"ถ้าคุณคิดว่าถ้อยคำสาปแช่งเหล่านั้นจะทำให้ฉันหวาดกลัวได้ คุณก็กำลังดูถูกศาสตร์แห่งไพ่ทาโรต์ต่ำเกินไปแล้วนะคะ มาดามรำไพ"
เสียงของขวัญเนตรดังก้องไปทั่วห้องโถงพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันธูปฉุนกึกและคราบเลือดแห้งกรังบนพื้นหินอ่อน สารวัตรกรธนยืนอยู่เคียงข้างเธอ มือขวาของเขากุมปืนแน่นจนสันหมัดขาวซีด ขณะที่นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาที
มาดามรำไพในชุดผ้าไหมสีดำสนิท หัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงที่แห้งผากราวกับเสียงกิ่งไม้หัก นางนั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้แกะสลักใจกลางวงล้อมของตุ๊กตาเสียกบาลและไพ่ทาโรต์สำรับโบราณที่วางคว่ำหน้าอยู่ นางเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยดูสง่างามบัดนี้เหลือเพียงความคลุ้มคลั่งและอำนาจมืด
"แกก็แค่เด็กสาวที่พยายามเล่นตลกกับโชคชะตา ขวัญเนตร" มาดามรำไพเหยียดหยาม "ตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ถูกจองจำด้วยคำสาปที่ส่งต่อมากว่าร้อยปี เลือดเท่านั้นที่จะล้างเลือดได้ แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถึงคิดจะมาหยุดยั้งบทอวสานที่เขียนไว้ด้วยความตายของเจ้าสัวบูรพา!"
ขวัญเนตรไม่สะทกสะท้าน เธอค่อยๆ หยิบสำรับไพ่ทาโรต์ขอบทองของเธอออกมาจากกระเป๋าผ้าไหม นิ้วเรียวสวยของเธอสัมผัสไปที่หน้าไพ่แต่ละใบด้วยความแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยพลังงานที่หนักแน่นราวกับภูเขา "ฉันไม่ได้มาเพื่อหยุดยั้งบทอวสานของคุณ แต่ฉันมาเพื่ออ่านความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงามืดเหล่านั้นต่างหาก"
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งเหมือนมีแรงกดอากาศมหาศาลกดทับ สารวัตรกรธนขยับตัวเข้ามาใกล้ขวัญเนตรมากขึ้น "เนตร... ข้างหลังคุณ พื้นที่ตรงนั้นมันเริ่มสั่น"
ขวัญเนตรไม่หันไปมอง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นรอยร้าวของมิติอาคมที่มาดามรำไพสร้างขึ้น เธอหลับตาลง ดึงกระแสจิตเข้าสู่ความว่างเปล่า ภาพของเจ้าสัวบูรพาในคืนวันตายฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ—ใบหน้าที่หวาดกลัว การทรยศที่ฝังรากลึก และไพ่ใบสุดท้ายที่เขาถือไว้ก่อนลมหายใจจะหมดลง
"The Sun..." ขวัญเนตรพึมพำ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่ฉายแสงวาววับ "คุณเชื่อว่าอำนาจของความมืดจะคงอยู่ตลอดไป แต่คุณลืมไปหรือเปล่ามาดาม... ว่าดวงอาทิตย์ไม่เคยยอมจำนนต่อรัตติกาล มันแค่รอเวลาที่จะทำลายเงาทุกอย่างให้หายไป"
เธอสะบัดข้อมือ ไพ่ใบหนึ่งปลิวว่อนออกจากมือเหมือนใบมีดอาคม มันไม่ได้พุ่งไปที่มาดามรำไพ แต่พุ่งไปปักลงที่กึ่งกลางของไพ่กองที่นางวางไว้บนโต๊ะพิธี แสงสว่างจ้าสีทองอร่ามระเบิดออกมาจากตัวไพ่ราวกับระเบิดแสง เสียงกรีดร้องโหยหวนของภูตผีที่ถูกกักขังดังกึกก้องไปทั่วคฤหาสน์
"ไม่! เป็นไปไม่ได้! นี่มันวิชาของใครกัน!" มาดามรำไพลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก พลังงานสีดำที่ห่อหุ้มร่างของนางเริ่มสลายตัวเมื่อต้องแสงจ้าจากพลังญาณทิพย์ของขวัญเนตร
