"ถ้าคุณจะกรุณาหุบปากแล้วฟังผมอธิบายให้จบสักสามวินาที คุณมินตรา... มันอาจจะช่วยลดความดันโลหิตในสมองของคุณลงได้บ้างนะครับ"
น้ำเสียงของกวินไม่ได้มีความตลกขบขันเจืออยู่เลยสักนิด มันคือความนิ่งสนิทที่ทรงพลังพอกล้ำกลืนบรรยากาศอึมครึมภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดของโฮมสเตย์ปลายดอยให้ดิ่งลึกลงไปอีกหลายร้อยเมตร สายฝนด้านนอกยังคงกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างราวกับต้องการกลบเสียงความจริงที่เพิ่งถูกกระชากออกมาจากลิ้นชักแห่งกาลเวลา
มินตราชะงักค้าง มือเรียวที่กำลังยกแก้วชาอุ่นขึ้นจิบสั่นเทาเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหาเรื่องและพร้อมจะปะทะคารมกับเขาได้ทุกเมื่อ ยามนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน เธอมองใบหน้าด้านข้างของช่างภาพหนุ่มที่ถูกแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงอาบไล้ เงามืดทอดตัวพาดผ่านสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น
ภาพถ่ายใบเก่าที่เปียกชื้นในคืนนั้น... ใบหน้าที่ถูกบันทึกไว้ด้วยฟิล์มขาวดำเมื่อสามสิบปีที่แล้ว รอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันมาเป๊ะๆ และดวงตาคู่ที่มองตรงมายังเลนส์กล้องด้วยความท้าทายแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
"พ...พ่อของคุณเหรอคะ—เอ้ย พ่อของคุณเหรอครับ?" มินตราเผลอหลุดปากแก้คำลงท้ายแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดกลับมามองเธออย่างรู้ทัน เธอรีบกระแอมกลบเกลื่อนความเพลี่ยงพล้ำ "คือ... ฉันหมายถึง... มันจะเป็นไปได้ยังไงคะ... เอ่อ ครับ! มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อไกด์บุ๊กเล่มนั้นบอกว่า..."
"ไกด์บุ๊กงี่เง่าเล่มนั้นมันไม่ได้บอกทุกอย่างหรอกครับคุณมินตรา" กวินตัดบท น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เขาวางกล้องตัวโปรดลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าเสียงกระทบจะทำลายความเปราะบางที่ก่อตัวขึ้นในอากาศ "ตลอดชีวิตผม เติบโตมากับการฟังแม่เล่าว่าพ่อทิ้งพวกเราไปเพื่อตามหาความฝันบ้าๆ บนยอดดอยป่าซากนี้... ไม่มีคำลา ไม่มีจดหมาย ไม่มีแม้แต่ภาพถ่ายสักใบให้ดูต่างหน้า"
ช่างภาพหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เจือความเย้ยหยันโชคชะตาอย่างน่าสงสาร
"จนกระทั่งผมมาเจอคุณ... หรือพูดให้ถูกคือ ผมมาเจอผู้หญิงเจ้าแผนการ จอมบงการ ที่แบกแผนการเดินทางสิบหน้ามาบังคับให้ผมเดินตามตารางเวลา... ผู้หญิงที่ดันบังเอิญพกสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มนั้นติดกระเป๋ามาด้วย และบังเอิญยิ่งกว่า... ที่ดันมีใบหน้ามุมเผลอตอนกำลังเถียงผมเหมือนกับ... เหมือนกับผู้หญิงในความทรงจำเลือนรางของพ่อผม"
หัวใจของมินตรารู้สึกกระตุกวูบแปลกๆ ความถือดีและมามาดบล็อกเกอร์สาวสายเพอร์เฟกต์ที่เคยตั้งกำแพงสูงลิ่ว พังทลายลงในพริบตาเมื่อได้เห็นแววตาไหววูบที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดกวนประสาทของกวิน ผู้ชายที่ไม่เคยแคร์โลกคนนี้ แท้จริงแล้วกำลังแบกรับรอยแผลเป็นขนาดใหญ่จากอดีตที่เขาไม่เคยลืมเลือน
"นี่คุณ..." มินตราขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด "คุณกำลังจะบอกว่า... ที่คุณยอมตามฉันขึ้นมาบนดอยนี้ ยอมให้ฉันจิกหัวใช้ให้แบกขาตั้งกล้องเดินตากฝน... ไม่ใช่เพราะแพ้พนัน หรือเพราะกลัวฉันหักเงินค่าจ้าง... แต่เพราะ..."
