เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์สั่นครืดคราดยาวติดต่อกันสามรอบ เหมือนเครื่องยนต์รถกระบะเก่าๆ ที่กำลังจะพังแหล่ไม่พังแหล่ แต่สำหรับมินตราในวินาทีนี้ เสียงนั้นให้ความรู้สึกราวกับเสียงระเบียบประหารที่ดังอยู่ข้างหู
นิ้วเรียวที่กำลังสั่นเล็กน้อยค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ เธอเพิ่งจะส่งข้อความเสียงยาวเหยียดออกไปในกรุ๊ปแชตที่มีสมาชิกเพียงสามคน นั่นคือตัวเธอเอง กวิน ช่างภาพหนุ่มมาดกวน และพี่ต้น บรรณาธิการจอมโหดที่นั่งจิบกาแฟอยู่มุมห้องพักของโฮมสเตย์
*"คุณกวิน... นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ?"*
นั่นคือข้อความทิ้งท้ายที่เธอกดส่งไปเมื่อห้านาทีก่อน พร้อมกับรูปถ่ายหน้าจอโทรศัพท์ของกวินที่เธอแอบไปเห็นตารางกำหนดการลับ... ตารางที่ระบุว่าสถานที่ต่อไปที่เรากำลังจะไป ไม่ใช่โบราณสถานเก่าแก่ตามไกด์บุ๊กฉบับสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการร่างขึ้นมา แต่เป็นร้านขายของเก่าไร้ชื่อเสียงริมทางที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
*[กวิน]: อะไรเหรอครับคุณมินตรา เสียงสั่นเชียว ตกใจอะไรขนาดนั้น*
*[กวิน]: หรือว่าเห็นหน้าผมตอนเผลอแล้วตกหลุมรักจนตั้งสติไม่อยู่ ส่งสติ๊กเกอร์รูปแมวอึ้งมาทำไมตั้งสามตัวล่ะครับนั่น*
มินตราสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นความโมโหที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับสิบพิกเซลต่อวินาที
*[มินตรา]: เลิกเล่นลิ้นสักทีเถอะค่ะ! เอ๊ย... เถอะครับ!* (ชิบหาย... เผลอพิมพ์คำลงท้ายผิดจนได้!)
มือบางรีบกดลบแทบไม่ทัน แต่ดูเหมือนจะช้าไป เพราะฝั่งตรงข้ามอ่านข้อความนั้นทันทีด้วยความเร็วแสง
*[กวิน]: ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เดี๋ยวนะครับ เมื่อกี้พิมพ์ว่าอะไรนะ 'ค่ะ' เหรอครับคุณบล็อกเกอร์สาวผู้เคร่งครัดเรื่องระเบียบ โถ... หลุดปากเอ๊ย หลุดพิมพ์ออกมาแบบนี้แสดงว่าแอบคิดอะไรกับผมอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย ยอมรับมาซะดีๆ*
*[ต้น บรรณาธิการ]: @มินตรา @กวิน เลิกตีกันในกรุ๊ปงานสักที มินตรา ตกลงเรื่องตารางงานพรุ่งนี้สรุปยังไง ทริปนี้เรามาทำหนังสือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนะ ไม่ใช่ทริปทัศนศึกษาตลาดนัดมือสองของนายกวินเขา*
มินตราหันไปมองค้อนใส่โทรศัพท์ในมือราวกับมันคือกวินตัวเป็นๆ เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความคับ
แค้นใจ ก่อนจะรัวนิ้วพิมพ์ตอบกลับบรรณาธิการหนุ่ม
*[มินตรา]: ก็คุณกวินเล่นนอกกรอบตารางงานที่ดิฉัน... เอ้ย... ที่ผมวางไว้ตลอดทางเลยนี่คะ! เอ้ย! ครับ! บ้าจริง!*
กรุ๊ปแชตเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่สติกเกอร์รูปหมาทำหน้ามึนจะเด้งขึ้นมาจากฝั่งของกวิน ตามด้วยข้อความที่อ่านแล้วชวนให้เลือดขึ้นหน้ายิ่งกว่าเดิม
*[กวิน]: พิมพ์ผิดติดกันสองรอบแบบนี้ อาการหนักแล้วนะครับเนี่ย สงสัยพิษไข้เดินทางจะเล่นงานสมองส่วนควบคุมภาษาของคุณมินตราเข้าแล้ว เอาอย่างนี้ไหมครับ พรุ่งนี้ถ้าตกลงตามตารางของผม รับรองว่าผมจะมีรางวัลปลอบใจเป็นรูปถ่ายฟิล์มกระจกโบราณที่คุณตามหามานานให้หนึ่งรูป... สนใจไหมครับคนเก่ง?*
มินตรานิ่งงิ่งไปทันทีเมื่อเห็นคำว่า 'ฟิล์มกระจกโบราณ'
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับเริ่มรัวเร็วกว่าเดิมโดยไม่รู้สาเหตุ ภาพถ่ายฟิล์มกระจกยุคสงครามโลกครั้งที่สองของเมืองนี้ เป็นสิ่งเดียวที่เธอตามหามาตลอดสามปีเพื่อใช้ประกอบคอลัมน์พิเศษในนิตยสาร แต่ไม่เคยมีใครหาต้นฉบับเจอเลยแม้แต่คนเดียว... แล้วทำไมกวินถึงรู้?
