“จะแยกกันไปจริงๆ เหรอครับ คุณมินตรา?”
ผมถามพร้อมกับขยับสายกล้องที่คอให้เข้าที่ พยายามทำเสียงให้ดูปกติที่สุด ทั้งที่ในใจมันโหวงแปลกๆ เหมือนโดนดึงเอาอวัยวะสำคัญบางอย่างออกจากร่างกายไปอย่างนั้นแหละ
มินตราไม่ได้หันมามองหน้าผม เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเช็กตารางในมือถือ นิ้วเรียวสวยไถหน้าจอไปมาอย่างรวดเร็วเหมือนกำลังอ่านโน้ตดนตรีที่ยากที่สุดในโลก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มบางๆ ที่ดูยังไงก็เหมือนฝืนยิ้มมากกว่า
“ใช่ค่ะ—เอ่อ... ครับ กวิน ตารางของฉันมันรวนมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่คุณพาไปหลงในตลาดนัดนั่น ฉันว่าถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ทริปที่วางแผนมาอย่างดีคงกลายเป็นศูนย์พอดี”
“งั้นตารางที่วางไว้คือ... เดินคนเดียวแล้วก็ถ่ายรูปที่อยากถ่ายโดยไม่ต้องมีช่างภาพขี้บ่นเดินตามหลังว่างั้น?” ผมเลิกคิ้วกวนประสาทกลับไปตามนิสัย แม้ลึกๆ จะอยากบอกว่า *‘ไปกับผมเถอะ ผมไม่บ่นแล้วก็ได้’*
มินตราถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอกอดอกแล้วมองผมด้วยสายตาคาดโทษ “เปล่าค่ะ คือ... ฉันแค่รู้สึกว่า เราสองคนต่างคนต่างมีสไตล์การเที่ยวที่ไม่เข้ากันเลย คุณชอบปล่อยไหล แต่ฉันชอบกำหนดทิศทาง การที่เราพยายามจะจูนเข้าหากัน... บางทีมันอาจจะเป็นการฝืนเกินไปมั้งคะ”
“ฝืน?” ผมทวนคำ “ที่ผ่านมามันคือการฝืนเหรอครับมินตรา?”
“มันไม่ได้แย่นะคะ แค่... บางทีเราควรมีพื้นที่หายใจบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องเที่ยว แต่มันคือเรื่องความรู้สึกด้วย”
เธอกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหมุนตัวเดินหันหลังให้ผมทันที ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ทำเอาผมยืนนิ่งเป็นหินไปชั่วขณะ
ผมมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั่นไปจนสุดสายตา เธอเดินหายเข้าไปในฝูงชนของย่านเมืองเก่า ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยกกล้องขึ้นมาหมายจะกดชัตเตอร์เก็บภาพแผ่นหลังนั้นไว้... แต่นิ้วชี้ของผมกลับนิ่งค้างอยู่ที่ปุ่มชัตเตอร์
ผมไม่เคยถ่ายรูปใครโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่กับเธอ ผมมักจะลั่นชัตเตอร์โดยไม่รู้ตัวเสมอ แต่วันนี้... ผมทำไม่ได้
---
วันทั้งวันผ่านไปเหมือนหนังม้วนยาวที่ไร้เสียงพากย์ ผมเดินไปตามตรอกซอกซอยที่มินตราเคยจดไว้ในลิสต์ เธอคงกำลังสนุกกับการเช็กอินตามจุดที่วางแผนไว้ ส่วนผม... กวินผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ วันนี้กลับหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ใช่รูปวิวสวยๆ อย่างที่เคยทำ แต่เป็นรูปรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมรู้ว่าเธอชอบ
*รูปดอกไม้ริมรั้วสีม่วงที่เธอเคยบอกว่าสวยจัง*
*รูปแมวจรจัดตัวอ้วนที่เธอพยายามจะวิ่งตามเมื่อวาน*
*รูปคาเฟ่เล็กๆ ที่มีเมนูชาเขียวเข้มข้นแบบที่เธอแพ้ทาง*
ผมถ่ายรูปพวกนี้ไว้... ไม่ใช่เพื่อความทรงจำของผม แต่เหมือนผมกำลังทำสมุดบันทึกภาพสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกไหม
“บ้าชะมัด...” ผมพึมพำกับตัวเองพลางกดดูรูปในจอ LCD ของกล้อง “นี่เรากลายเป็นพวกขี้เหงาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย”
ผมเดินมาจนถึงสวนสาธารณะริมน้ำ แสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังตกกระทบผิวน้ำเป็นประกายสีทองสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบๆ ผมหยิบมือถือขึ้นมาตั้งใจจะส่งข้อความไปหาเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงัก
ข้อความล่าสุดในแชตที่ค้างไว้คือเมื่อคืน
*มินตรา: พรุ่งนี้แยกกันเดินนะ จะได้เคลียร์สมอง*
*กวิน: ได้ครับ ตามใจคุณ*
ผมพิมพ์ข้อความลงไปว่า *‘ตรงนี้พระอาทิตย์ตกสวยมาก อยากให้มาเห็นด้วยกัน’* แต่แล้วก็ลบออก พิมพ์ใหม่ว่า *‘เหนื่อยไหม’* ก็ลบออกอีก หัวใจคนเรานี่มันตลกดีนะครับ ตอนอยู่ด้วยกันก็อยากหนี แต่พอแยกกันจริงๆ กลับรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ
