“อย่ามองไปที่ดวงตาของมัน... ขวัญเนตร”
เสียงกระซิบแหบพร่าของสารวัตรกรธนดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงบีบที่ต้นแขนแน่นจนเนตรสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนของชายหนุ่มตรงหน้า แต่เนตรไม่มีทางเลือกอื่น ในคฤหาสน์อัศวเรืองฤทธิ์ที่ถูกปิดตายด้วยมนตรามืดดำนี้ มีเพียงเธอกับหมอผีเฒ่าเจ้าของอาคมเขมรต่ำที่นั่งอยู่ตรงหน้าบนเก้าอี้ไม้สักแกะสลักรูปหัวกะโหลก
“คุณไม่ต้องห่วงค่ะสารวัตร” เนตรตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคง แม้เหงื่อเย็นจะไหลซึมตามไรผม “สิ่งที่เขากำลังทำ ไม่ใช่การทำนาย แต่มันคือการ ‘ลาก’ จิตวิญญาณคนอื่นไปฝังไว้ในไพ่ของเขา”
บนโต๊ะกลมกลางห้อง ไพ่ทาโรต์สำรับเก่าคร่ำครึของหมอผีที่ชื่อว่า ‘อาจารย์อานนท์’ กำลังถูกกรีดออกมาเป็นวงกลม ไพ่แต่ละใบที่เขาหยิบขึ้นมาไม่ได้เป็นภาพของอัศวินหรือราชินี แต่มันคือภาพของความตายที่เคลื่อนไหวได้เหมือนหนังในฟิล์มเก่าๆ อาจารย์อานนท์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ขาวโพลนไร้ตาดำของเขาจ้องมองมาที่เนตร
“นังหนู... เจ้าบังอาจก้าวก่ายเส้นทางของผู้มีอำนาจเหนือชีวิต” เสียงของเขาเหมือนเสียงใบไม้แห้งที่ถูกบดขยี้ “ไพ่ของเจ้าที่ถืออยู่ในมือ ก็เป็นได้เพียงกระดาษเปื้อนหมึก แต่ไพ่ของข้า... มันคือตั๋วเดินทางสู่ขุมนรกของเจ้า”
เนตรสูดลมหายใจลึก กลิ่นธูปกำยานผสมกลิ่นสาบศพโชยเข้าจมูก เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบสำรับไพ่ทาโรต์ของตนออกมา นี่ไม่ใช่การดูดวง แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วย ‘พลังชีวิต’ หากเธอพลาดเพียงนิดเดียว จิตของเธอจะถูกขังอยู่ในไพ่ใบใดใบหนึ่งตลอดกาล
“งั้นเรามาเดิมพันกันค่ะอาจารย์” เนตรพูดพลางวางไพ่ ‘The High Priestess’ ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา “ในเมื่อท่านชอบเล่นกับความตาย ข้าจะให้ท่านได้เห็นว่า ความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ได้มีไว้ให้คนตายอย่างท่านครอบงำ”
ทันทีที่ไพ่สัมผัสกับพื้นไม้ อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยว แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจนกรธนต้องถอยกรูดไปพิงกำแพง เขาชักปืนออกมา แต่กระบอกปืนกลับเย็นเฉียบจนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น นี่คืออำนาจของไสยเวทที่เกินกว่าวิถีของกฎหมายจะจัดการได้
“เจ้าคิดว่าพลังแห่งความรู้แจ้งจะสู้กับความมืดมิดได้หรือ?” อาจารย์อานนท์แค่นหัวเราะ ร่างกายของเขาสั่นสะเทือน ก่อนที่ควันสีเทาจะพวยพุ่งออกจากปากหมอผี กลายเป็นรูปร่างของอสรพิษที่แผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่ออยู่เหนือหัวของเนตร
เนตรหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้าสู่หัวใจ ปมในอดีตที่พ่อแม่ถูกฆ่าตายจากพิธีกรรมมืดผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะอ่อนแอ เธอจินตนาการถึง ‘แสง’ ที่แท้จริง แสงที่ไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่คือความเที่ยงตรงของโชคชะตา
“ไพ่ใบนี้... ข้าไม่ได้ใช้เพื่อพยากรณ์” เนตรลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินวาวโรจน์ “ข้าใช้มันเพื่อ ‘ปลดปล่อย’!”
เธอพลิกไพ่ใบถัดไป ‘The Judgement’ แสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งออกจากหน้าไพ่ปะทะกับอสรพิษควันดำจนเกิดเสียงหวีดร้องแหลมสูงราวกับวิญญาณนับร้อยกำลังถูกฉีกกระชาก อาจารย์อานนท์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดสีดำคล้ำไหลออกมาจากหูและจมูกของเขา แต่เขายังไม่ยอมแพ้ หมอผีเฒ่าหยิบไพ่ ‘The Devil’ ออกมาแล้วกรีดเลือดตัวเองลงไป
“หากเจ้าจะสู้ด้วยโชคชะตา ข้าจะปิดตายโชคชะตาของเจ้าเดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้น พื้นห้องพังทลายลง เนตรและสารวัตรกรธนร่วงหล่นลงสู่ห้องใต้ดินที่มืดมิด เสียงหัวเราะเยาะของมาดามรำไพดังสะท้อนมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กรธนพยายามประคองสติคว้าแขนเนตรไว้ท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด
“เนตร! คุณเป็นอะไรไหม!” กรธนตะโกนผ่านเสียงลมที่พัดหมุนวน
“ระวังตัวนะคะสารวัตร!” เนตรตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นี่ไม่ใช่แค่ห้องใต้ดิน... แต่มันคือหลุมศพที่พวกเขาสร้างรอไว้ให้เรา”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะทรงตัวได้ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... ไฟในห้องใต้ดินสว่างพรึบขึ้นด้วยเปลวเทียนไขมนุษย์นับร้อยเล่มที่วางเรียงรายอยู่รอบห้อง และภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาไม่ใช่มาดามรำไพ แต่เป็นบุคคลที่ควรจะตายไปนานแล้ว... เจ้าสัวบูรพา ที่ยืนยิ้มเย็นเยียบอยู่ในเงามืด พร้อมกับถือไพ่ ‘The Death’ ในมือข้างที่ถนัดที่สุด
"ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์... ที่ข้าเป็นคนเขียนบทเองกับมือ"
ขวัญเนตรทายใจขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางอันแสนอันตรายนี้ไปพร้อมกับเนตรนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 33
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!