หัวใจของสารวัตรกรธนที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น "เพราะคนที่คุณตามหามาตลอด... จริงๆ แล้วเขาคือคนเดียวกับคนที่มาดามรำไพกำลังจะบูชายัญตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้าตระกูลนี้!"
ขวัญเนตรรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เธอหันไปมองกริชนั้นด้วยหัวใจที่แทบสลาย คำทำนายในไพ่ของเธอมันบอกว่า... ชายที่เธอรักที่สุด คือคนที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดปล่อยคำสาปด้วยการ 'ตาย' เพื่อเซ่นสังเวย
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับขวัญเนตรในตอนนี้นะคะ!
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 10
รอยร้าวในตระกูล
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!