เสียงหึ่งต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมที่ดังสะท้อนผ่านแผ่นพื้นโลหะใต้ฝ่าเท้า คล้ายเสียงคำรามแผ่วเบาของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล ในห้องควบคุมหลักที่ไร้ซึ่งหน้าต่าง มีเพียงแสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมที่สาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเอเดนและซีลีน ความเงียบงันระหว่างพวกเขาทั้งสองคนหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงระดับร้อยจี
"คุณกำลังบอกผมว่า ตัวเลขความน่าจะเป็นที่คุณคำนวณได้เมื่อสามปีก่อน ไม่ใช่ผลลัพธ์จากความผิดพลาดของระบบ... แต่เป็นชุดคำสั่งที่ถูกฝังไว้ล่วงหน้าอย่างจงใจ?"
เอเดนเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทยิ่งกว่าผิวหน้าของสระปรอท ทว่าดวงตาสสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองผ่านเส้นกราฟสถิติที่ลอยเคคว้างในอากาศด้วยประกายความระแวงที่ปิดไม่มิด นิ้วเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงบนขอบโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—เป็นภาษา Morse แห่งความวิตกกังวลที่เขามักใช้ระงับสติอารมณ์ทุกครั้งที่ตรรกะในหัวเริ่มสั่นคลอน
ซีลีนถอนหายใจยาว แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงสีฟ้าจากชุดข้อมูลชุดสุดท้ายที่เธอกู้คืนมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดิน เธอยกมือขึ้นปัดกลุ่มผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มอย่างลวกๆ ท่าทางที่ปกติมักจะดูมั่นอกมั่นใจและพร้อมจะโต้แย้งทุกทฤษฎีของเอเดน บัดนี้กลับมีความลังเลระคนหวาดหวั่นฉายชัดในแววตา
"ไม่ใช่แค่ชุดคำสั่งหรอกนะ เอเดน..." ซีลีนเว้นจังหวะ กลืนก้อนความแห้งผากลงคอก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงจนเกือบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องจักร "แต่หมายถึงตัวตนของเราด้วย ชุดข้อมูลอัตลักษณ์ทางจิตวิญญาณที่ถูกอัปโหลดขึ้นสู่เครือข่ายแม่ข่ายในวันที่เกิดอุบัติเหตุที่ศูนย์วิจัยเซนทอรี... มันไม่ใช่การกู้ชีพ แต่มมันคือการคัดลอก"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านบรรยากาศ เอเดนชะงักการเคาะนิ้วทันที ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ สมองที่ยึดติดกับความจริงเชิงประจักษ์พยายามปฏิเสธสมมติฐานอันบ้าคลั่งนี้ แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับกรีดร้องเตือนว่ามันสอดคล้องกับช่องว่างในความทรงจำช่วงสามชั่วโมงก่อนที่เขาจะฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลสนามอย่างไร้รอยแผลภายนอก
อุบัติเหตุครั้งนั้น... ที่คร่าชีวิตทีมวิศวกรไปเกือบหมด เขากับซีลีนรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ นั่นคือสิ่งที่รายงานทางการระบุไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา
"ถ้าพวกเราคือการคัดลอก..." เอเดนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เจือด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "แล้วเจ้าของต้นฉบับตัวจริงล่ะ อยู่ที่ไหน หรือพวกเราเป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เชื่อว่าตัวเองมีเลือดเนื้อและความรู้สึก มีอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างเผ็ดร้อน เพื่อทดสอบว่าจิตสำนึกจำลองจะสามารถพัฒนาความซับซ้อนได้เทียบเท่ามนุษย์จริงหรือไม่?"
"คุณกำลังคิดเหมือนนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งที่มองทุกอย่างเป็นสมการอีกแล้วนะ เอเดน" ซีลีนหันมาสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริก "แต่สิ่งที่ฉันเจอในไฟล์ลับระดับโอเมก้า มันแย่ยิ่งกว่านั้น... พวกเราไม่ใช่ชุดทดลองแรก และไม่มีใครรอดชีวิตจากบททดสอบที่ยี่สิบเก้าเลยสักคนเดียว"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา เอเดนก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน แววตาของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ "หมายความว่าอย่างไร บททดสอบที่ยี่สิบเก้า?"
ซีลีนไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเลื่อนมือไปแตะแผงควบคุมหลักเพื่อถอดรหัสไฟล์ชิ้นสุดท้ายที่ถูกเข้ารหัสลับถึงเจ็ดชั้น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนจากกราฟสถิติสีฟ้ากลายเป็นภาพวิดีโอเก่าคร่ำครึ ภาพความคมชัดต่ำบันทึกเหตุการณ์ภายในห้องทดลองที่หน้าตาคล้ายคลึงกับที่พวกเขายืนอยู่ราวกับพิมพ์เดียวกัน
ในจอภาพนั้น ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนโต้เถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัม ใบหน้าท่าทาง และแม้กระทั่งน้ำเสียง... ถอดแบบมาจากเอเดนและซีลีนไม่มีผิดเพี้ยน!
"นั่นคือบันทึกจากศูนย์วิจัยหมายเลขศูนย์ เมื่อสิบปีก่อน" ซีลีนกระซิบ เสียงของเธั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ "และถ้าคุณสังเกตดีๆ สองคนนั้น... กำลังทำในสิ่งเดียวกับที่เรากำลังทำอยู่ในตอนนี้ทุกประการ"
เอเดนจ้องมองภาพในจอ เขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกกระชากออกจากร่าง ภาพสะท้อนของตัวเขาในอดีต—หรือใครก็ตามที่หน้าตาเหมือนเขา—กำลังเอ่ยประโยคที่เขาเพิ่งจะพูดออกไปเมื่อไม่กี่นารีก่อนหน้านี้อย่างแม่นยำทุกพยางค์
มันไม่ใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่แค่การทดลองทางจิตวิทยา แต่มันคือลูปเวลาที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ที่พวกเขาทั้งคู่ถูกบังคับให้เล่นบทบาทเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าระบบจะล่มสลาย
ก่อนที่เอเดนจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์หาเหตุผลทางตรรกะใดๆ มาหักล้างภาพตรงหน้า เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินก็ดังลั่นสนั่นห้อง แสงไฟสีแดงฉานสลับกับความมืดกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงล็อกอัติโนมัติของประตูทางออกทุกบานที่ดังขึ้น *ปัง! ปัง! ปัง!*
ซีลีนสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองหน้าจอสถานะเครือข่ายที่ตอนนี้แสดงข้อความเตือนสีแดงฉานตัวโตว่า:
*[ SYSTEM WARNING: ARCHETYPE SIMULATION RE-BOOT IN 3... 2... 1... ]*
"แย่แล้ว..." ซีลีนหน้าซีดเผือด เธอหันมามองเอเดนด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก "พวกมันรู้ว่าเราเข้าถึงไฟล์นี้... ระบบกำลังจะรีเซ็ตความทรงจำของเราใหม่ทั้งหมด!"
เอเดนขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความตกใจ เขาพุ่งตัวไปที่แผงควบคุมหลักทันทีเพื่อพยายามพิมพ์ชุดคำสั่งระงับการรีเซ็ต นิ้วมือของเขารัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ทักษะวิศวกรมืออาชีพจะทำได้ ทว่าหน้าจอทั้งหมดกลับกลายเป็นสีขาวโพลน ข้อความปฏิเสธการเข้าถึงเด้งขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่แสงสีขาวจะกลืนกินทุกสิ่งจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของกันและกัน เอเดนก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของซีลีนไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่จะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ถูกเขียนไว้
ซีลีนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ท่ามกลางแสงสีขาวที่สว่างวาบจนแสบตา เธอยิ้มออกมาบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและยอมรับในชะตากรรมร่วมกัน
และก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงก้องกังวานของระบบรีเซ็ตในหู เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุม พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งที่เยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาด... ราวกับมีผู้ควบคุมกำลังยืนรออยู่แล้วหลังบานประตูนั้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมืดมิดและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปครับ
วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 20
ความจริงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับสมการไร้สิ้นสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!