"คุณกำลังฝ่าฝืนกฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์ ซีลีน"
เสียงของเอเดนแหบพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงศูนย์ หน้าจอโฮโลแกรมรอบตัวสะท้อนแสงสีแดงฉานจากระบบเตือนภัยขั้นวิกฤต อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความหนาวเหน็บ คือรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากของหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังแผงควบคุมหลัก
ซีลีนไม่สะทกสะท้านต่อคำเตือนนั้น เธอกลับก้าวเท้าเข้าหาเขาช้าๆ ส้นรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะเกิดเสียงก้องกังวานในความเวิ้งว้าง สองมือของเธอเต็มไปด้วยรอยไหม้จากการคำนวณสมการควอนตัมด้วยมือเปล่าเมื่อไม่กี่นารีก่อน ดวงตาคู่สวยคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอเดน นิ่งสนิทและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เขามักจะพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด
"กฎถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราเข้าใจจักรวาล เอเดน" ซีลีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น กังวานท่ามกลางเสียงฮัมต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ที่กำลังจะระเบิด "แต่บางครั้ง... จักรวาลก็ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขทางคณิตศาสตร์อย่างเดียวหรอกค่ะ—เอ๊ย... อย่างเดียวนะครับ" เธอนิ่งไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดจังหวะ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่สบอารมณ์
"คุณกำลังเล่นกับความตาย" เอเดนก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความตึงเครียดที่สะสมมาแรมปี ความโกรธผสมผสานกับความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเย็นชา "ผมสูญเสียทีมงานไปสามคนในห้องทดลองนี้เมื่อห้าปีก่อน เพราะความเชื่อมั่นอย่างไร้เหตุผลแบบที่คุณกำลังทำอยู่ ซีลีน! ระบบนี้มันไม่มีหัวใจ มันมีแต่สมการที่ต้องคำนวณให้ถูกต้อง!"
"และคุณก็เอาแต่ขังตัวเองไว้ในอดีตเพราะกลัวที่จะรู้สึกอะไรอีกเลยใช่ไหมคะ—เอ๊ย... ใช่ไหมครับ" ซีลีนสวนกลับทันควัน นัยน์ตาไหววับด้วยประกายแห่งความท้าทาย เธอไม่ยอมถอยร่นแม้แต่น้อย แรงบีบที่ข้อแขนทำให้ผิวเนื้อขึ้นรอยแดง แต่เธอไม่แม้แต่จะนิหน้า "มองหน้าฉันสิ เอเดน... แล้วบอกฉันซิว่า สิ่งที่คุณเห็นผ่านมอนิเตอร์ตอนนี้ มันคือความผิดพลาดทางฟิสิกส์จริงๆ หรือมันคือปาฏิหาริย์ที่คุณไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับ?"
เอเดนชะงัก สายตาสลับมองใบหน้าอันแน่วแน่ของหญิงสาว ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอหลักที่แสดงผลสนามพลังงานควอนตัมตรงหน้า
สิ่งที่ปรากฏบนจอไม่ใช่กราฟเส้นตรงหรือตัวเลขความน่าจะเป็นที่ควรจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของฟิสิกส์เชิงอนุภาค แต่เป็นรูปแบบคลื่นพลังงานที่บิดโค้งเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับว่าอนุภาคสองตัวที่อยู่ห่างกันคนละฟากฝั่งของกาแล็กซี กำลังดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงที่อยู่นอกเหนือจากแรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็ก หรือแรงนิวเคลร์ใดๆ ในเอกภพ
มันคือแรงที่เกิดจากจิตสำนึก... แรงที่ขับเคลื่อนด้วยความผูกพันอันลึกซึ้งที่ซีลีนมีต่อเขา
"เป็นไปไม่ได้..." เอเดนพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "ตามทฤษฎีสตริงแล้ว ความหนาแน่นของสนามพลังงานระดับนี้จะทำให้โมเลกุลในร่างกายมนุษย์แตกสลายเป็นจุลภายในสามวินาที แต่คุณ... คุณยังยืนอยู่ตรงนี้"
