"คุณจะยืนเป็นเสาหินทื่อๆ ตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือจะยอมปล่อยให้กระเป๋าเดินทางใบโตของคุณมันเป็นอิสระจากความดื้อรั้นเสียที"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นผ่าความเงียบของล็อบบี้โรงแรมขนาดเล็กกลางเมืองเก่า มินตราสะดุ้งเล็กน้อย เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยมองหน้าจอมือถือที่แสดงหน้าจอจองตั๋วรถไฟข้ามเมืองซึ่งตอนนี้ขึ้นตัวแดงโร่ว่า *'Sold Out'* สลับกับมองหน้าช่างภาพหนุ่มผู้สวมเสื้อเชิ้ตลินินยับย่อยกับกล้องคู่ใจที่ห้อยคออยู่
ให้ตายเถอะ... นี่มันไม่ใช่แผนที่เธอวางไว้เลยสักนิด
"มันไม่ใช่ความดื้อรั้นนะกวิน แต่มันคือตารางเวลาที่ถูกพังยับเยินเพราะคุณต่างหากเล่า!" มินตราหันขวับไปแหวใส่ทันที นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว "ถ้าคุณไม่มัวแต่แวะถ่ายรูปแมวสามสีตัวนั้นที่ตรอกซอกซอยบ้าบออะไรนั่น เราก็คงมาทันซื้อตั๋วรถไฟรอบสุดท้ายไปโปรבאงซ์แล้ว!"
กวินยักไหล่ช้าๆ เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างกวนประสาทตามเคย "อ้าว กลายเป็นความผิดเจ้าส้มตีนโตตัวนั้นไปเสียได้ หรือความจริงแล้ว... คุณแค่หงุดหงิดที่ตัวเองควบคุมทุกอย่างไม่ได้กันแน่ครับ คุณบล็อกเกอร์คนเก่ง"
"กวิน!" มินตราเสียงสูงขึ้นอีกนิด เธอสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีรันฟันแทงอยู่ในอก ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าจะมาต่อปากต่อคำ แผนการเที่ยวหวันเจ็ดวันหกคืนที่เธอใช้เวลาปั่นหัวคิดมาเป็นเดือน พังทลายไม่เป็นท่าเพราะความผิดพลาดทางโลจิสติกส์ รถไฟหมด รถบัสเที่ยวสุดท้ายออกไปแล้วสิบนาที แถมฝนเจ้ากรรมยังทำท่าจะเทกระหน่ำลงมาล้างบางทุกอย่างให้พินาศสันตะרוอีกรอบ
เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังเก่าๆ ในล็อบบี้อย่างไร้เรี่ยวแรง มือบางยกขึ้นกุมขมับ ความเครียดสะสมเริ่มกัดกินหัวใจจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าอาย เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้ที่สุด เกลียดการที่ชีวิตหลุดออกนอกกรอบ และเกลียดที่ตัวเองต้องมาอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้... ผู้ชายที่ไม่เคยมีความทรงจำใดๆ บันทึกไว้ในหัวนอกจากภาพถ่ายไร้สาระ
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงฝนปรอยๆ ที่เริ่มกระทบกระจกด้านนอก
กวินไม่ได้พูดจาแซวเล่นเหมือนทุกที ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้ามินตรา สายตาคมกริบที่มักจะมองผ่านเลนส์กล้องเพื่อบันทึกเรื่องราวของคนอื่น บัดนี้กำลังจ้องมองลึกลงมาในดวงตาคู่ที่สั่นระริกของเธออย่างพินิจพิเคราะห์
"เหนื่อยมากไหมครับ?"
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่มีเค้าลางของความกวนประสาทเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันนุ่มนวลและจริงจังจนมินตราต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่รู้ตัว
"ฉัน... ฉันแค่อยากให้ทุกอย่างมันราบรื่น" มินตราพึมพำเสียงเบา หางเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันวางแผนไว้หมดแล้วนะกวิน ทำไมมันถึงผิดพลาดไปหมดเลยล่ะ"
กวินถอนหายใจเบาๆ เขายื่นมือออกไป... ชั่ววินาทีนั้น มินตรารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ เธอหลับตาปี๋เตรียมรับคำปลอบโยนหรืออาจจะโดนดีดหน้าผากข้อหาทำตัวงอแง แต่ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่าหนาใหญ่ที่เอื้อมมาวางทับหลังมือสั่นเทาของเธออย่างแผ่วเบา
"โลกใบนี้มันไม่ได้ถูกสร้างมาให้รันตาม Excel Spreadsheet หรอกนะครับคุณมินตรา" กวินพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำรื่นหู "บางครั้ง... การหลงทางในเส้นทางที่ไม่มีแผนที่ มันอาจจะพาเราไปเจอวิวที่สวยกว่าจุดหมายปลายทางเดิมเสียอีก"
ช่างภาพหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดหยิบยื่นหน้าจอให้เธอดู
หน้าจอแสดงผลการจองรถเช่าคลาสสิกเปิดประทุนสีแดงเพลิง คันเล็กๆ น่ารักที่จอดรออยู่หน้าโรงแรม พร้อมกับข้อความยืนยันการเดินทางไปยังหมู่บ้านเล็กๆ บนเนินเขาที่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน เป็นเส้นทางลับที่มินตราไม่เคยแม้แต่จะใส่ไว้ในไกด์บุ๊กของเธอ
"ผมจัดการเช่าเจ้าเต่าแดงนี่ไว้ให้แล้วครับ ไม่ต้องใช้ตารางเวลา ไม่ต้องใช้แผนที่นำทาง มีแค่คุณกับผม... แล้วก็กล้องตัวนี้ที่จะบันทึกความทรงจำที่เราไม่ได้วางแผนเอาไว้" กวินส่งยิ้มละลายใจที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ชายหนุ่มยื่นมืออีกข้างออกมารอรับเธอ "ไปกันเถอะครับ ให้ผมได้เป็นที่ปรึกษาจำเป็นในการเดินทางครั้งนี้ดูสักครั้งนะ"
มินตรามองมือคู่นั้นสลับกับรอยยิ้มจริงใจของคนตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก... ความรู้สึกที่ว่า การปล่อยให้ผู้ชายคนนี้พาเดินออกนอกเส้นทาง อาจจะเป็นความผิดพลาดที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของเธอก็ได้
เธอยื่นมือออกไปวางทابลงบนฝ่ามืออุ่นนั้นอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถูกกอบกุมไว้แน่นด้วยความมั่น
แต่ทว่า... ในวินาทีที่มินตรากำลังจะก้าวเท้าลุกขึ้นเดินตามเขาไปสู่รถเต่าแดงคันนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของกวินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับชื่อผู้ส่งที่ปรากฏหราบนหน้าจอ...
ชื่อของคนที่กวินบอกกับเธอมาตลอดว่า 'ตัดขาดและจบกันไปนานแล้ว'
กวินชะביก้าวขา สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความแข็งทื่อทันที สายตาคมกวาดมองข้อความสั้นๆ บนหน้าจอนั้นด้วยแววตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความลับที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร... มินตราชะงักค้าง มือที่ยังกุมกันอยู่ค่อยๆ เย็นเฉียบลง เมื่อสังเกตเห็นประกายความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำคนนั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความปั่นป่วนของทั้งคู่ในตอนนี้และคอยติดตามกันมาโดยตลอดนะครับ
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 20
กวินผู้เป็นที่ปรึกษาจำเป็น
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!