"เพราะผมอยากรู้ว่า ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงทิ้งทุกอย่างแล้วหายตัวไปในวันที่มีฝนตกแบบนี้เหมือนกันครับ" กวินหันกลับมาสบตาเธอตรงๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขายามนี้ใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลตารางงานอย่างแม่นยำ ยามนี้กลับว่างเปล่าราวกับถูกลบความจำ เธอลืมแม้กระทั่งวิธีวางตัวต่อหน้าคู่กัดหนุ่มที่มักจะหาเรื่องกวนโมโหเธอได้ตลอดเวลา
"แต่..." มินตราพยายามดึงสติกลับมา เสียงของเธอกระท่อนกระแท่น "เรื่องนั้นมันผ่านมาสามสิบปีแล้วนะกวิน... บางทีคุณอาจจะแค่คิดมากไปเอง..."
"ผมไม่เคยคิดมากกับเรื่องไหนในชีวิตเลยครับ คุณมินตรา" กวินพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงจริงจังจนน่าใจหาย "ยกเว้น... เรื่องของคุณ"
"หา?" มินตราอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม
ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไรแก้เก้อ กวินก็เอื้อมมือไปหยิบกล้องดิจิทัลตัวเก่งของเขาขึ้นมา นิ้วเรียวยาวกดเลื่อนหน้าจอ LCD ด้านหลังอย่างรวดเร็ว เสียงชัตเตอร์เบาๆ ในจินตนาการยังคงก้องอยู่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะยื่นหน้าจอแสดงผลนั้นมาตรงหน้าเธอ
"ดูนี่สิครับ..."
มินตรารีบก้มมองตามสัญชาตญาณ บนหน้าจอสีดำสนิทปรากฏภาพถ่ายดิจิทัลใบหนึ่ง เป็นภาพขาวดำที่ถูกปรับแต่งโทนสีอย่างประณีต แต่มันไม่ใช่ภาพทิวทัศน์ ภูเขา หรือสายฝน
แต่มันคือภาพของตัวเธอเอง...
ในภาพนั้น มินตรากำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างไม้เก่าๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วชาอุ่นๆ ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำ แสงไฟสลัวจากด้านข้างขับให้โครงหน้าและเส้นผมที่หลุดลุ่ยเคลียข้างแก้มดูอ่อนละมุน ราวกับภาพวาดของศิลปินยุคเรเนสซองส์ ทว่าสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในภาพนั้น คือ "ความรู้สึก" แววตาของเธอในขณะที่เผลอไผล ปราศจากการควบคุม ปราศจากตารางเวลา และเต็มไปด้วยความเปราะบางงดงามที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยรู้ว่าตนเองมีมุมนี้ซ่อนอยู่
"นี่... ฉัน..." มินตราพูดไม่ออก มือสั่นเทาขณะจ้องมองภาพถ่ายใบนั้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก "คุณแอบถ่ายฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!"
"ผมไม่ได้แอบถ่ายนะครับ" กวินตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความอบอุ่นลึกซึ้ง "ผมแค่บันทึกสิ่งที่คนไม่เคยบันทึกความทรงจำอย่างผม... คิดว่าคุ้มค่าพอที่จะเก็บไว้ดูไปตลอดชีวิตต่างหาก"
คำพูดนั้นทำเอาซีกแก้มของมินตราร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่พยายามเม้มกลั้นไว้สุดชีวิต บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่ไหลซึมผ่านสายฝนด้านนอก ชวนให้หัวใจพองโตจนแทบระเบิด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ถักทอความรู้สึกของคนทั้งสองให้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งกวินและมินตราสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองบานประตูไม้เก่าๆ ที่ปิดสนิทด้วยความตกใจ กวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่มินตราหน้าถอดสีเพราะความดึกดื่นป่านนี้ไม่ควรมีใครมาเคาะห้องพัก
"ใครมาดึกดื่นป่านนี้..." มินตรากระซิบถาม เสียงสั่นด้วยความระแวง
กวินส่งสัญญาณมือให้เธอยืนนิ่งๆ อยู่ด้านหลัง เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้ประตูมือขวาจับลูกบิดเตรียมพร้อม ก่อนจะกระชากเปิดออกอย่างไร้ความลังเล
ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตู กลับไม่ใช่ชาวบ้านบนดอย หรือพนักงานโฮมสเตย์อย่างที่พวกเขาคาดคิด
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อกันฝนเปียกโชก ใบหน้าเปื้อนโคลนและหยดน้ำฝนจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นใคร แต่ดวงตาคู่นั้นที่มองตรงมายังกวิน กลับทำให้ช่างภาพหนุ่มถึงกับยืนแข็งทื่อเป็นหิน
"สวัสดี... ลูกชาย" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... กวิน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 6
ภาพถ่ายใบแรกที่ไม่เหมือนใคร
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!