กลิ่นของกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับโอโซนสังเคราะห์จากแผงระบายความร้อน ลอยอวลอยู่ในห้องควบคุมภาคพื้นดินขนาดกว้างสิบสองตารางเมตร หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเอเดนกำลังกะพริบเป็นเส้นกราฟสีแดงฉาน บ่งบอกถึงอัตราการสูญเสียพลังงานของสถานีอวกาศเนเมซิสที่ยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง
ตัวเลขและสมการนับร้อยไหลผ่านเรตินาของเขาอย่างรวดเร็ว เอเดนขยับนิ้วเรียวยาวบนแป้นพิมพ์แสง จังหวะการเคาะหนักแน่นและแม่นยำราวกับจังหวะของเมโทรโนมที่คอยควบคุมความตายของระบบทั้งหมด เขากำลังพยายามคำนวณหาทางแก้ไขข้อบกพร่องของอัลกอริทึมหลัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิศวกรรมวิญญาณที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมา
แต่แล้ว เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่ลังเลก็ทำลายสมาธิอันเปราะบางนั้นลง
"คุณกำลังใช้สมการที่ผิดพลาดในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องอยู่นะครับ เอเดน"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบงันในห้องควบคุม น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเจือแววเยาะหยันอยู่จางๆ เอเดนไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็รู้ว่าใครคือผู้มาเยือน กลิ่นจางๆ ของดอกการ์เดนียผสมกับกลิ่นอับของเอกสารฟิสิกส์เชิงควอนตัม เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีวันลืมของ 'ซีลีน'
เอเดนหยุดนิ้วที่กำลังพิมพ์ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าของเธอเรียบเฉย ทว่าดวงตาสองข้างกลับพราวระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการได้เห็นของเล่นชิ้นโปรดพังคามือ
"ถ้าคุณเข้ามาเพื่อจะบอกว่าตรรกะของผมล้มเหลว ผมแนะนำให้เดินกลับออกไปทางเดิม ซีลีน" เอเดนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา "ผมไม่มีเวลามาฟังทฤษฎีเพ้อเจ้อเรื่องจิตสำนึกร่วมหรือตัวเลขลอยได้อะไรนั่นของคุณหรอก ระบบกำลังจะล่มสลาย และความจริงทางกายภาพเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตคนบนนั้นได้ ไม่ใช่จินตนาการของคุณ"
ซีลีนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินน่องเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยแตะจมูก เอเดนขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัยจากรัศมีพลังงานรอบตัวเธอ
หญิงสาวก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากหน้าจอโฮโลแกรมของเขาเพียงไม่กี่คืบ นิ้วเรียวชี้ไปที่กราฟสีแดงที่กำลังพุ่งขึ้นสูงสุด
"ความจริงทางกายภาพเหรอครับ? เอเดน... คุณคิดจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่บนเนเมซิส มันเป็นแค่เรื่องของแรงดันไฟฟ้าและโค้ดโปรแกรมบกพร่อง?" ซีลีนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอจริงจังขึ้นจนน่ากลัว "ลองดูนี่สิ"
เธอปัดข้อมือเบาๆ โฮโลแกรมส่วนตัวของเธอถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบหลักของเอเดนทันที ภาพที่ปรากฏไม่ใช่กราฟตัวเลขที่คุ้นเคย แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานสีครามที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต มันบิดตัว ขดตัว และแผ่ขยายออกเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเกิดขึ้นได้จากความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์
เอเดนขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ "คุณแฮกเข้ามาในระบบหลักเหรอ? ซีลีน นั่นมันผิดระเบียบความปลอดภัยระดับสาม!"
"ระเบียบความปลอดภัยจะมีความหมายอะไร ถ้าเรากำลังถูกกลืนกินโดยบางสิ่งที่แม้แต่ฟิสิกส์กระแสหลักยังอธิบายไม่ได้?" ซีลีนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอคมกริบไม่แพ้กัน "คลื่นสัญญาณที่คุณพยายามแก้ มันไม่ได้ส่งมาจากศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินที่ไหนหรอกครับ... แต่มันกำลังตอบสนองต่อ 'ความทรงจำ' ของใครบางคนบนสถานีนั้นต่างหาก"
ห้องควบคุมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักเป็นฉากหลัง เอเดนมองหน้าจอที่มีกลุ่มก้อนพลังงานสีครามนั้นเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัว
หัวใจของเขาเต้นสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนแวบเข้ามาในหัว ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยตัวเลขและตรรกะอันเย็นชา—เสียงกรีดร้อง ความร้อนระอุของเปลวไฟ และความรู้สึกไร้พลังเมื่อสูญเสียทุกอย่างไปในพริบตา
เอเดนกัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยายามดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริง
"เหลวไหล" เอเดนเค้นเสียงลอดไรฟัน "มันเป็นแค่ความถี่แม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจรของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน ไม่มีเรื่องจิตวิญญาณหรือความทรงจำอะไรทั้งสิ้น อย่าเอาความเชื่อไสยศาสตร์ควอนตัมของคุณมาปะปนกับงานวิศวกรรม"
ซีลีนจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชแกมเวทนา เธอไม่ได้โกรธเคืองท่าทีที่แข็งกระด้างของเขา ตรงกันข้าม เธอกลับก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเอเดนได้กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
"คุณกลัวเหรอครับ เอเดน?" ซีลีนกระซิบเสียงแผ่วเบa ทว่าชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาท "คุณกลัวว่าสมการที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าโลกนี้มีเหตุผลรองรับ มันกำลังจะพังทลายลง เพราะคุณตระหนักดีว่า... ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจคุณ คุณก็สัมผัสได้ถึงเสียงเรียกนั้นเหมือนกัน"
เอเดนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้ต้องก้มมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองแผ่ขยายออกจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของแข็ง
"ออกไปจากห้องของผม ซีลีน" เอเดนเอ่ยเสียงต่ำ คมกริบ และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ "ก่อนที่ผมจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากตัวคุณออกไป"
ซีลีนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อให้เขาเบาๆ อย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเธอผ่านเนื้อผ้าทำเอาเอเดนสะท้านเฮือกโดยไม่ตั้งใจ
"ตามใจคุณสิครับ เอเดน... แต่อย่าลืมล่ะว่า ต่อให้คุณจะปิดกั้นมันแค่ไหน ความถี่ของคลื่นสัญญาณนั้นก็ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ" ซีลีนหมุนตัวเดินช้าๆ ไปที่ประตู ก่อนจะหยุดและหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย "และตอนนี้... มันไม่ได้มาจากสถานีเนเมซิสแล้วล่ะครับ"
เอเดนขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไง?"
ซีลีนไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอกดปุ่มเปิดประตูแล้วก้าวออกไป ทิ้งให้เอเดนยืนอยู่ลำพังท่ามกลางแสงไฟสีแดงฉาน
ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง เอเดนหันขวับกลับมามองที่หน้าจอโฮโลแกรมหลักอีกครั้ง กราฟพลังงานที่เคยนิ่งสงบเมื่อครู่ บัดนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล และที่มุมขวาบนของจอภาพ... มีข้อความแจ้งเตือนสถานะการเชื่อมต่อใหม่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
*Incoming Signal Origin: Local Terminal (Room 402 - Direct Line)*
ห้องควบคุมนี้... ไม่มีใครอื่นนอกจากเขา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเวิ้งว้างนี้นะครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 2
ทฤษฎีที่ไร้ตัวเลข
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!