เสียงสัญญาณเตือนภัยโทนต่ำดังสะท้อนผ่านโครงสร้างโลหะของห้องควบคุมหลัก มันไม่ใช่เสียงกริ่งแหลมแสบแก้วหูอย่างที่ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชอบใช้ หากแต่มันคือเสียงก้องกังวานในความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง—สัญญาณชีพของสถานีอวกาศที่กำลังค่อยๆ แผ่วเบาลง
"ความดันในเซกเตอร์เจ็ดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์วิกฤตแปดสิบเปอร์เซ็นต์" เสียงของเอเดนเรียบสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่นัยน์ตาสสีเทาเข้มของเขากำลังกวาดมองหน้าดึงข้อมูลโค้ดรีเซ็ตที่วิ่งรัวบนจอโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง นิ้วมือเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มรัวแป้นพิมพ์เสมือนจริงราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงเรเควียม
ซีลีนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอวิเคราะห์ควอนตัมของเธอ เธอยังคงจดจ้องกับกราฟแท่งความน่าจะเป็นที่พุ่งดิ่งลงเหวราวกับกราฟหุ้นในวันวิกฤต "ไม่ใช่แค่ท่อส่งก๊าซรั่วธรรมดาครับ เอเดน... แรงดันที่ลดลงเป็นจังหวะ มันกำลังบอกว่าวาล์วหลักไม่ได้ชำรุด แต่มันกำลัง *ถูกสั่งปิด* จากรหัสลับระดับผู้ดูแล"
เอเดนหยุดนิ้วที่กำลังเคาะแป้น ชั่วขณะหนึ่ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องควบคุมที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าคมคายของทั้งคู่
"คุณกำลังจะบอกว่า... มีหนอนบ่อนไส้?" เอเดนหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกสมมติฐานที่ไม่ใช้ตรรกะ
"ฉันไม่ได้บอกว่ามีใครบางคนต้องการฆ่าเรา" ซีลีนสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา "ฉันกำลังบอกว่า ระบบกำลังทำงานตามโปรแกรมที่ฝังไว้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเหยียบขึ้นมาบนสถานีนี้เสียอีก... สมการนี้ถูกแก้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เอเดน และเราเป็นแค่ตัวแปรที่กำลังจะถูกกำจัดออกเพื่อให้สมการมันลงตัว"
"อย่ามาพูดเรื่องเพ้อเจ้อทางจิตสำนึกร่วมอะไรตอนนี้ ซีลีน!" เอเดนก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอายเย็นยะเยือกของออกซิгенที่กำลังบางเบาผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของคนทั้งสอง "ตรรกะบอกเราว่าถ้าเราไม่เชื่อมต่อเข้ากับแผงควบคุมสำรองด้วยมือภายในห้านาทีนี้ ปอดของเราจะระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อในสุญญากาศ"
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิครับ ว่าตรรกะทางวิทยาศาสตร์ของคุณมันเหนือกว่าความบังเอิญ" ซีลีนท้าทาย เธอคว้ามือข้างหนึ่งของเอเดนมากดลงบนแผงควบคุมระบบระบายอากาศฉุกเฉินโดยตรง "ถ้าคุณมั่นใจในสูตรคำนวณของคุณนัก... ก็เปิดมันด้วยมือของคุณเองเลยสิ"
สัมผัสจากปลายนิ้วของเธออุ่นร้อนตัดกับความเย็นเฉียบของโลหะรอบตัว เอเดนชะงักไปชั่ววินาที หัวใจในอกเต้นกระหน่ำไม่ใช่เพราะขาดออกซิเจน แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจหาคำอธิบายทางฟิสิกส์มารองรับได้ ระหว่างความเยือกเย็นของวิศวกรผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ กับความร้อนแรงของนักสถิติผู้เชื่อมั่นในสิ่งเหนือสัมผัส ทั้งสองถูกบีบให้ต้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายใต้เงื่อนไขของเวลาที่กำลังนับถอยหลัง
"สี่นาทีสุดท้าย..." เอเดนพึมพำกับตัวเอง ดึงสติกลับมาจากวังวนทางอารมณ์ เขาสูดหายใจลึก—ตักตวงก๊าซที่เหลืออยู่น้อยนิดเข้าปอด ก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงฝาครอบนิรภัยของแผงวงจรหลักออก เผยให้เห็นกลุ่มสายไฟระโยงระยางที่ส่งเสียงช็อตเปรี๊ยะปร๊ะด้วยประกายไฟสีฟ้า
"คุณต้องตัดสายไฟสีน้ำเงินที่มีค่าความต้านทานตรงกับอัตราการเต้นของหัวใจฉันตอนนี้" ซีลีนกระซิบเสียงพร่า ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของเขา
เอเดนเหลือบมองมอนิเตอร์วัดชีพจรของเธอที่เต้นสูงถึงหนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที ความกดดันพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของวิศวกรหนุ่ม มือของเขานิ่งสนิทราวกับหินผา แต่ในหัวสมองกำลังประมวลผลตัวเลขมหาศาลด้วยความเร็วสูง
*น้ำเงิน หรือ แดง? ตรรกะบอกว่าสีแดงคือสายสัญญาณหลัก แต่สัญชาตญาณ... หรือสิ่งที่ซีลีนเรียกว่าจิตสำนึกร่วม กำลังบอกว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังคำสั่งนั้น*
"ถ้าผมเลือกผิด เราจะตายทั้งคู่" เอเดนเอ่ยเสียงต่ำ นัยน์ตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวเพื่อค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
"เราตายด้วยกัน... ก็ยังดีกว่าต้องหายใจอยู่คนเดียวในความเวิ้งว้างนี้นะครับ เอเดน" ซีลีนกระตุกยิ้มมุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายและประกายความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง
เอเดนไม่ตอบคำถามนั้น นิ้วที่ถือคีมตัดโลหะขยับเข้าไปใกล้สายไฟสีน้ำเงินและสีแดงที่พันSกกันอยู่ ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัวความตาย แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า ทุกการตัดสินใจในพื้นที่สุญญากาศแห่งนี้ มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยจิตวิญญาณ
เขากัดฟันกรอด ตัดสินใจครั้งสำคัญโดยใช้ทั้งตรรกะและสัญชาตญาณที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แรงกดดันมหาศาล ปลายคีมโลหะขยับเข้าตัดผ่านฉนวนพลาสติก—
*แป๊ก!*
เสียงตัดโลหะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา ความมืดสนิทเข้ากลืนกินพื้นที่ห้องควบคุม แรงดันอากาศลดฮวบลงจนแก้วหูอื้ออึง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกดูดกลืนหายไปในความเวิ้งว้าง
ก่อนที่สติจะดับวูบลงในความมืดมิด เสียงสัญญาณเตือนภัยสำรองไม่ได้ดังขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์ แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่ง... กำลังเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูล็อคโลหะหนา ภายในห้องควบคุมที่ควรจะมีเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะเทือนของมิตินี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 8
วิกฤตแรงดันอากาศ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!