ผมกดส่งสติกเกอร์รูปหมีขี้เกียจไปหนึ่งตัว เป็นสัญลักษณ์กวนๆ ที่เราชอบใช้กัน
*ตึ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นแทบจะทันที มินตราตอบกลับมาเร็วเกินคาด
*มินตรา: ทำอะไรอยู่คะ?*
*กวิน: เดินเก็บรูปที่ ‘คนบางคน’ บอกว่าอยากไปแต่ยังไม่ได้ไปครับ*
*มินตรา: อย่ามาทำซึ้งนะคุณช่างภาพ*
ผมยิ้มออกมาจนได้ “ซึ้งตรงไหนครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่ไกด์ที่โดนจ้างมา” ผมพิมพ์ตอบกวนๆ ไป
ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ของผมก็เด้งสายเรียกเข้า เป็นมินตราที่โทรตรงมา ผมรีบกดรับทันที
“ว่าไงครับ... คิดถึงผมแล้วเหรอ?” ผมหยอก
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงถอนหายใจปนหัวเราะเบาๆ “กวิน... ฉันว่าฉันรู้อะไรบางอย่างแล้วล่ะ เรื่องที่ฉันพยายามจะควบคุมทุกอย่างในทริปนี้... จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะฉันกลัวความผิดพลาดหรอกนะ”
“แล้วเพราะอะไรครับ?” ผมเดินช้าลง เงี่ยหูฟังเสียงเธอ
“เพราะฉันกลัว... กลัวว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ฉันจะเสียโอกาสที่จะได้ใช้เวลาดีๆ กับคนคนหนึ่งไป... คนที่ทำให้ฉันลืมดูนาฬิกาไปเลยน่ะ”
หัวใจผมกระตุกวูบ ผมหยุดเดินทันที “มินตรา...”
“กวินคะ ฉันอยู่ที่หน้าทางเข้าสวนสนุกที่คุณเคยชวนไปเมื่อสองวันก่อน... ฉันรู้ว่าวันนี้มันอาจจะดึกไปหน่อย แต่ถ้าคุณยังอยู่ที่นั่น...”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ผมหันไปมอง และสิ่งที่เห็นคือมินตราที่ยืนหอบแฮ่กอยู่ตรงหน้า เธอไม่ได้มาคนเดียว ในมือถือโทรศัพท์ที่เพิ่งวางสายไป แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ในมืออีกข้างของเธอมีสมุดโน้ตเล่มหนึ่งที่ผมจำได้แม่นว่าเป็นสมุดที่เธอใช้บันทึกตารางเที่ยวตลอดทริป
เธอเดินเข้ามาใกล้ผม จนได้กลิ่นจางๆ ของลมเย็นยามค่ำคืน “ฉันไม่ได้มาเพื่อหาคำตอบว่าใครถูกหรือใครผิดนะกวิน”
เธอก้าวเข้ามาอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเราแทบจะกลายเป็นศูนย์ “ฉันมาที่นี่เพื่อบอกว่า... แผนที่ฉันวางไว้ตั้งแต่แรก มันไม่มีคุณอยู่ด้วย แต่นับจากวินาทีนี้ไป... ตารางชีวิตฉันต้องการคุณแล้วนะ”
ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากพูดอะไร เธอหยิบสมุดโน้ตเล่มนั้นยัดใส่มือผม แล้วหันหลังวิ่งกลับไปทางทางออกเหมือนคนทำความผิด ผมยืนอึ้ง มองตามร่างบางไป ก่อนจะก้มลงมองสมุดในมือ หน้าสุดท้ายที่มีลายมือหวัดๆ เขียนไว้ว่า
*‘กติกาใหม่: ห้ามแยกจากกันเกิน 10 เมตร... ถ้าไม่เชื่อ จะมีบทลงโทษด้วยการจูบ’*
ผมยังไม่ทันตั้งตัว จู่ๆ ข้อความจากมินตราก็เด้งขึ้นมาในแชตอีกครั้ง เป็นรูปถ่ายของผมที่กำลังยืนถือกล้องมองเธอด้วยสายตาที่... ผมไม่คิดว่าตัวเองจะดูเป็นแบบนั้นมาก่อน มันเป็นภาพที่ดูอบอุ่นและ ‘รัก’ อย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และใต้ภาพนั้นเธอพิมพ์ว่า
*‘กวิน... ตกลงว่าคุณแอบถ่ายฉันเก็บไว้กี่รูปกันแน่? สารภาพมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแย่งกล้องคุณไปลบให้เกลี้ยงเลย!’*
ผมกำลังจะกดพิมพ์ตอบ แต่แล้วนิ้วก็ชะงักเมื่อเห็นข้อความถัดไปที่เธอส่งมา
*‘อ้อ... แล้วก็ที่ส่งไปก่อนหน้าเนี่ย... เผลอกดส่งผิดนะครับ แต่ถ้าคุณจะตอบว่าคิดถึงเหมือนกัน ก็... อนุญาตให้ตอบได้ครับ’*
ผมอมยิ้มให้กับความแสบของเธอก่อนจะรีบพิมพ์ตอบ แต่แล้วเครื่องผมก็ค้าง... หน้าจอจอดำสนิท! และท่ามกลางความมืดนั้น ผมกลับเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังผมในความมืดที่ไร้แสงไฟส่องถึง
“คุณไม่ใช่กวินใช่ไหม?” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันกับเรานะครับ - แบกเป้ท่องโลก
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 12
ต่างคนต่างแยกกันไปค้นหาตัวเอง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!