กลิ่นอายความอับชื้นของผืนป่าดิบชื้นผสมกลิ่นควันธูปเก่าๆ ลอยอลวนอยู่ในความเงียบงันทันทีที่ล้อรถยนต์อเนกประสงค์คันหรูหยุดนิ่งสนิท เบื้องหน้าของขวัญเนตรและสารวัตรกรธนคือประตูเหล็กดัดลายเครือเถาโบราณ บิดเบี้ยวราวกับกรงขังของสัตว์ป่าดุร้าย คฤหาสน์อัศวเรืองฤทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่หลังม่านหมอกจางๆ แม้จะเป็นยามบ่ายที่แสงอาทิตย์ควรจะแผดเผา แต่เงาทึบจากต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมตัวอาคารสไตล์โคโลเนียลกลับทำให้สถานที่แห่งนี้ดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
"คุณแน่ใจนะว่าเราควรเข้ามาโดยไม่มีหมายค้น" สารวัตรกรธนเอ่ยทำลายความเงียบ มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สายตาคมกริบมองลอดกระจกหน้ารถไปยังตัวคฤหาสน์ที่ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว มีเพียงความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
ขวัญเนตรไม่ได้ตอบทันที หญิงสาวปรายตามองกระเป๋าผ้าไหมสำเพ็งที่วางอยู่เบาะหลัง ภายในนั้นมีสำรับไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอร์-เวทที่ผ่านการปลุกเสกมานับครั้งไม่ถ้วน และก้อนเกลือหินดำจากแดนไกลที่เริ่มอุ่นวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีสาเหตุ ร่างเพรียวในชุดสูทผ้าลินินสีครีมเข้มหันมาสบตากับนายตำรวจหนุ่ม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน
"หมายค้นของตำรวจอาจใช้กระดาษแผ่นเดียวเบิกทางได้นะคะสารวัตร... แต่สำหรับที่นี่ สิ่งที่เราต้องใช้เบิกทางคือ 'ความยินยอม' จากสิ่งที่มองไม่เห็นต่างหากล่ะคะ" ขวัญเนตรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบ เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
หญิงสาวผลักประตูรถลงไปสัมผัสกับพื้นดินทันที รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นกรวดส่งเสียงกรอบแกรบกังวลใจ บรรยากาศรอบตัวช่างวังเวงเสียจนน่าประหลาด ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ที่ฟังคล้ายเสียงกระซิบกระซาบของหญิงสาวหลายคนกำลังหัวเราะคิกคักในระยะประชิด
กรธนก้าวตามลงมาอย่างไม่ลังเล แม้เขาจะเป็นนายตำรวจผู้เชื่อมั่นในพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่เหตุการณ์แปลกประหลาดในคดีของเจ้าสัวบูรพาเมื่อคืนก่อน ก็ทำให้เขาปฏิเสธสัญชาตญาณเตือนภัยลี้ลับไม่ได้อีกต่อไป สัญชาตญาณนักสืบบอกเขาว่า คฤหาสน์หลังนี้มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ใต้พรมราคาแพง และมันกำลังรอเวลาที่จะลากพวกเขาทั้งคู่ลงไปในหลุมพราง
เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูเหล็กเข้ามา สิ่งแรกที่ขวัญเนตรสัมผัสได้ไม่ใช่ความหรูหราของสถาปัตยกรรมตะวันตกที่หลงเหลือจากอดีต แต่เป็น 'กลิ่น'
"กลิ่นอะไร..." กรธนขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นแตะปลายจมูกเมื่อกลิ่นฉุนรุนแรงเตะเข้าอย่างจัง มันไม่ใช่กลิ่นสาบสว่างหรือกลิ่นอับธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหืนของน้ำมันจันทน์ผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลม
"กลิ่นอายของพิธีกรรม 'เขมรต่ำ' ค่ะ" ขวัญเนตรหยุดเดิน ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองไปรอบสนามหญ้าที่ปล่อยให้รกร้าง เธอไม่ได้มองด้วยตาเปล่า แต่กำลังเปิด 'ญาณทิพย์' เพื่ออ่านร่องรอยพลังงานที่ตกค้าง
