“ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะไม่เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น คุณก็เตรียมตัวเป็นศพรายต่อไปได้เลยค่ะสารวัตร”
น้ำเสียงของขวัญเนตรเย็นเฉียบจนคนฟังต้องชะงัก เธอไม่ได้กำลังข่มขู่ แต่นี่คือคำเตือนที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาทของสารวัตรกรธนที่กำลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ในห้องทำงานลับของเธอ มือหนาสั่นเทาจิกแน่นบนที่วางแขน ใบหน้าที่เคยคมเข้มดุดันบัดนี้ซีดเผือดราวกับคนไม่มีเลือดไหลเวียน ผิวหนังบริเวณลำคอและต้นแขนเริ่มปรากฏรอยปื้นสีคล้ำคล้ายรอยช้ำที่ค่อยๆ ขยายวงกว้างราวกับเส้นเลือดที่เน่าเสีย
กรธนพยายามฝืนยิ้ม แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มหน้าผาก “ผม... ผมแค่ยังไม่อยากยอมรับ ว่าความยุติธรรมที่ผมเชื่อมาตลอดชีวิต กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับไสยศาสตร์งมงายพวกนี้”
“ความยุติธรรมไม่มีที่ว่างสำหรับคนตายนะคะสารวัตร” ขวัญเนตรหมุนตัวไปหยิบสำรับไพ่ทาโรต์ชุดพิเศษที่ขอบไพ่ถูกปิดตายด้วยอักขระสีแดงฉาน เธอไม่ได้เปิดไพ่เพื่อทำนายดวง แต่เธอใช้มันเป็นอาคมนำทาง “การที่คุณเข้าไปขุดคุ้ยตู้เซฟของมาดามรำไพเมื่อวาน ทำให้คุณเผลอไปแตะต้อง ‘ยันต์สะกดวิญญาณ’ ที่ซ่อนอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำนั่น ของต่ำพวกนี้มีเจ้าของ และพวกมันไม่ชอบให้ใครมาสอดรู้สอดเห็น”
ขวัญเนตรวางไพ่ ‘The Devil’ สลับกลับหัวลงบนพื้นไม้ พร้อมวางเทียนไขที่หลอมจากขี้ผึ้งแท้และน้ำมันจันทน์สามเล่มไว้รอบตัวสารวัตร บรรยากาศในห้องที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพรจางๆ กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นอับคล้ายเนื้อเน่าชวนสะอิดสะเอียน สารวัตรกรธนเริ่มหอบหายใจถี่ขึ้น เสียงกระดูกในร่างกายลั่นกรอบแกรบราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบิดเฟ้นร่างของเขาจากภายใน
“เนตร... ผมรู้สึกเหมือน... เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกัดกินปอดของผม” กรธนพึมพำ ดวงตาที่เคยแน่วแน่เริ่มแดงก่ำราวกับถูกเส้นเลือดฝอยในตากดทับ
“นิ่งไว้ค่ะ!” ขวัญเนตรตวาดเสียงต่ำ เธอกัดปลายนิ้วชี้จนเลือดซึมออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะแต้มลงบนหน้าผากของเขาเป็นรูปอักขระที่ดูซับซ้อน “อย่าสู้กับมันด้วยตรรกะ สู้กับมันด้วยจิตที่นิ่งที่สุด หากคุณหลุดจากสมาธิเมื่อไหร่ วิญญาณอัปปรีที่มาดามรำไพส่งมาจะสิงสู่และเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นหุ่นเชิดของเธอทันที”
เธอหยิบมีดอาคมด้ามงาช้างโบราณขึ้นมาวาดวงเวทบนอากาศ ประกายไฟสีน้ำเงินแลบแปลบปลาบตามคมมีด ขวัญเนตรเริ่มบริกรรมคาถาด้วยภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและทรงพลัง ผิดไปจากหญิงสาวผู้เงียบขรึมในยามปกติ ทันใดนั้น เทียนทั้งสามเล่มก็ดับพรึ่บลงพร้อมกัน ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
ในความมืดนั้นเอง เสียงกระซิบที่ฟังดูเหมือนเสียงของเจ้าสัวบูรพาดังขึ้นก้องห้อง “มึง... จะช่วยมันไปทำไม... ขวัญเนตร...”