*[มินตรา]: คุณรู้เรื่องฟิล์มกระจกนั่นได้ยังไง? อย่ามาโกหกกันนะ*
*[กวิน]: ผมไม่เคยโกหกเรื่องงานถ่ายภาพครับ... แต่ถ้าเรื่องหัวใจอันนี้ไม่แน่*
*[กวิน]: ส่งข้อความเรียบร้อยแล้ว]* (ระบบแจ้งเตือนข้อความที่ถูกลบอย่างรวดเร็ว)
มินตราขมวดคิ้วมุ่น ข้อความสุดท้ายที่กวินส่งมาก่อนจะลบออกไปทันทีคืออะไรกันแน่ เธอยังไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไรต่อ ประตูห้องพักก็ถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังทะลุบานประตูไม้เก่าๆ เข้ามา
"เปิดประตูหน่อยครับคุณมินตรา... พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญมาก' ที่อยากจะคุยต่อหน้าในแชทกลุ่มมันพิมพ์อธิบายไม่สะใจเท่าไหร่"
มินตราชะựngไปชั่วขณะ เธอก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นเตือนข้อความใหม่จากกวิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานเก่าที่แขวนอยู่ข้างผนัง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเคืองเมื่อครู่นี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกและคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในลำคอ
มือบางเอื้อมไปบิดกลอนประตูช้าๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับช่างภาพหนุ่มจอมกวนประสาทที่ชอบเข้ามาปั่นป่วนโลกอันสมบูรณ์แบบของเธอทีละนิด... ทีละนิด จนมันแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไปแล้ว
แต่ทว่า ทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก ภาพเบื้องหลังกลับไม่ใช่รอยยิ้มกวนๆ หรือคำพูดหยอกล้ออย่างที่เธอคาดคิด...
กวินยืนพิงผนังทางเดินสีส้มสลัว ใบหน้าคมคายดูซีดเซียวผิดปกติ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างเคย แต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือหนาข้างหนึ่งกำลังกุมหน้าอกด้านซ้ายแน่น ขณะที่มืออีกข้างยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกยับเยินมาตรงหน้าเธอ
หน้าจอโทรศัพท์แสดงข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกปลอม เป็นภาพถ่ายใบปลิวประกาศตามหาบุคคลสูญหายที่มีใบหน้าคุ้นตาอย่างประหลาด... ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ในรูปขาวดำเก่าคร่ำคร่า... ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากผู้ชายที่กำลังยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าเธอนี้เอง
"คุณมินตรา..." เสียงของกวินแหบพร่า ดวงตาสั่นระริกขณะมองหน้าเธอ "ผม... ผมเพิ่งจำได้ว่า... คนในรูปถ่ายใบนั้น... คือพ่อของผมเอง... และท่านหายสาบสูญไปจากเมืองนี้เมื่อสามสิบปีที่แล้ว... ในวันที่ฝนตกหนักแบบเดียวกับคืนนี้"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความโบ๊ะบ๊ะของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 5
เสียงในแชตที่ดังกว่าเสียงหัวใจ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!