"คุณกำลังหลอกตัวเองด้วยสมการที่ไม่มีวันลงตัว, เอเดน"
เสียงของซีลีนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องควบคุมศูนย์วิจัยสถิติควอนตัม แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ คมกริบและเย็นเยียบราวกับคมมีดผ่าตัด ในมือเรียวยาวของเธอถือแผ่นไดรฟ์ข้อมูลรุ่นเก่าที่ถูกถอดออกมาจากแกนกลางของระบบ
เอเดนไม่หันกลับไปมอง เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าแคაფซูลโลหะขนาดมหึมา ผนังกระจกใสหนาเตอะสะท้อนเงาร่างของเขาในชุดวิศวกรสีเข้ม ลมหายใจอุ่นร้อนกระทบผิวกระจกจนเกิดเป็นฝ้าบางๆ จางหายไปในความเย็นยะเยือกของห้องสุญญากาศจำลอง
"ตรรกะไม่เคยโกหกใคร ซีลีน" เอเดนเอ่ยตอบ เสียงของเขาต่ำทุบและราบเรียบ ราวกับพยายามกดทับบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายใน "สิ่งที่ผิดพลาดคือตัวแปรที่เราใส่เข้าไปต่างหาก... และผมกำลังจะแก้ไขมัน"
"ด้วยการเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับหน่วยความจำที่ถูกกัดกร่อนเนี่ยนะ?" ซซีลีนก้าวเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังสะท้อนก้อง เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองแผ่นหลังที่เกร็งเครียดของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น และความหงุดหงิดที่ต้องทนเห็นคนหัวรั้นทำลายตัวเอง "คุณก็รู้ว่า 'แอนิมัส' เวอร์ชันทดลองนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้จิตสำนึกของมนุษย์เชื่อมต่อโดยตรง มันไม่ใช่การรีเซ็ตระบบ แต่มันคือการฆ่าตัวตายทีละน้อยด้วยข้อมูลขยะในอดีตที่คุณปฏิเสธจะยอมรับ"
เอเดนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่นคมกริบไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทเป็นปกติ "ถ้าผมไม่เข้าไปรื้อถอนมันด้วยตัวเอง ใครจะเป็นคนทำ? คุณหรือไง? คุณเชื่อเรื่องจิตสำนึกร่วมและปาฏิหาริย์ทางควอนตัม แต่คุณไม่เข้าใจโครงสร้างทางกาย ศาสตร์ของมันหรอก ซีลีน"
"บางที... สิ่งที่คุณพยายามจะคำนวณหาทางแก้ มันอาจไม่ใช่สมการทางวิศวกรรม" ซซีลีนก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นเหล็กในห้อง "แต่มันคือการที่คุณไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า 'เอเดน' ในอดีตต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า เอเดนชะงักไป กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกร็งแน่นจนขึ้นสันนูน เขาไม่ตอบโต้ แต่สายตาที่มองเธอกลับคมปลาบขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่แผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง มีบางสิ่งที่ร้อนแรงและดึงดูดกันและกันอย่างประหลาด แรงดึงดูดของสองขั้วความคิดที่ต่างฝ่ายต่างต้องการเอาชนะ แต่อีกใจก็ปรารถนาจะหลอมรวม
"เปิดระบบเถอะ" เอเดนตัดบท น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งช่องว่างให้ต่อรอง "ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ เราจะไม่เหลือเวลาอีกแล้ว ก่อนที่ระบบหลักจะล่มสลาย"
ซีลีนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเนิ่นนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นและความตายในใจ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันไปป้อนคำสั่งลงบนแผงควบคุมหลัก เสียงเครื่องจักรกลหนักเริ่มส่งเสียงครางต่ำจากใต้พื้นห้อง แสงไฟสีฟ้าทั่วห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน แจ้งเตือนกระบวนการเตรียมพร้อมของแคปซูล
"อย่าตายในนั้นก็แล้วกัน เอเดน" เธอกระซิบเสียงเบาขณะที่กระจกแคปซูลค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงไฮดรอลิก "เพราะถ้าคุณไม่กลับออกมา ผมจะเป็นคนทำลายข้อมูลทั้งหมด... รวมถึงตัวตนของคุณด้วยมือของผมเอง"
เอเดนไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเข้าไปด้านใน ล้มตัวลงนอนบนเบาะรองรับสรีระที่เย็นเฉียบ สายระโยงระยางนับสิบเส้นถูกเชื่อมต่อเข้ากับขมับ ต้นคอ และข้อพับแขนของเขา ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วระบบประสาทเมื่อเข็มนาโนอินเทอร์เฟซเจาะทะลุผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด
"เริ่มต้นกระบวนการประสานจิตสำนึกในอีก... สาม... สอง..." เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้น
เอเดนหลับตาลง ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือเงาร่างของซีลีนที่ยืนกอดอกมองเขาผ่านกระจกใส ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงเข้าสู่ความมืดมิดอันเวิ้งว้าง
***
ความเย็นยะเยือกไม่ได้หายไป แต่มันเปลี่ยนรูปเป็นความอับชื้นของกลิ่นอับและควันไฟ
เอเดนลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่ทัศนียภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ห้องควบคุมสีขาวสะอาดตาของศูนย์วิจัยควอนตัม หากแต่เป็นซากปรักหักพังของห้องทดลองใต้ดินที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มและกลุ่มควันหนาทึบ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังแสบแก้วหู ผสมผสานกับเสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอาร์ดราวกับมันกำลังจะถล่มลงมาทับเขาทุกวินาที
นี่ไม่ใช่ความจริง แต่มันสมจริงเกินกว่าจะเรียกว่าความฝัน
"ไอ้เด็กโง่! แกทำบ้าอะไรลงไปวะ!"
เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดดังขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิด เอเดนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามต้นเสียง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก หัวใจในอกกระหน่ำเต้นด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี
ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดวิศวกรเปื้อนเขม่าควันและคราบเลือดกำลังยืนค้ำหัวร่างของเด็กฝึกงานคนหนึ่งที่นอนหมดสติอยู่ใต้ซากเสาคอนกรีต ใบหน้านั้น... ดวงตาคู่นั้น... และแผลเป็นที่ข้างขมับซ้าย...
นั่นคือตัวเขาเอง—เอเดนในอดีต เมื่อเจ็ดปีก่อน วันที่เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตทีมวิจัยไปครึ่งค่อนศูนย์
"เอเดน..." ร่างในอดีตพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดกลัว มือที่สั่นเทากำลังพยายามดึงสายเคเบิลระเบิดออกจากระบบควบคุมหลัก "ไม่... ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ระบบมันรันตัวเอง..."
"แกกำลังโกหกตัวเองอยู่ต่างหากล่ะ"
เอเดน (ในปัจจุบัน) ก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างอดีตของตนเอง เขาลองเอื้อมมือออกไปเพื่อแตะไหล่ของเด็กหนุ่มคนนั้น แต่มือของเขากลับทะลุผ่านร่างนั้นไปราวกับอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหนתาบแปลกประหลาดที่ปลายนิ้ว
ร่างอดีตหันขวับมาทางเขา แม้จะมองไม่เห็นตัวเขาโดยตรง แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดนั้นกำลังมองทะลุผ่านร่างของเขาไปพอดี
"แกมันขี้ขลาด" เอเดนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใส่ตัวตนในอดีตที่กำลังนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่กับกองซากศพ "แกเลือกที่จะจำว่าระบบมันผิดพลาด เพื่อที่แกจะได้ไม่ต้องยอมรับว่า... แกเป็นคนคำนวณสูตรนั้นพลาดเองทั้งหมด"
ร่างในอดีตชะงัก เงยหน้าขึ้นมองมาทางที่เขายืนอยู่ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาและเขม่าควันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะเอמהยคำพูดที่แทงทะลุหัวใจของเอเดนในปัจจุบันจนชาหนึบ
"แล้วแกในตอนนี้ล่ะ... แตกต่างจากฉันตรงไหน?" ร่างอดีตแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา "แกหนีความจริงมาเจ็ดปี สร้างตรรกะและกำแพงความเย็นชาขึ้นมาเพื่อปกปิดความรู้สึกผิด... แกคิดว่าการเป็นวิศวกรที่ไร้หัวใจ จะทำให้แกหลุดพ้นจากบาปในวันนั้นได้งั้นเหรอ?"
เอเดนก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำที่ถูกล็อกไว้ด้วยกลไกทางจิตวิทยาถูกกระชากให้เปิดออกอย่างไร้ความปรานี ภาพของเพื่อนร่วมงานที่ต้องตายในกองเพลิงวันนั้นไหลทะลักเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่ในฐานะบุคคลภายนอก แต่เป็นความเจ็บปวดที่เขาต้องแบกรับไว้คนเดียวตลอดมา
"พอได้แล้ว..." เอเดนคำรามในลำคอ พยายามยกมือขึ้นปิดหูเพื่อไล่เสียงสะท้อนเหล่านั้นออกไป "ปิดระบบ! ฉันสั่งให้ปิดระบบเดี๋ยวนี้!"
แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากซีลีน ไม่มีเสียงเตือนภัยของห้องควบคุม มีเพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของตัวเองในอดีตที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องมืดมิดที่เริ่มแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ
ทันใดนั้น พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของเขาก็ยุบตัวลง เอเดนรู้สึกเหมือนกำลังร่วงหล่นลงไปในเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง ภาพรอบตัวหมุนคว้างอย่างไร้ทิศทาง ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนเหลือเพียงความว่างเปล่า
และในความว่างเปล่านั้นเอง... ท่ามกลางเสียงลมหายใจหอบถี่ของตัวเอง เอเดนก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้
ไม่ใช่ภาพหลอนจากอดีต... แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากส่วนลึกที่สุดของหน่วยความจำ
แสงไฟสีแดงกะพริบวาบขึ้นอีกครั้งในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขาจากเงาดำเบื้องหน้า
เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... และไม่ใช่ตัวเขาในอดีตอย่างแน่นอน
เอเดนเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างในความมืดนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ... พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่เอ่ยชื่อของเขาออกมาจากความมืดมิด
"เจอตัวสักที... ผู้สร้างระบบ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมืดมิดและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 22
การเผชิญหน้ากับตัวเอง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!