กรธนสะดุ้งสุดตัว ร่างของเขาพุ่งขึ้นจากเก้าอี้ด้วยแรงมหาศาลที่เกิดจากบางอย่างเข้าแทรก เขาหันมาคว้าคอเสื้อของขวัญเนตรด้วยพละกำลังที่ผิดปกติ ดวงตาที่เคยสีดำสนิทบัดนี้กลายเป็นสีขาวขุ่นมัว
“มึงตายก่อนมันแน่...” เสียงของกรธนเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงของหญิงวัยกลางคนที่มีความแค้นฝังลึก
ขวัญเนตรไม่ตื่นตระหนก เธอสวนกลับด้วยการกระแทกฝ่ามือลงบนอกซ้ายของเขาอย่างจัง พลังงานที่มองไม่เห็นปะทะกันจนเกิดแรงลมสะท้อนกลับจนข้าวของในห้องกระจัดกระจาย เธอรู้ดีว่ามาดามรำไพไม่ได้มาเอง แต่เป็นการส่ง ‘เดรัจฉานวิชา’ มากำจัดเสี้ยนหนามที่ชื่อกรธนโดยเฉพาะ
“เจ้าสัวคะ! หยุดเถอะ! สิ่งที่มาดามทำ มันไม่ใช่ความรักแต่มันคือการดูดกลืนวิญญาณคนในตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์เพื่อต่ออายุขัยของตัวเอง!” ขวัญเนตรตะโกนก้องขณะพยายามกดร่างของชายหนุ่มให้นิ่งลง
ในจังหวะที่ขวัญเนตรกำลังรวบรวมสมาธิเพื่อส่งจิตเข้าไปดึงวิญญาณของกรธนกลับมา จู่ๆ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่น่าขนลุก... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ไม่ใช่เสียงคนเคาะแบบปกติ แต่มันคือเสียงเคาะที่ฟังดูเหมือนกรงเล็บเหล็กครูดกับไม้
ประตูไม้หนาถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ร่างนั้นสวมชุดดำสนิทและปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีเลือด แต่กลิ่นหอมของดอกราตรีที่โชยมานั้นทำให้ขวัญเนตรหัวใจแทบหยุดเต้น
“มาดามรำไพ...” ขวัญเนตรอุทานเบาๆ ขณะที่เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุม
มาดามรำไพไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ แต่ในมือของนางกลับถือบางอย่างที่ทำให้ขวัญเนตรต้องเสียหลักและเกือบจะหลุดจากสมาธิ... มันคือสร้อยคอรูปเขี้ยวสัตว์เก่าแก่ที่เป็นสมบัติประจำตระกูลของ ‘แม่’ ขวัญเนตรที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในวัยเด็กของเธอ
“ของสิ่งนี้... น่าจะช่วยให้การทำพิธี ‘สะกดวิญญาณ’ ของเธอสมบูรณ์แบบขึ้นนะ ขวัญเนตร” มาดามเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยพิษร้าย “หรือเธอจะเลือกให้สารวัตรคนนี้ตายคามือเธอไปพร้อมกับความลับเรื่องแม่ของเธอที่ไม่มีวันถูกเปิดเผย?”
ขวัญเนตรมองสร้อยเส้นนั้นสลับกับร่างของกรธนที่ยังคงดิ้นพล่านด้วยความทรมาน เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก หากเธอปล่อยมือจากกรธนเพื่อคว้าสร้อย วิญญาณของเขาจะแตกดับทันที แต่หากเธอไม่คว้ามันไว้... ความจริงเกี่ยวกับครอบครัวที่เธอตามหามาตลอดชีวิตก็จะมอดไหม้ไปกับไฟในห้องนี้
เธอตัดสินใจในเสี้ยววินาที... เธอไม่ได้เลือกทั้งสองอย่าง แต่กลับคว้าไพ่ 'The Fool' ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วขว้างใส่มาดามรำไพด้วยความเร็วสูง!
ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอไม่ใช่เลือดหรือการบาดเจ็บ แต่ร่างของมาดามรำไพกลับค่อยๆ เลือนหายไปราวกับหมอกควัน ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะกังวานและคำพูดที่ย้ำเตือนความตาย "สายไปแล้วนะเนตร... เพราะคนที่อยู่ข้างหลังเธอตอนนี้ ไม่ใช่คนที่จะยอมให้เธอรอดไปได้อีกต่อไป"
ขวัญเนตรชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นปราดขึ้นมาที่สันหลังเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รดลงบนต้นคอจากบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของห้องโดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นมาก่อน!
ขวัญเนตรทายใจหวังว่าบทนี้จะช่วยไขปมในใจของทุกท่านให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเฉลยว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเงาในห้องนั้นนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 23
ยันต์สะกดวิญญาณ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!