ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 19

อุปสรรคที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าไฟลต์นี้ไฟล์งานพังแล้วอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ภายในเที่ยงนี้ ประกันการเดินทางของพวกเราที่ทำไว้ก็จะไม่คุ้มครองค่าเสียหายนะครับคุณมินตรา... และที่สำคัญที่สุด ค่าขนมตลอดทริปของผมที่ตกลงกันไว้เมื่อวาน น่าจะกลายเป็นศูนย์ทันทีด้วยเหมือนกัน" เสียงทุ้มต่ำของกวินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในร้านกาแฟเล็กๆ มินตรากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป นิ้วมือเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะพยายามกดรีเฟรชหน้าต่างอัปโหลดไฟล์บทความและรูปภาพรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวประจำสัปดาห์ แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอกลับมีเพียงสัญลักษณ์วงกลมหมุนวนอย่างไร้จุดสิ้นสุด กับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ฟ้องว่า *'Error 504: Gateway Time-out'* นี่คือวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เธอผันตัวมาเป็นบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว เพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างมินตราไม่เคยปล่อยให้งานมีความผิดพลาด ไม่เคยมีประวัติส่งงานเลท และที่สำคัญ เธอกำลังวางแผนจะใช้เงินก้อนนี้เป็นทุนสำรองสำหรับโปรเจกต์ใหญ่ในเดือนหน้า แต่ตอนนี้ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของคาเฟ่กลางเมืองเก่าแห่งนี้ดันมาล่มกะทันหัน แถมแบตเตอรี่สำรองที่พกมาก็ดันเสื่อมสภาพจนดับสนิทไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "คุณเงียบไปแบบนี้ ผมเริ่มใจไม่ดีแล้วนะครับ หรือว่าไฟล์ทริปเชียงใหม่สามสيบหน้าที่คุณนั่งหลังขดหลังแข็งพิมพ์มาสามวัน... จะสลายกลายเป็นอากาศธาตุไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ" กวินโน้มตัวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลาเต้ร้อนลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบซีดเซียวของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความกวนประสาทและความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มมุมปาก "คุณเงียบไปเลยนะกวิน!" มินตราหันขวับมาแว้ใส่ด้วยความโมโห ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้สุดฤทธิ์ "คุณไม่เดือดร้อนนี่ คุณเป็นแค่ช่างภาพ... ถ่ายรูปเสร็จก็จบ ส่งไฟล์ให้ฉันแล้วก็ลอยตัวเหนתปัญหาทุกอย่าง! แต่ฉันสิ! ฉันต้องเป็นคนดีลกับกองบรรณาธิการ ต้องรับผิดชอบเนื้อหาทั้งหมด ถ้าบทความนี้ออกไม่ทันกำหนด สัญญาปีนี้ของเราคือจบเห่! จบกันพอดี!" คำพูดรัวเร็วด้วยความเครียดพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตก มินตราฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะ ไหล่บางสั่นเทาด้วยความกดดันที่สะสมมาตลอดหลายวัน การเดินทางครั้งนี้ที่ควรจะเป็นทริปฮีลใจ กลับกลายเป็นสนามสอบที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ กวินชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเลือนหายไปทันทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาเม็ดแรกไหลรินลงมาสัมผัสกับพื้นโต๊ะ ช่างภาพหนุ่มผู้รักอิสระและมักจะทำตัวชิลกับทุกเรื่องในชีวิต ไม่เคยรับมือกับผู้หญิงร้องไห้เก่งนัก โดยเฉพาะผู้หญิงที่เอาแต่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าอย่างมินตรา "โอ้โห... ร้องไห้จริงเหเนี่ย" กวินถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชบนโต๊ะแล้วยื่นส่งให้เธอแบบเก้ๆ กังๆ "นี่คุณ ฟังผมก่อน... โลกยังไม่แตกนะครับ บรรณาธิการของคุณไม่ใช่ยักษ์มารที่กินคนได้ ถ้าอธิบายเหตุผลไปตามตรง เขาก็ต้องเข้าใจสิครับว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่นี่มันห่วยแตกขนาดไหน" "คุณไม่เข้าใจหรอก!" มินตราเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาอย่างตัดพ้อ "คุณมันคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต คุณใช้ชีวิตไปวันๆ ถ่ายรูปตามใจชอบ ไม่เคยต้องมานั่งเครียดกับเดดไลน์หรือความคาดหวังของใคร... คุณมีความสุขบนความอิสระของคุณ แต่ฉัน... ฉันเหนื่อยเหลือเกินกวิน ฉันไม่อยากทำมันแล้ว..." ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน่าสงสาร มินตรามองหน้าจอแล็ปท็อปที่ยังคงขึ้นหน้าต่างสีแดงค้างไว้ เธอรู้สึกเหมือนแรงผลักดันทั้งหมดในตัวถูกสูบหายไปจนหมดเกลี้ยง ความคิดที่จะถอดใจ ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วบินกลับกรุงเทพฯ เพื่อไปลาออกจากทุกอย่างผุดขึ้นมาในหัว สมองของเธอบอกว่าพอแค่นี้เถอะ กวินมองท่าทีหมดอาลัยตายอยากนั้น หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา เขารู้ว่ามินตราเป็นคนดื้อรั้นและชอบควบคุมทุกอย่างให้เป๊ะ แต่เขาก็ไม่เคยเห็นมุมที่เปราะบางและแตกสลายง่ายดายขนาดนี้มาก่อนเลย ภาพของบล็อกเกอร์สาวผู้มั่นใจในตัวเองเมื่อวันก่อนหายลับไป เหลือเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าจะแบกไหว ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้เธออีกนิด จนไหล่กว้างแทบจะชิดกับไหล่บางของเธอ "ใครบอกว่าผมไม่มีเป้าหมายล่ะครับ" เสียงของกวินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ไม่มีแววขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มินตราเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงงกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป "เป้าหมายในทริปนี้ของผม... ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และวินาทีนี้ด้วย" กวินเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ยังเปื้อนคราบน้ำตา "ไม่ใช่การเก็บภาพวิวสวยๆ หรือการสะสมพอร์ตโฟลิโออะไรนั่นหรอกนะครับ" "แล้ว... แล้วมันคืออะไรล่ะ..." มินตราถามเสียงแผ่วเบา หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างไม่รู้สาเหตุท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันลงรอบตัว "เป้าหมายของผม... คือการทำให้ผู้หญิงชื่อมินตราคนนี้ ยอมปล่อยมือจากความสมบูรณ์แบบ แล้วหันมามองข้างทางบ้างต่างหากล่ะครับ" กวินพูดพลางยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับยื่นสมาร์ตโฟนส่วนตัวของเขาที่มีหน้าจอเชื่อมต่อกับฮอตสปอตสัญญาณ 5G เต็มพิกัดมาตรงหน้าเธอ "ส่วนเรื่องงาน... เลิกกังวลได้แล้วครับ ฮอตสปอตเครื่องนี้ต่อตรงกับดาวเทียมค่ายใหญ่ สัญญาณแรงกว่าเน็ตบ้านคุณที่กรุงเทพฯ ซะอีก อยากอัปไฟล์ไหน เชิญลากวางได้ตามสบายเลยครับคุณบล็อกเกอร์คนเก่ง" มินตราเบิกตากว้างมองสมาร์ตโฟนในมือเขา สลับกับใบหน้าของช่างภาพหนุ่มที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ความรู้สึกตื้นตันใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาที่ควรจะเหือดแห้งกลับรื้นขึ้นมาอีกรอบ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเครียด... แต่มันคือความโล่งใจและหัวใจที่กำลังพองโตอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณ... คุณมีเน็ตสำรองนี้ทำไมตั้งแต่แรกทำไมไม่บอกเล่า!" มินตราโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย เธอรีบคว้าสายเคเบิลมาเชื่อมต่อทันที พร้อมกับทุบไหล่หนาของเขาเบาๆ ไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ "ก็ถ้าผมบอกตั้งแต่แรก คุณก็ไม่ได้ร้องไห้โชว์ผมสิครับ... เสียดายแย่เลย โมเมนต์ที่คุณดูน่ารักที่สุดในทริปนี้ ดันเป็นตอนที่กำลังจะสติแตกนี่แหละ" กวินหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี มินตราค้อนใส่เขาคิ้วขมวด แต่ริมฝีปากกลับเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ท่ามกลางไฟล์งานที่กำลังวิ่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ทีละนิด บรรยากาศรอบตัวกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ทว่า ในขณะที่มินตรากำลังก้มหน้าก้มตาเช็กความเรียบร้อยของไฟล์สุดท้าย เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอแล็ปท็อปที่เผลอเปิดค้างไว้ก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ มันเป็นข้อความจาก 'รุ่นพี่ บก.หนุ่ม' ที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ว่า... *[มินตรา น้องว่างมั้ยครับ? โปรเจกต์หน้า สนใจไปลุยเดี่ยวกับพี่ที่ยุโรปสองเดือนไหมครับ พอดีอยากได้บล็อกเกอร์คู่ใจไปทำงานด้วยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ]* กวินที่นั่งมองอยู่ข้างๆ หุบยิ้มฉับทันที ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นเขม็ง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความฟีลกู๊ดเมื่อครู่ให้กลายเป็นความเงียบเชียบที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความปั่นป่วนของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%