“กลิ่นกำยานนี่ไม่ใช่ของที่มาดามรำไพใช้ในคฤหาสน์หรอกค่ะสารวัตร มันเป็นกลิ่นของพิธีเบิกเนตร... กลิ่นของความตายที่ยังไม่ยอมดับสูญ”
ขวัญเนตรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะมือเรียวบางที่สวมแหวนหินลาพิสลาซูลีขยับซองจดหมายสีชาดบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง แววตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด สารวัตรกรธนยืนกอดอกอยู่มุมห้อง สายตาคมกริบของเขายังคงไม่ละไปจากท่าทีที่ดูสงบนิ่งจนน่าใจหายของหญิงสาว
“คุณแน่ใจนะว่าการถอดจิตในสภาวะนี้จะปลอดภัย? บันทึกในคดีที่ผ่านมา... คนที่ทำแบบคุณ มักจะไม่ได้กลับมาในสภาพที่ปกติ” กรธนถาม พยายามซ่อนความกังวลไว้ใต้มาดของตำรวจผู้เข้มงวด
“ถ้าความปกติคือการปล่อยให้วิญญาณเจ้าสัวบูรพาต้องเร่ร่อนอยู่ในความมืดเพราะความลับของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ เนตรก็ขอเลือกที่จะไม่ปกติค่ะ” ขวัญเนตรหันมาสบตาเขา แววตามีประกายเด็ดเดี่ยว “ฝากดูแลร่างเนตรด้วยนะคะ หากภายในหนึ่งชั่วยามเนตรไม่ฟื้นขึ้นมา... ให้เปิดกล่องไม้จันทน์ที่อยู่ใต้เตียง แล้วจุดเทียนเล่มนั้น”
ไม่รอให้เขาโต้ตอบ ขวัญเนตรทิ้งตัวลงบนเบาะกำมะหยี่สีดำสนิท เธอเริ่มกำหนดลมหายใจเข้าลึกและช้า ปรับจังหวะหัวใจให้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับความว่างเปล่า ภาพรอบกายเริ่มพร่าเลือน ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าสู่ไขสันหลัง ในมิติที่ทับซ้อนกันอยู่ ความเป็นจริงที่เธอเห็นไม่ใช่ห้องทำงานที่คุ้นเคยอีกต่อไป
เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลาง 'หอคอยกระจก' ที่สะท้อนภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้ำไปซ้ำมา แต่มันบิดเบี้ยวราวกับกระจกเงาที่แตกละเอียด ขวัญเนตรเดินผ่านบานกระจกเหล่านั้น—เห็นเจ้าสัวบูรพากำลังเซ็นเอกสารบางอย่างด้วยมือที่สั่นเทา เห็นมาดามรำไพยืนอยู่ในมุมมืดถือหุ่นฟางปักเข็มเล่มยาว และเห็น 'ใครบางคน' ที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน นั่งอยู่เคียงข้างมาดามรำไพในคืนวันเกิดเหตุ
“นั่นไม่ใช่เงา... แต่นั่นคือตัวตนจริงๆ” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นก้องกังวานในมิติที่ไม่มีอากาศหายใจ
ขวัญเนตรเดินต่อไปจนถึงห้องโถงกลางของคฤหาสน์อัศวเรืองฤทธิ์ในมิติเงา ที่นี่ความทรงจำถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของไพ่ทาโรต์ยักษ์ที่ลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ เธอเอื้อมมือไปคว้าไพ่ 'The Moon' ที่กลับหัวอยู่ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ภาพนิมิตก็พุ่งเข้าใส่ดั่งพายุคลั่ง—ภาพเจ้าสัวบูรพากำลังขอร้องอ้อนวอนชายปริศนาคนหนึ่งที่สวมหน้ากากหนังมนุษย์ เสียงกระซิบดังก้องในหูของเธอ... *“เลือดจะล้างเลือด ตราบใดที่เงายังไม่ถูกฝังลงใต้รากไทร ดอกไม้สีชาดจะไม่มีวันบาน”*
“นั่นไม่ใช่คำสาป... แต่มันคือสัญญาเลือด” ขวัญเนตรร้องเตือนตัวเอง แต่จู่ๆ พื้นที่เธอยืนอยู่ก็แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ แรงดึงดูดมหาศาลพยายามกระชากวิญญาณเธอให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด
ในโลกแห่งความจริง ร่างของขวัญเนตรเริ่มสั่นกระตุก ผิวพรรณที่เคยซีดขาวกลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำ สารวัตรกรธนถลาเข้ามาใกล้ “ขวัญเนตร! ได้ยินผมไหม!” เขาเรียกพลางเขย่าตัวเธอ แต่ร่างนั้นกลับเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็ง
ทันใดนั้น ดวงตาของขวัญเนตรก็เปิดโพลงขึ้น—แต่มันไม่ใช่ดวงตาสีน้ำตาลคู่เดิมที่กรธนรู้จัก มันกลับกลายเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง เธอคว้าข้อมือของสารวัตรไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“คุณ... ไม่ใช่ขวัญเนตร” กรธนกัดฟันแน่น มืออีกข้างหยิบปืนขึ้นมาสัญชาตญาณ
“สารวัตร... มองดีๆ สิคะ” ขวัญเนตรในร่างทรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ราวกับคนสองคนพูดทับซ้อนกัน “คนที่คุณไล่ล่ามาตลอดไม่ใช่มาดามรำไพ... แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้!”
กรธนตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอยทำให้เขารู้ว่าไม่ได้มีแค่เขากับร่างที่ไร้สติของขวัญเนตรอยู่ในห้องนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกมาจากเงามืดหลังตู้หนังสือ เสียงนั้นคุ้นเคยจนหัวใจเขาแทบหยุดเต้น ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบแตะเข้าที่ขมับของเขาอย่างแผ่วเบา ขณะที่เจ้าของเสียงนั้นกระซิบที่ข้างหู
“เก่งมากที่หาจนเจอ... แต่เสียดายที่มันเป็นเรื่องสุดท้ายที่คุณจะได้รู้”
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าความจริงที่สั่นคลอนหัวใจท่านผู้อ่านในตอนนี้ จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความระทึกขวัญที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 27
ร่องรอยในความฝัน
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!