เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 32

เวลาเหลือน้อย

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“หยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าข้ามเส้นวงล้อมเกลืออาคมนั่นไปเด็ดขาด!” เสียงตวาดของขวัญเนตรดังแทรกความเงียบงันที่กดทับคฤหาสน์อัศวเรืองฤทธิ์ สารวัตรกรธนชะงักฝีเท้า มือหนากระชับปืนพกในมือแน่น ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มกวาดมองพื้นที่รอบตัวที่ดูเหมือนปกติ แต่สำหรับคนที่มี ‘ตาที่สาม’ อย่างเนตร พื้นที่รอบคฤหาสน์กำลังบิดเบี้ยวเหมือนถูกสะท้อนผ่านกระจกเงาที่แตกร้าว “สารวัตร อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น” เนตรย้ำ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าแววตามุ่งมั่น เธอหยิบไพ่ทาโรต์สำรับเก่าแก่ขึ้นมา ใบหน้าของ *The Moon* ปรากฏเด่นชัดในมือที่สั่นไหวเล็กน้อย “มาดามรำไพไม่ได้แค่นั่งรอให้เราจับ เธอวางกับดักจิตไว้ทั่วบริเวณนี้” กรธนขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปตะโกนสั่งลูกน้องที่ยืนงงอยู่ด้านหลัง “ทุกคน! ถอยออกไปตั้งหลักที่แนวต้นไม้ อย่าเหยียบสิ่งของที่ดูผิดปกติบนพื้น!” ทว่าคำสั่งนั้นดูเหมือนจะช้าไป เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาโยนปืนทิ้งแล้วกุมศีรษะวิ่งเตลิดเข้าไปในความมืดของสวนหลังคฤหาสน์ราวกับถูกใครบางคนลากไป กรธนจะพุ่งตัวตาม แต่เนตรคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเขารู้สึกได้ถึงความหวาดหวั่นที่แผ่ซ่าน “เขาหลงเข้าไปในภาพหลอนแล้วค่ะสารวัตร ถ้าคุณตามเข้าไป คุณจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย” “แต่ผมทิ้งลูกน้องไว้ไม่ได้!” กรธนคำราม ความเป็นผู้นำและสัญชาตญาณตำรวจปะทะกับความเหนือธรรมชาติที่เขายังไม่คุ้นชิน “ถ้าคุณตาย ขบวนการเบื้องหลังตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ก็จะลอยนวล!” เนตรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “มองไปที่ประตูใหญ่สิคะ” กรธนหันกลับไปมอง ประตูคฤหาสน์ที่ควรจะเป็นไม้สักแกะสลักหรูหรา บัดนี้มันดูเหมือนปากของสัตว์ประหลาดที่กำลังอ้ากว้าง กลิ่นกำยานฉุนกึกโชยมาปะทะจมูก เขารู้สึกเหมือนวิญญาณของเจ้าสัวบูรพากำลังยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง จ้องมองลงมาด้วยดวงตาที่กลวงโบ๋ “นั่นไม่ใช่เจ้าสัว…” เนตรพึมพำ เธอหลับตาลงสัมผัสถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียน “มันคือเงาที่มาดามรำไพสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยววิญญาณของผู้ที่ถูกสังเวย” ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากับกำแพงลวงตา มาดามรำไพในชุดเดรสสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากเงามืดของประตู เธอไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉยนั้นเปื้อนยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นยะเยือกราวกับหิมะกลางฤดูร้อน เธอถือมีดอาคมด้ามงาช้างไว้ในมือ และรอบกายของเธอมีไอปราณสีดำมืดวนเวียนอยู่ “คุณตำรวจผู้มุ่งมั่น กับแม่หมอที่พยายามจะไขความลับที่ไม่มีวันเปิดเผย” เสียงของมาดามรำไพกังวานเย็นเยียบ “เวลาของพวกคุณเหลือน้อยเต็มทีแล้วนะ รู้ไหมคะว่าทำไม?” กรธนเล็งปืนไปที่เธอ “ออกมามอบตัวเดี๋ยวนี้มาดาม! หลักฐานทั้งหมดอยู่ที่เราแล้ว!” มาดามรำไพหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ราวกับเธอไม่ได้อยู่แค่ตรงหน้า แต่ล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง “หลักฐานงั้นหรือ? หลักฐานที่พวกคุณถืออยู่ มันเป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นด้วยเลือดของคนที่ตายไปแล้ว… ลองดูในกระเป๋าเสื้อคุณสิ สารวัตร” กรธนชะงัก เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อหยิบหลักฐานสำคัญ—แฟลชไดรฟ์ที่บรรจุความลับของเจ้าสัว—แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับไม่ใช่โลหะแข็งๆ หากแต่มันรู้สึกอ่อนนุ่มและเปียกชื้น เขาดึงมันออกมาแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความสะพรึงกลัว ในมือของเขาไม่ใช่แฟลชไดรฟ์ แต่มันคือ ‘เส้นผม’ กระจุกใหญ่ที่ถูกถักทอเป็นปมประหลาด และมีกลิ่นสาบสางรุนแรง “ไม่จริง…” กรธนถอยหลังไปหนึ่งก้าว “การสืบสวนบนโลกมนุษย์มันจบไปตั้งนานแล้ว” มาดามรำไพก้าวเดินลงมาบันไดช้าๆ ทุกจังหวะการเดินของเธอทำให้พื้นดินรอบข้างสั่นสะเทือน “ตอนนี้พวกคุณกำลังติดอยู่ในเขตแดนของอาคมอัศวเรืองฤทธิ์ และเครื่องสังเวยสุดท้ายของคืนนี้… กำลังจะเริ่มขึ้น” เนตรสะบัดไพ่ในมือ ไพ่ *The Tower* ลอยพุ่งตรงไปยังมาดามรำไพด้วยแรงจิต แต่มันกลับถูกกระแสลมดำมืดหักกลางอากาศจนกลายเป็นผุยผง เนตรกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย แรงสะท้อนจากอาคมนั้นรุนแรงจนเธอก้าวถอยหลัง แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดด้วยความทรนง “คุณหนีไม่พ้นหรอกค่ะมาดาม!” เนตรตะโกนผ่านเสียงลมที่พัดโหมกระหน่ำ “แม้คุณจะลบความจริงในใจคนอื่นได้ แต่คุณลบ ‘กรรม’ ที่คุณก่อไม่ได้!” “กรรมเหรอ?” มาดามรำไพหยุดเดิน เธออยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสิบก้าว รัศมีพลังที่ปล่อยออกมาทำให้ต้นไม้รอบคฤหาสน์เหี่ยวเฉาในพริบตา “กรรมคือสิ่งที่คนอ่อนแอใช้ปลอบใจตัวเอง แต่สำหรับตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์… เราคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์” ทันใดนั้น เสียงนาฬิกาดังสนั่นหวั่นไหวมาจากหอคอยของคฤหาสน์ เสียงนั้นหนักแน่นราวกับเสียงหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น พื้นดินใต้เท้าของกรธนและเนตรเริ่มแตกร้าว แสงสีแดงฉานพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกนั้น กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กรธนรีบคว้าข้อมือเนตรไว้แน่น “เนตร! เราต้องถอยก่อน!” “ไม่ได้! ถ้าถอยตอนนี้ วิญญาณของทุกคนที่ตายไปจะถูกดึงเข้าสู่วังวนนี้ตลอดกาล!” เนตรกัดฟันแน่น เธอหลับตาลงรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เหลืออยู่ “ฉันจะเปิดทางให้ สารวัตร… ให้ฉันทำในสิ่งที่ต้องทำ!” เธอกางฝ่ามือออก ตรงกลางฝ่ามือมีอักขระโบราณที่ส่องแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาตัดกับความมืดมิด มาดามรำไพมีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นความโกรธเกรี้ยว เธอพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พร้อมมีดอาคมในมือที่หมายจะปลิดชีพผู้บุกรุก “สายเกินไปแล้วแม่หมอ!” มาดามรำไพคำราม กรธนยกปืนขึ้นยิง แต่กระสุนกลับหยุดนิ่งกลางอากาศเหมือนถูกแช่แข็งในมิติเวลา ทว่าในจังหวะที่คมมีดของมาดามรำไพจะถึงตัวเนตร ประตูคฤหาสน์ด้านหลังมาดามรำไพกลับเปิดออกกว้างโดยไม่มีใครแตะต้อง และเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดนั้น ร่างนั้นคือเจ้าสัวบูรพา… แต่ไม่ใช่ในสภาพเหยื่อที่ตายไปแล้ว เขายืนตัวตรง แววตาคมกริบไร้ซึ่งร่องรอยของความตาย และในมือของเขาถือ ‘ไพ่ตาย’ ใบสุดท้ายที่หายไปจากสำรับของเนตร “รำไพ… เธอเล่นผิดกฎของตระกูลเราเกินไปแล้วนะ” เจ้าสัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอามาดามรำไพชะงักงันไปชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนคว้างไปต่อหน้าต่อตาขวัญเนตรและสารวัตรกรธน ขวัญเนตรทายใจขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกใจที่สุดไปกับขวัญเนตรในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%