เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 26

พยานปากเอกที่หายสาบสูญ

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“หยุดเดี๋ยวนี้! อย่าแตะต้องร่างนั้น!” เสียงกรธนตวาดก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวของกระท่อมปลายนาท้ายหมู่บ้าน แต่ดูเหมือนคำสั่งของเขาจะสายเกินไป เมื่อขวัญเนตรก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้าไป กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปนกับกลิ่นธูปเทียนที่ยังมอดไหม้ไม่หมดทำให้เธอต้องชะงัก ร่างของ ‘หมอคง’ หมอผีผู้กุมความลับเรื่องพิธีกรรมไสยเวทของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์นอนจมกองเลือดอยู่กลางวงล้อมของไพ่ทาโรต์ชุดเก่าคร่ำที่กระจัดกระจายราวกับกำลังพยายามบอกใบ้อะไรบางอย่างก่อนสิ้นใจ ขวัญเนตรค่อยๆ ย่อตัวลง สายตาคมกริบกวาดมองแผลฉกรรจ์ที่ลำคอของชายชรา “คมมีดสะอาดและแม่นยำเกินไปสำหรับพวกนักเลงข้างถนน... นี่คือรอยอาคมที่ถูกสะกดไว้ในเหล็กแหลมค่ะ สารวัตร” กรธนรีบเดินเข้ามาหยุดข้างกายเธอ ใบหน้าเข้มเคร่งขรึมขึ้นทันตาเห็น เขาถอดถุงมือยางออกแล้วปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม “พวกมันไวกว่าเราก้าวหนึ่งเสมอ เนตร... นี่มันคือการฆ่าตัดตอนที่ไร้ร่องรอยลายนิ้วมือสิ้นดี” “ไม่ใช่แค่ตัดตอนค่ะ” ขวัญเนตรกระซิบ นิ้วเรียวยาวของเธอเอื้อมไปหยิบไพ่ใบหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้กับปลายนิ้วที่แข็งทื่อของหมอคง มันคือไพ่ ‘The Tower’ หรือหอคอยพังทลายที่ขอบไพ่ถูกแต้มด้วยเลือดสีเข้ม “มันคือการประกาศสงคราม... มาดามรำไพไม่ได้แค่ฆ่าปิดปาก แต่นางกำลังเตือนเราว่า ใครก็ตามที่คิดจะขุดคุ้ยรากเหง้าที่เน่าเฟะของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ จะต้องเผชิญกับจุดจบที่ไม่ต่างจากนี้” บรรยากาศในกระท่อมเริ่มกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กรธนหยิบปืนพกคู่ใจออกมาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง เขาสอดส่ายสายตาไปทั่วความมืดมิดภายนอกที่รายล้อมด้วยพงหญ้ารกชัฏ “ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนแผน ผมจะกันพื้นที่นี้ไว้แล้วเรียกกองพิสูจน์หลักฐาน คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วย คนพวกนี้ไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นใคร” “ไม่ต้องระวังหรอกค่ะ เพราะคนที่ส่งคนมาฆ่าเขา... ตอนนี้กำลังยืนมองเราอยู่จากมุมไหนสักแห่งในบ้านหลังนี้” ขวัญเนตรลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นประกายแห่งนักล่า เธอไม่ได้มองศพหมอผี แต่เธอกำลังมอง ‘เงา’ ที่ทอดยาวผิดรูปทรงบนผนังไม้เก่าๆ ภายในกระท่อมเงานั้นไม่ได้เกิดจากแสงจันทร์ที่ส่องลอดช่องว่างของหลังคา แต่เกิดจากพลังงานบางอย่างที่หนาแน่นจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้าสู่กระดูกสันหลัง “คุณหมายความว่ายังไง เนตร?” กรธนขยับตัวเข้ามาขวางหน้าเธอตามสัญชาตญาณ “สารวัตรคะ... สังเกตเงาบนผนังนั่นให้ดีสิคะ” เธอชี้ไปยังจุดที่มืดที่สุดในห้อง “คนปกติไม่มีเงาที่หัวขาดหรอกนะคะ” ทันใดนั้น ลมพายุพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างไม้กระแทกเข้าหากันอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณที่ถูกกักขังดังก้องขึ้นในโสตประสาทของขวัญเนตร เธอหลับตาลงรวบรวมสมาธิ สัมผัสถึงไออาคมที่รุนแรงจนผิวหนังแสบร้อน เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือการทำ ‘พิธีถอนคำสาป’ ที่ผิดพลาดและเปลี่ยนให้เหยื่อกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูมิติ “สารวัตร ก้มลง!” ขวัญเนตรผลักกรธนให้หมอบราบลงกับพื้นก่อนที่ลูกดอกอาคมจะพุ่งผ่านจุดที่เขาเคยยืนอยู่ไปปักเข้าที่ผนังไม้จนแตกละเอียด ทั้งคู่กลิ้งตัวหลบหลังโต๊ะไม้เก่าที่แทบจะรับน้ำหนักของอาวุธลึกลับไม่ไหว กรธนหายใจหอบแรง “นั่นมันอะไรกัน! นี่มันโลกปี 2024 แล้วนะเนตร มันไม่ควรมีลูกดอกอาคมแบบนี้!” “ไสยเวทไม่มีวันตายไปตามกาลเวลาหรอกค่ะ มันแค่เปลี่ยนรูปแบบไปตามคนที่ถือครองมัน” ขวัญเนตรพูดพลางคว้าเอาไพ่ในมือขึ้นมาสะบัดเบาๆ พลังงานสีทองอ่อนๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวเธอเพื่อสร้างเกราะป้องกัน “ดูเหมือนว่าเราจะไม่ใช่แค่ ‘พยาน’ แล้วนะคะ เรากลายเป็น ‘เครื่องสังเวย’ ของพิธีกรรมในคืนนี้ไปแล้ว” เธอเริ่มร่ายรำนิ้วมือเป็นจังหวะตามตำราโบราณที่ท่องจำจนขึ้นใจ ความลับของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์เริ่มเผยโฉมผ่านม่านหมอกที่ก่อตัวขึ้นในกระท่อม หมอคงไม่ได้ถูกฆ่าเพียงเพราะเขารู้ความลับ แต่มันคือการ ‘ล้างอาถรรพ์’ เพื่อเปลี่ยนให้ความตายเป็นอำนาจที่รุนแรงกว่าเดิม ขณะที่การต่อสู้ระหว่างพลังเร้นลับและคมกระสุนจากปืนของกรธนกำลังดุเดือด ขวัญเนตรก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าต่างด้านหลัง ร่างในชุดดำสนิทที่ยืนอยู่นิ่งราวกับรูปปั้นกำลังจ้องมองมาที่เธอ ใบหน้านั้นถูกปิดบังด้วยผ้าคลุมสีดำ แต่ดวงตาที่วาวโรจน์เหมือนสัตว์ร้ายนั่น... เธอจำได้แม่นยำ “มาดามรำไพ... หรือว่าจะเป็นคนอื่นในตระกูลนั้นกันแน่” ขวัญเนตรพึมพำกับตัวเอง ในเสี้ยววินาทีที่ความโกลาหลถึงขีดสุด ร่างในชุดดำนั้นก็ขยับกาย ก้าวเท้าเข้ามาในกระท่อมโดยไม่สะทกสะท้านต่อเกราะอาคมของขวัญเนตร ก่อนจะหยุดยืนอยู่หน้าศพของหมอคงแล้วก้มลงเก็บของบางอย่างที่ตกอยู่ใต้ร่างชายชรา ขวัญเนตรพุ่งตัวออกไปหมายจะคว้าคนร้าย แต่สิ่งที่เธอพบกลับทำให้ลมหายใจแทบหยุดชะงัก คนร้ายไม่ได้พยายามฆ่าเธอต่อ แต่กลับยื่นซองจดหมายสีชาดมาให้เธอช้าๆ พร้อมกระซิบด้วยเสียงที่ดัดจนแหบพร่าคล้ายเสียงกรีดของแก้ว “อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น และอย่าไว้ใจคนที่ยืนข้างๆ คุณในตอนนี้ เพราะเงาที่ตามคุณมา... แท้จริงแล้วอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่บงการให้เขาตาย” เมื่อขวัญเนตรกระชากผ้าคลุมออก ร่างนั้นก็สลายกลายเป็นเพียงควันสีเทา ทิ้งไว้เพียงซองจดหมายและใบหน้าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งซ่อนอยู่ในรูปถ่ายที่ร่วงหล่นลงบนพื้น... รูปถ่ายของกรธนในวัยเด็กที่ยืนอยู่ในสถานที่เดียวกับพิธีกรรมมืดเมื่อยี่สิบปีก่อน! ขวัญเนตรค่อยๆ หันไปมองกรธนที่กำลังยืนค้างด้วยความตกตะลึง ในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจของลูกน้องกรธนก็ดังระงมขึ้นหน้ากระท่อม แต่เงาที่พาดผ่านประตูบ้านกลับไม่ใช่เงาของเจ้าหน้าที่รัฐ... หากแต่เป็นมาดามรำไพที่ยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่ในมือถือปืนจ่อมาที่กลางหลังของชายหนุ่มที่เธอกำลังปกป้องอยู่ ขวัญเนตรทายใจหวังว่าความจริงในซองจดหมายสีชาดนี้ จะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขปมปริศนาในใจของทุกท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่ความจริงทั้งหมดจะถูกกระชากหน้ากากนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%