"เพราะฟิสิกส์ไม่ได้รู้จักทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้หรอกค่ะ เอเดน" ซีลีนวางมือทับลงบนมือของเขาที่ยังคงกุมข้อแขนเธออยู่ ความอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความเย็นยะเยือกของถุงมืออวกาศเข้าสู่ผิวเนื้อ "ความรัก... ไม่ใช่ตัวแปรที่ถูกละเลยในสมการ แต่มันคือตัวแปรหลักที่ทำให้สมการนี้มีความหมายต่างหากล่ะครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเตือนภัยของระบบดูเหมือนจะเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิดของห้องทดลองร้าง เอเดนจ้องมองรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของเธอ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความรู้สึกผิดจากโศกนาฏกรรมในอดีต กลับเริ่มเต้นรัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เขารู้ดีว่าเธอกำลังเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีนี้ และเขาก็รู้ดีกว่าใครว่า ถ้าการคำนวณของเธอผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ทั้งเขาและเธอจะกลายเป็นเพียงฝุ่นผงในสุญญากาศ
"ถ้าผมยอมให้คุณทำตามแผนนี้..." เอเดนกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "เราจะรอดไปด้วยกันใช่ไหมครับ ซีลีน"
ซีลีนยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟสีฟ้าจากแผงควบคุม
"เชื่อใจฉันสิคะ เอเดน... เชื่อใจหัวใจของคุณเองบ้างนะครับ"
เธอพลิกข้อมือเป็นฝ่ายกุมมือเขาแน่นขึ้น พร้อมกับกดปุ่มรีเซ็ตระบบหลักด้วยมืออีกข้าง แรงกระชากมหาศาลจากสนามพลังงานควอนตัมพุ่งเข้าปะทะร่างของทั้งคู่ในเสี้ยววินาที ร่างของเอเดนถูกแรงเหวี่ยงกระแทกติดกับผนังโลหะ ขณะที่ซีลีนโถมตัวเข้าหาเขาเพื่อรับแรงกระแทกแทน แสงสว่างจ้าสีครามสาดส่องไปทั่วห้องจนมองไม่เห็นสิ่งใด
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ...
เมื่อแสงสว่างจ้าค่อยๆ เลือนหายไป เอเดนลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างของเขายังคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ปอดของเขายังคงสูบฉีดออกซิเจนได้อย่างปกติ หน้าจอหลักตรงหน้าไม่ได้ระเบิดเป็นจุลอย่างที่ระบบคอมพิวเตอร์เคยคำนวณไว้ แต่กลับแสดงผลเป็นสัญลักษณ์รูปอินฟินิตี้ ($\infty$) ที่เปล่งแสงนุ่มนวลสีทองคำ
ซีลีนซบหน้าลงกับอกของเขา ลมหายใจของเธอผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
เอเดนกอดร่างของหญิงสาวไว้แน่น มือข้างหนึ่งลูบไล้แผ่นหลังของเธออย่างทะนุถนอม ความรู้สึกโล่งอกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang รา과ว่ากำแพงน้ำแข็งในใจได้พังทลายลงอย่างราบคาบ เขาก้มลงกระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหูของเธอ ท่ามกลางความเงียบสงบที่เพิ่งกลับคืนมา
"คุณชนะแล้ว ซีลีน... เราพิสูจน์มันได้แล้ว"
ทว่า... ในวินาทีที่เอเดนกำลังจะผ่อนคลายความระแวดระวังลงนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบของรองเท้าบูทคู่หนักก็ดังขึ้นมาจากทางเดินมืดสนิทเบื้องนอกห้องควบคุม—เสียงฝีเท้าที่ไม่ควรจะมีใครเดินเข้ามาได้อีกในสถานีวิจัยร้างแห่งนี้
และก่อนที่เอเดนจะได้ทันขยับตัว เสียงประตูกลรหัสฉุกเฉินที่ถูกตั้งค่าให้ล็อกตายจากภายนอก ก็ดัง "คลิก" ขึ้น พร้อมกับเสียงระบบสังเคราะห์เสียงที่ดังขึ้นอย่างไร้ที่มา:
*"ยืนยันรหัสผ่านนิรภัย: เสร็จสิ้น. เริ่มกระบวนการกักกันวัตถุตัวอย่างมนุษย์หมายเลข 01 และ 02 ถาวร"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมืดมิดและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 19
หลักฐานของความรัก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!