กลิ่นอายอับชื้นของคราบเลือดเก่าผสมกับกลิ่นธูปสาบสางยังคงลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าสัวบูรพา แม้ว่าเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะถอนกำลังออกไปตั้งแต่เมื่อช่วงดึกแล้วก็ตาม พื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่บนชั้นสามของคฤหาสน์อัศวเรืองฤทธิ์ถูกปิดตายด้วยเทปสีเหลืองสะท้อนแสง แต่สำหรับขวัญเนตรแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ว่างเปล่าเลยแม้แต่น้อย ร่องรอยของความหวาดกลัว วาระสุดท้ายอันทุรนทุราย และแรงอาฆาตมาดร้ายยังคงเกาะตัวหนาแน่นอยู่ในอากาศ ราวกับหมอกพิษที่รอวันกัดกินผู้ที่ย่างกรายเข้ามา
“คุณเนตรแน่ใจแล้วเหรอครับว่าเราควรเข้ามาในนี้ตามลำพัง... ทางกองร้อยยังไม่ได้สรุปสำนวนเลยด้วยซ้ำว่านี่คือการฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุจากความเครียดเส้นเลือดในสมองแตกตามที่มาดามรำไพให้การ”
เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรกรธนดังขึ้นทำลายความเงียบ นายตำรวจหนุ่มก้าวตามร่างบางเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความไม่สบายใจ แม้เขาจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน แต่บรรยากาศภายในห้องนี้กลับให้ความรู้สึกกดดันอย่างประหลาด ราวกับมีสายตานับร้อยคู่กำลังจ้องมองมาจากมุมมืด
ขวัญเนตรไม่ได้หันกลับไปมองคู่สนทนาในทันที เปลือกตาสีมุกปิดลงช้าๆ เพื่อตัดการมองเห็นทางกายภาพ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดเข้าสู่ศูนย์กลางจิตใจ ปล่อยให้ประสาทสัมผัสที่หกทำหน้าที่เปิดรับคลื่นพลังงานตกค้างที่หลงเหลืออยู่
“อุบัติเหตุหรือคะสารวัตร...” ขวัญเนตรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบ “คนเราถ้าเส้นเลือดในสมองแตกกะทันหัน จะมีเวลามานั่งก้มหน้าขูดลอกรอยเลือดที่แห้งกรังบนโต๊ะทำงานด้วยความหวาดกลัวแบบนั้นหรือคะ... อีกอย่าง คนตายไม่ได้ต้องการความยุติธรรมจากกระบวนการทางกฎหมายอย่างเดียวหรอกค่ะ วิญญาณที่ถูกฆ่าตัดตอนด้วยไสยเวทมนตร์ดำ กำลังกรีดร้องขอความเป็นความตายจากพวกเราต่างหาก”
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ คราบสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเช็ดทำความสะอาดไปบางส่วนยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดเอาไว้ ขวัญเนตรสัมผัสได้ถึงกระแสความเย็นเยียบที่แล่นแปลบขึ้นมาจากปลายนิ้ว
ภาพเหตุการณ์ในคืนวันเกิดเหตุกระตุกวาบเข้ามาในหัวสมองของเธอราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกเร่งความเร็ว เจ้าสัวบูรพากำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่หลังโต๊ะนี้ มือข้างหนึ่งกำไพทาโรต์ไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่เงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลัง ไม่ใช่เงาของเขาเอง... แต่เป็นร่างของใครบางคนที่ยืนซ้อนทับ พร้อมกับมีดอาคมโบราณที่ปักลงมากลางแผ่นหลังอย่างอำมหิต!
