เสียงคำรามต่ำทุ้มของแผงวงจรควอนตัมในห้องควบคุมหลัก ไม่ได้ดังสะท้อนผ่านโสตประสาทอีกต่อไปแล้ว แต่มันแทรกซึมเข้าไปในสั่นสะเทือนถึงไขกระดูก
เอเดนยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าจอแสดงผลกระจกโค้ง 360 องศา แสงสีฟ้าอมม่วงจากแผนที่แรงโน้มถ่วงสะท้อนลงบนนัยน์ตาสสีเข้มที่ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว เขากำลังมองดูเส้นกราฟพารามิเตอร์ที่พุ่งทะยานเลยขีดจำกัดสีแดงไปไกลลิบ
"คุณกำลังเล่นเกมรูเล็ตต์รัสเซียกับชีวิตของคนทั้งสถานี... ด้วยกระสุนที่บรรจุเต็มทุกโม่นะเอเดน"
เสียงของซีลีนดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ ร่างเพรียวบางในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรที่ยับยู่ยี่พิงสะโพกกับโต๊ะทำงาน แววตาของเธอสะท้อนความเหนื่อยล้า แต่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่อาบยาพิษ
เอเดนไม่หันกลับไปมอง เขายังคงจ้องมองจุดศูนย์กลางสีดำสนิทบนเรดาร์ ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดจิ๋วที่กำลังออกแรงดึงดูดมหาศาลดึงสถานีวิจัยลอยฟ้าแห่งนี้เข้าหาตัว
"ตรรกะไม่ได้บอกให้ผมเล่นเกมครับซีลีน... แต่มันคือสมการเดียวที่เหลืออยู่ หากเรายังดึงดันจุดเครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงต่อไป โครงสร้างไทเทเนียมของสถานีจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่เราจะเข้าสู่รัศมีเหตุการณ์ (Event Horizon) เสียอีก"
"และถ้าเราดับเครื่องยนต์... ปล่อยให้แรงโน้มถ่วงพาเราดิ่งลงไปตามยถากรรม คุณเอาอะไรมาประกันว่าจิตสำนึกร่วมที่เราคำนวณไว้ จะไม่ถูกบดขยี้จนแตกสลายกลายเป็นแค่ผงธุลีในมิติที่สี่ล่ะ?" ซซีลีนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังเป็นจังหวะสะท้อนก้อง เธอหยุดยืนอยู่เคียงข้างเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ เคมีอันตรายที่เกิดจากความเห็นต่างและแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าว
"ผมไม่ได้ใช้ความรู้สึกประกัน... ผมใช้คณิตศาสตร์" เอเดนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเย็นชาในแววตาของเอเดนปะทะเข้ากับความดื้อรั้นในนัยน์ตาคู่สวยของซีลีน "ในเมื่อแรงดึงดูดของมันคือความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การฝืนต้านมีแต่จะทำให้เราพินาศเร็วขึ้น การไหลไปตามกระแสของมันต่างหาก คือทางเดียวที่เราจะใช้แรงเหวี่ยงของมันเพื่อดีดตัวกลับ"
"คุณก็แค่... กำลังยอมจำนนต่ออดีตของคุณเอง" ซีลีนกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงของเธอเจือความเย้ยหยันที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกๆ "คุณเห็นหลุมดำนั่นเป็นสัญลักษณ์ของอุบัติเหตุครั้งนั้น... อุบัติเหตุที่คุณช่วยน้องชายของคุณไม่ได้ คุณเลยอยากปล่อยให้มันดึงคุณดิ่งลงไปเพื่อไถ่บาปใช่ไหม?"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า เอเดนชะงักไปชั่ววินาที กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธวูบหนึ่งไต่ขึ้นมาในอก แต่มันถูกกดทับด้วยกำแพงแห่งเหตุผลที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับฟิสิกส์เชิงทฤษฎีครับซีลีน" เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลง
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นส ิ... ว่าสิ่งที่คุณเลือก ไม่ใช่การพาเราไปตาย" ซซีลีนท้าทาย เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะที่คันโยกควบคุมระบบขับเคลื่อนหลักที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเขาทั้งสอง นิ้วเรียวยาวของเธอวางทาบทับลงบนมือของเอเดนที่กำอยู่บนแป้นควบคุม ความอบอุ่นจากมือของเธอส่งผ่านถุงมือเทอร์โม ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเอเดนกระตุกวูบอย่างรุนแรง
"ถอยไปซีลีน นี่ไม่ใช่เวลามาพิสูจน์อีโก้"
"ฉันไม่ได้พิสูจน์อีโก้... ฉันกำลังเดิมพันชีวิตกับผู้ชายที่เย่อหยิ่งที่สุดในกาแล็กซีต่างหาก" ซซีลีนโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของโอโซนและสนเปียกจากตัวเธอปะปนกับกลิ่นอับของแผงวงจร "ถ้าคุณมั่นใจในสมการของคุณนัก... ก็แสดงให้ฉันดูสิว่าคุณกล้าพอที่จะปล่อยมือจริงๆ หรือเปล่า"
เอเดนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เขามองลึกลงไปในดวงตาที่ดื้อรั้นคู่นั้น ในเสี้ยววินาทีแห่งความเงียบงัน ทั้งโลกราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของเขากับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สถานีอวกาศกำลังเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเหตุการณ์อย่างสมบูรณ์แบบ
นิ้วมือของเอเดนขยับ เขาไม่ได้ปัดมือเธอออก แต่กลับพลิกฝ่ามือขึ้นแล้วกุมมือเรียวนั้นไว้แน่นด้วยความแน่วแน่
"ถ้าเช่นนั้น... เรามาลองดูพร้อมกันว่าความจริงจะหน้าตาเป็นอย่างไร"
เอเดนกดปุ่มสีแดงเพลิงบนแผงควบคุมหลักด้วยมืออีกข้าง
*คลิก*
เสียงระบบขับเคลื่อนหลักตัดการทำงานลงอย่างสิ้นเชิง หน้าจอแสดงผลทั้งหมดดับวูบลงในเสี้ยววินาที ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องควบคุม แรงโน้มถ่วงเทียมหายวับไป ส่งผลให้ร่างของเอเดนและซีลีนลอยตัวขึ้นจากพื้นเล็กน้อยอย่างไร้น้ำหนัก ทั้งคู่ยังคงจ้องมองกันและกันในความไร้น้ำหนักนั้น ขณะที่สถานีวิจัยทั้งหมดถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดมหาศาล ดิ่งพสุธาเข้าสู่ห้วงความมืดมิดของหลุมดำอย่างไร้ทางสู้
แต่แล้ว ท่าความเงียบงันและแรงเหวี่ยงที่กำลังฉีกกระชากโครงสร้าง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีดำก็ไม่ดังขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น... หน้าจอหลักกลับติดสว่างขึ้นมาอีกครั้งโดยปราศจากการควบคุม
สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นบนจอแก้วใส ไม่ใช่ภาพของความพินาศหรือขอบฟ้าเหตุการณ์ที่บิดเบี้ยว แต่มันคือชุดข้อมูลดิจิทัลลึกลับที่กำลังรันตัวเองขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบ... พร้อมกับข้อความทักทายภาษาถิ่นโบราณที่มนุษยชาติสูญหายไปเมื่อสองร้อยปีก่อน
*ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้บุกรุก*
ซีลีนเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอกวาดสายตามองโค้ดเหล่านั้นก่อนจะหันขวับมามองเอเดนด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก "เอเดน... นั่นไม่ใช่รหัสของระบบเรา... โค้ดพวกนี้กำลังเชื่อมต่อกับบางสิ่ง... บางสิ่งที่อยู่ในตัวของสถานีนี้มาตั้งแต่ก่อนที่เราจะสร้างมันเสียอีก!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมืดมิดและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 23
จุดวิกฤตของจักรวาล
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!