“ไพ่ใบนี้... ดูเหมือนจะไม่ได้บอกถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์ของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์อย่างที่มาดามคาดหวังนะคะ”
ขวัญเนตรเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกที่เคยบรรเลงอย่างแผ่วเบาดูเหมือนจะขาดห้วงไปทันทีเมื่อเธอกรีดไพ่ทาโรต์สำรับเก่าแก่ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว มาดามรำไพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับตัวเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำในยามไร้ลมไหวกลับวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกกลบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
“การละเล่นงมงายของเด็กเมื่อวานซืน คงไม่ช่วยให้คดีของเจ้าสัวมีความคืบหน้าหรอกนะแม่หมอ” มาดามรำไพแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ทว่าดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์คมกริบนั้นกลับจ้องเขม็งราวกับจะแผดเผาขวัญเนตรให้มอดไหม้ “ที่นี่คือวงสังคมชั้นสูง ไม่ใช่สำนักทรงเจ้าเข้าผีที่เธอจะมาเรียกร้องความสนใจได้”
ขวัญเนตรไม่สะทกสะท้าน เธอค่อยๆ พลิกไพ่ใบที่สามขึ้นมา—*The Devil* ในตำแหน่งที่บ่งบอกถึงพันธนาการและความมืดมิด เธอไม่ได้มองมาดามรำไพ แต่จ้องลึกลงไปในภาพวาดบนไพ่ที่ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาในความรู้สึกของเธอ
“ความมั่งคั่งที่สร้างขึ้นบนกองเลือด มักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอค่ะมาดาม” ขวัญเนตรเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสูงวัยด้วยความแน่วแน่ “ไพ่ใบนี้ไม่ได้บอกแค่ชะตาของเจ้าสัว แต่มันกำลังตะโกนบอกว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจุดชนวนพิธีกรรมที่พรากวิญญาณคนในตระกูลไปทีละคน... เริ่มจากความโลภ แล้วจบลงด้วยความตายที่ถูกสาปแช่ง”
บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียด แขกเหรื่อในงานต่างหยุดบทสนทนาและหันมาจับจ้องยังใจกลางห้อง สารวัตรกรธนที่ยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นมือของมาดามรำไพที่วางอยู่ใต้โต๊ะเริ่มสั่นเบาๆ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือขวาแตะที่ซองปืนข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“เธอมีหลักฐานไหม?” มาดามรำไพโน้มตัวเข้ามาใกล้ เสียงกระซิบนั้นแฝงไปด้วยความอาฆาต “การกล่าวหาคนระดับฉันด้วยเศษกระดาษพวกนี้... ระวังตัวไว้เถอะ ความตายอาจจะมาเคาะประตูบ้านเธอเร็วกว่าที่คิด”
ขวัญเนตรผุดรอยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มาดามรำไพต้องชะงัก เธอหยิบไพ่ *The Tower* ขึ้นมาแล้ววางทับลงไปบนไพ่ใบแรก “ไพ่ไม่เคยโกหกค่ะ แต่สิ่งที่โกหกคือความลับที่มาดามซ่อนไว้ใต้รูปภาพของเจ้าสัวในห้องทำงานลับหลังห้องพระ... รอยเลือดที่แห้งกรังบนเครื่องรางเขมรต่ำชุดนั้น ยังคงส่งเสียงร้องเรียกหาเจ้าของอยู่ทุกค่ำคืน ไม่รู้สึกบ้างหรือคะ?”
คำว่า ‘ห้องทำงานลับ’ ทำให้ใบหน้าของมาดามรำไพซีดเผือดลงทันทีราวกับถูกตบหน้า ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เธอรีบลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด เสียงของมันดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด
“นังเด็กสารเลว! แกไปรู้อะไรมา!” มาดามรำไพแผดเสียงลั่น ความเป็นผู้ดีที่สั่งสมมานานมลายหายไปสิ้น เผยให้เห็นสัญชาตญาณของนักล่าที่จนตรอก
กรธนก้าวเข้ามาประชิดตัวมาดามรำไพในทันที “มาดามครับ ดูเหมือนสิ่งที่ขวัญเนตรพูดจะจี้ใจดำจนเกินไปนะครับ ถ้ามาดามบริสุทธิ์ใจ ทำไมถึงต้องตื่นตระหนกขนาดนี้?”
ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ ไฟในห้องโถงก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว เสียงกรีดร้องของบรรดาแขกเหรื่อดังระงมท่ามกลางความโกลาหล ขวัญเนตรสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านข้างกาย เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นพิธีกรรมที่ถูกปลุกขึ้นเพื่อปิดปากพยาน
“อยู่นิ่งๆ นะคะ!” ขวัญเนตรตะโกน แต่ความมืดนั้นกลับกลืนกินเสียงของเธอไปจนหมด
เมื่อแสงไฟสำรองสว่างขึ้นเพียงวูบหนึ่ง ขวัญเนตรเห็นเงาดำทมิฬรูปร่างคล้ายมนุษย์ยืนตระหง่านอยู่หลังมาดามรำไพ และสิ่งที่ทำให้นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง คือการที่เธอเห็น ‘มาดามรำไพ’ ในร่างปัจจุบันเริ่มมีรอยแตกร้าวเหมือนตุ๊กตากระเบื้องที่กำลังจะแตกสลาย และชายผู้หนึ่งที่เดินตรงเข้ามาจากประตูห้องโถง—ชายผู้ที่ทุกคนต่างคิดว่าตายไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ—เจ้าสัวบูรพายืนมองมาที่พวกเขาด้วยดวงตาที่ปราศจากแววชีวิต!
ขวัญเนตรหัวใจเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนตายหรือคนเป็น แต่มันคือคำสาปที่เธอกำลังจะเปิดโปงจนถึงจุดจบที่ไม่สามารถหวนคืนได้อีกต่อไป
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาสุดระทึกขวัญมากับขวัญเนตรทายใจจนถึงตอนนี้ และอย่าเพิ่งกระพริบตานะคะ เพราะความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังรอคุณอยู่ในตอนถัดไปค่ะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 28
การเปิดโปงกลางวงสังคม
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!