“อึก...” ขวัญเนตรสะดุ้งเฮือก ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าวจนเกือบชนเข้ากับแผงอกของสารวัตรกรธนที่รีบก้าวเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ด้วยความตกใจ
“คุณเนตร! เป็นอะไรไปครับ หน้าซีดมากเลย” สารวัตรหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล มือใหญ่กระชับแขนเรียวไว้มั่นเพื่อประคองไม่ให้เธอล้มลง
“ดิฉันไม่เป็นไรค่ะสารวัตร...” ขวัญเนตรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อีกครั้งเพื่อเรียกสติ สีหน้าที่เคยเรียบเฉยตอนนี้กลับมีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตื่นตัว “พลังงานในห้องนี้รุนแรงมากค่ะ มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรมเพื่อแย่งชิงมรดก แต่มีเรื่องของ ‘พิธีกรรม’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มาดามรำไพไม่ได้แค่โกหกเรื่องสาเหตุการตาย แต่เธอกำลังพยายามลบร่องรอยของบางอย่าง... บางสิ่งที่ทรงพลังและอันตรายเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้”
กรธนขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาคู่นคมฉายแววครุ่นคิด เขาเริ่มคุ้นชินกับสัมผัสพิเศษของหญิงสาวข้างกายคนนี้บ้างแล้ว แม้ว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จะยังชี้ไปใน方向ที่เป็นไปได้หลายทาง แต่สัญชาตญาณดิบของตำรวจมือปราบก็บอกเขาเช่นกันว่า คฤหาสน์หลังนี้มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันหรูหรา
“ถ้าอย่างนั้นที่คุณเนตรบอกว่ามี ‘บางสิ่ง’ ซ่อนอยู่ มันคืออะไรล่ะครับ ทีมพิตรวจหลักฐานเคลียร์พื้นที่ไปหมดแล้วนะ” กรธนตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์
ขวัญเนตรไม่ตอบคำถาม เธอหันกลับไปมองผืนพรมเปอร์เซียสีแดงเลือดนกผืนใหญ่ที่ปูอยู่กลางห้อง ลวดลายโบราณอันวิจิตรบรรจงนั้นบัดนี้ดูคล้ายกับกรงขังขนาดใหญ่ สายตาของร่างบางกวาดสำรวจความผิดปกติอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับมุมหนึ่งของพรมที่ตั้งอยู่ใกล้กับโต๊ะทำงาน มุมนั้นมีรอยยับย่นผิดธรรมชาติ ราวกับมีบางสิ่งถูกยัดเยียดซุกซ่อนไว้รีบร้อนก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
“มันไม่ได้อยู่บนโต๊ะค่ะสารวัตร... แต่มันอยู่ ‘ใต้’ เท้าของเรานี่เอง”
ขวัญเนตรก้าวเข้าไปใกล้ผืนพรมผืนนั้นทันที สารวัตรกรธนขยับตัวเข้ามาประกบข้างอย่างระแวดระวัง มือหนาเอื้อมไปเตรียมพร้อมที่ด้ามปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ
หญิงสาวคุกเข่าลงช้าๆ มือสวมถุงมือเอื้อมไปจับมุมพรมแล้วออกแรงดึงขึ้นอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นมาเล็กน้อย ทันทีที่พรมผืนหนาถูกเปิดออกเผยให้เห็นพื้นไม้ปาร์เกต์ด้านล่าง แสงไฟจากสปอตไลท์พกพาของสารวัตรก็ส่องกระทบเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่นอนนิ่งสนิทอยู่ตรงนั้น
ดวงตากลมโตของขวัญเนตรหรี่ลงเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนตื่นเต้น
บนพื้นไม้มีไพ่ทาโรต์ใบหนึ่งคว่ำหน้าอยู่... แต่นั่นไม่ใช่ไพ่ธรรมดา ขอบกระดาษของมันเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีน้ำตาลเข้มแห้งกรัง ซึ่งเธอมั่นใจว่ามันคือ “เลือด” ของเจ้าสัวบูรพาที่กระเซ็นมาติดไว้ในวาระสุดท้ายของชีวิต
ขวัญเนตรสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วค่อยๆ พลิกไพ่ใบนั้นหงายขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังเปิดฝาโลงศพ
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้ทั้งเธอและสารวัตรกรธนต้องผงะถอยหลังด้วยความตกใจ
ไพ่ใบนั้นคือ **The Tower** — ภาพหอคอยสูงตระหง่านที่ถูกสายฟ้าสีแดงฉานผ่ากลางจนพังทลาย ผู้คนกำลังร่วงหล่นลงมาจากยอดตึกท่ามกลางเปลวเพลิงและกลุ่มควันมืดมิด เป็นสัญลักษณ์แห่งการพินาศย่อยยับ ความหายนะกะทันหัน และการล่มสลายของอำนาจที่สั่งสมมา
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความหมายเดิมของหน้าไพ่ ก็คือรอยกรีดลึกเป็นทางยาวกลางใบไพ่ ที่ถูกกรีดด้วยของมีคมจนทะลุปรุโปร่ง ราวกับผู้ลงมือต้องการทำลายล้างแม้กระทั่งดวงวิญญาณของผู้ที่ถือครองมัน
ทว่า... ในวินาทีที่ไพ่ The Tower ถูกพลิกหงายขึ้นจนเต็มตา อุณหภูมิภายในห้องทำงานก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหน้าต่างที่ปิดสนิทจนผ้าม่านปลิวไสว พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าอันเย็นชาที่ดังขึ้นข้างหูของขวัญเนตร ราวกับดังมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง
*“พวกแก... ไม่มีวันหนีพ้นคำสาปนี้หรอก...”*
ขวัญเนตรสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองยังมุมมืดของห้องทันที แต่สิ่งที่พบกลับไม่ใช่ความว่างเปล่า... เงาดำทึบรูปร่างคล้ายคนกำลังขยับตัวลุกขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ก่อนที่เงาร่างนั้นจะพุ่งวาบหายทะลุกำแพงออกไปต่อหน้าต่อตา!
สารวัตรกรธนชักปืนออกมาเล็งไปยังทิศทางนั้นทันทีด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มถอดสี ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่อาจปิดบังได้ “นั่น... เสียงอะไรเมื่อครู่! คุณเนตรเห็นเหมือนผมไหมครับ!”
ขวัญเนตรยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าคุกเข่า มือเรียวยังคงกำไพ่ The Tower ที่เปื้อนเลือดไว้แน่นจนสั่นระริก ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังจุดที่เงาดำหายไป พร้อมกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งกระจ่างชัดในหัวใจ ไพ่ใบนี้ไม่ได้ถูกซ่อนไว้เพื่ออำพรางคดี... แต่มันคือคำประกาศิตแห่งความตาย ที่กำลังพุ่งเป้ามายังตัวเธอเองในฐานะผู้ที่บังAาญเข้ามาขุดคุ้ยความลับนี้
และก่อนที่ขวัญเนตรจะได้กล่าวเตือนอันใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องทำงาน พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งอย่างทรงอำนาจ ตามด้วยเสียงหวานเยียบเย็นของมาดามรำไพที่ดังทะลุบานประตูเข้ามา
“สารวัตรกรธนคะ... ดิฉันได้ยินเสียงเอะอะในห้องของสามีดิฉัน มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ ทำไมถึงต้องพังเข้าไปในเขตหวงห้ามแบบนั้น... หรือว่าพวกคุณกำลัง ‘แอบ’ หาหลักฐานอะไรที่ดิฉันยังไม่ได้ทำความสะอาดให้เรียบร้อยกันแน่คะ?”
ขวัญเนตรหันไปสบตากับสารวัตรกรธนที่หันมามองเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องกำลังจะถูกเปิดออก และพวกเธอกำลังจนมุมอยู่ในถ้ำของเสือร้ายที่ซ่อนพิษสงไว้อย่างแนบเนียน!
ขวัญเนตรทายใจขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 3
รอยเลือดบนสำรับไพ่
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!