"วิชาของบรรพบุรุษที่ถูกคุณทรยศไงคะ" ขวัญเนตรก้าวเดินเข้าไปหานางอย่างมั่นคง "ไพ่ The Sun ไม่ได้หมายถึงชัยชนะที่หอมหวานเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงการเปิดเผยความลับทุกอย่างให้กระจ่างแจ้ง ไม่มีเงาไหนจะต้านทานแสงอาทิตย์ได้... แม้แต่เงาของตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ที่คุณพยายามบิดเบือน"
พลังงานสีทองปะทะเข้ากับรอยร้าวของอาคมบนพื้นหินอ่อน เกิดเสียงแตกสลายดังสนั่นหวั่นไหว ดั่งแก้วคริสตัลชั้นดีที่ถูกทุบจนแหลกละเอียด มาดามรำไพทรุดลงกับพื้น ร่างกายของนางสั่นเทา ดวงตาที่เคยขุ่นมัวด้วยไสยเวทบัดนี้เริ่มกลับมาฉายแววหวาดกลัวอย่างมนุษย์ธรรมดา
สารวัตรกรธนไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปใส่กุญแจมือมาดามรำไพทันที "จบแล้วรำไพ ทุกอย่างที่เธอทำ หลักฐานทุกอย่างที่ขวัญเนตรช่วยเปิดเผย... มันจะพาเธอไปสู่กรงขัง ไม่ใช่คฤหาสน์หลังนี้อีกต่อไป"
ขวัญเนตรยืนนิ่ง หายใจหอบเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเธอยังคงสงบนิ่ง เธอเดินไปหยิบไพ่ The Sun ที่กลับมาวางอยู่บนพื้นหินอ่อนขึ้นมา มันดูเรียบเฉยไร้พลังพิเศษใดๆ อีกต่อไป ดูเหมือนไพ่ธรรมดาที่ผ่านกาลเวลามานาน แต่เมื่อเธอมองลึกลงไปในภาพวาดบนหน้าไพ่ เธอกลับเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
ภาพของดวงอาทิตย์ในไพ่... บัดนี้มันไม่ได้ยิ้มให้เธออีกต่อไป แต่มันกำลังเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นดวงตาที่จับจ้องกลับมายังเธอด้วยความอาฆาต
"เนตร เป็นอะไรไป?" กรธนถามเมื่อเห็นเธอชะงักไป
ขวัญเนตรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองสารวัตรด้วยแววตาที่สั่นไหว "กร... เราทำลายอาคมของมาดามรำไพได้สำเร็จก็จริง แต่พลังที่แตกกระจายออกมาเมื่อกี้ มันไม่ใช่แค่ของเธอคนเดียว"
"หมายความว่ายังไง?"
ขวัญเนตรหันกลับไปมองที่ผนังห้องโถงที่ถูกแรงระเบิดของอาคมกระแทกจนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดบรรพบุรุษ บนผนังห้องนั้นมีตราสัญลักษณ์ของตระกูลที่ถูกสลักด้วยเลือดและรอยจารึกโบราณที่เธอยังไม่เคยเห็นมาก่อน แต่มันไม่ได้มีแค่รอยเดียว... มันมีรอยใหม่ที่เพิ่งถูกเติมแต่งขึ้น
"มาดามรำไพเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง" ขวัญเนตรกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "คนที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมนี้ไม่ใช่แค่มนุษย์... แต่เป็นบางสิ่งที่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่วินาทีที่ไพ่ใบสุดท้ายถูกเปิด และตอนนี้... มันกำลังหันมาหาเรา"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบหยุดชะงัก เพราะผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงนั้นไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่คนรับใช้ แต่เป็นร่างของเจ้าสัวบูรพา... ในสภาพที่ไร้รอยแผลจากการถูกฆาตกรรม และกำลังถือสำรับไพ่ที่หายไปของตระกูลไว้ในมือแน่น
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมจะไขปริศนาบทสุดท้ายไปพร้อมกับเนตรในตอนต่อไปนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 34
แสงสว่างแห่งไพ่ The Sun
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!