ภาพในห้วงนิมิตวูบวาบขึ้นมาในหัว สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว ขวัญเนตรเห็นเงาดำทะมึนหลายร่างกำลังเดินวนรอบสระน้ำพุแห้งๆ เมื่อคืนวาน เสียงสวดมนต์ภาษาแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายดังสะท้อนก้องในโสตประสาท และที่สำคัญที่สุด... รอยเท้าของใครบางคนไม่ได้เหยียบอยู่บนพื้นดิน แต่มันลอยเหนือพื้นหญ้า
"ตามฉันมาค่ะ อย่าเดินออกนอกเส้นทางเด็ดขาด" ขวัญเนตรกระซิบเตือนเสียงเครียด ใบหน้าเนียนใสที่เคยสงบนิ่งบัดนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอยื่นมือไปหยิบเศษเกลือหินสีดำจากกระเป๋าเสื้อมาโปรยลงบนพื้นทีละนิดทุกก้าวที่เดิน เพื่อสร้างอาณาเขตคุ้ม
ทั้งคู่เดินลึกเข้ามาจนถึงระเบียงหน้าคฤหาสน์ ประตูไม้สักทองบานใหญ่แกะสลักลวดลายเทพพนมปิดสนิท แต่กุญแจทองเหลืองขนาดใหญ่ไม่ได้คล้องไว้ มันเพียงแค่ 'ลงกลอน' จากด้านในอย่างหลวมๆ ราวกับเชิญชวนให้ผู้มาเยือนผลักเข้ามา
กรธนเอื้อมมือไปหมายจะผลักประตู แต่ขวัญเนตรกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนนายตำรวจหนุ่มต้องชะงัก
"ดูที่ธรณีประตูสิคะสารวัตร... ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานชุดแรกคงไม่ได้สังเกตสินะคะ"
กรธนก้มลงมองตามปลายนิ้วของเธอ หัวใจของนายตำรวจหนุ่มกระตุกวูบ
ที่พื้นไม้สักทองตรงรอยต่อประตู มีรอยขูดขีดเป็นทางยาวลากลึก ลายเส้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการลากเฟอร์นิเจอร์ แต่มันคือรอยเล็บมนุษย์! รอยเล็บที่จิกข่วนลงไปในเนื้อไม้แข็งจนหลุดรุ่ย เต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำคล้ำที่แห้งกรัง และตรงกลางรอยขูดขีดนั้น มีเส้นผมสีดำสนิทนับร้อยเส้นถูกถักเปียรวมกันแล้วมัดไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์เปื้อนเลือด ถูกซ่อนเอาไว้ใต้ร่มเงาของธรณีประตูอย่างแนบเนียน
"นี่คือ 'อาถรรพ์ผูกวิญญาณ' ค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาจับจ้องไปที่เปียผมเส้นนั้นไม่วางตา "ใครก็ตามที่ก้าวข้ามธรณีประตูนี้โดยไม่มีเครื่องรางคุ้มกัน วิญญาณจะถูกผูกติดไว้กับเรือนร่างของเจ้าสัว... และตอนนี้ เจ้าของบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้ต้องการแขกผู้มาเยือนเพื่อต้อนรับ แต่พวกเขาต้องการ 'ตัวแทน' ต่างหากล่ะคะ"
ลมหนาวพัดกรรโชกวูบใหญ่เข้าปะทะแผ่นหลังจนขนลุกซู่ ประตูไม้สักทองบานใหญ่ที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ 'แง้มเปิดออกเอง' ช้าๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังดึงมันจากด้านใน เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับดังแสบแก้วชาดสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า
ในความมืดสลัวของโถงบันไดวนกลางคฤหาสน์ ร่างของหญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมสีดำสนิทกำลังยืนนิ่งสนิท หันหลังให้พวกเขา เส้นผมสีดอกเลาวยาวสลวยสะท้อนแสงไฟสลัวจากด้านนอก มาดามรำไพ... ภรรยาหลวงผู้เยือกเย็นและตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง ค่อยๆ หันศีรษะกลับมามองช้าๆ อย่างผิดธรรมชาติ บิดคอเกือบเก้าสิบองศาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนถึงใบหูที่ฉีกยิ้มทักทายพวกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับไม่ใช่เสียงของมนุษย์
"มารอรับศพสามีฉัน... หรือมารอเป็นศพรายต่อไปกันแน่คะ... คุณหมอดู"
ขวัญเนตรทายใจขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ
เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์•ตอนที่ 2
ก้าวแรกสู่คฤหาสน์อาถรรพ์
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไพ่ตาย: คำสาปตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!