"ถ้าคุณกวินยังเดินช้ากว่าเต่าคลานอีกก้าวเดียว ฉันจะประกาศขายกล้อง Leica ของคุณทิ้งซะตอนนี้เลยนะครับ!"
เสียงหวานที่ตวัดหางเสียงด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นกลางฝูงชนนักท่องเที่ยวที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดหน้าทางเข้า 'สกายวอล์คกระจกใส' แลนด์มาร์คยอดฮิตติดอันดับหนึ่งของเมือง
ผม ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงเสาไฟเหล็กสีดำ พร้อมกับกล้องตัวโปรดที่ห้อยคออยู่ ยักไหล่ช้าๆ ส่งยิ้มกวนประสาทไปให้ร่างบางที่กำลังเท้าสะเอว หน้าตาบึ้งตึงจนแก้มป่องเป็นปลาปักเป้า
"โธ่ คุณมินตราครับ ใจเย็นก่อนสิครับ กล้องตัวนั้นลูกรักผมเลยนะ จะใจร้ายขายทิ้งง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้เดินช้า แค่กำลังซึมซับบรรยากาศความวุ่นวายที่คุณอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อมาต่อแถวต่างหากล่ะครับ" ผมตอบพลيس 에อระเหيยลอยลมใส่
"นี่ไม่ใช่ความวุ่นวายธรรมดานะครับ! นี่คือ 'จุดเช็กอินที่ห้ามพลาด' ตามรีวิวในแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกสามสำนักการันตีเลยนะ!" มินตราชี้นิ้วไปยังป้ายบอกทางสีทองอร่ามที่เขียนด้วยตัวอักษรตัวเบ้อเริ่ม
ผมเหลือบมองป้ายนั้นสลับกับฝูงชนที่ต่อแถวยาวเหยียดจนโค้งลับตาไปหลังตึกแถวโบราณ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "ห้ามพลาด... หรือว่า 'พลาดไม่ได้ที่จะเสียเวลา' กันแน่นะครับเนี่ย ดูคนพวกนั้นสิครับ หน้าตาแต่ละคนดูมีความสุขมากเลยนะตอนที่ต้องเบียดเสียดกันจนไหล่แทบหลุดเนี่ย"
"ก็เพราะมันเป็นแลนด์มาร์คไงเล่า! คนถึงอยากมาถ่ายรูปเช็กอินลงโซเชียลกัน คุณเป็นช่างภาพประสาอะไร ถึงไม่เข้าใจความสำคัญของการเก็บภาพแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองกันฮะ!" เธอหันมาแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะเดินเข้ามาทุบไหล่ผมสักทีสองทีแก้หมั่นไส้ แต่ติดที่รอบตัวมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินสวนกันไปมาจนเธอต้องชะงักแล้วถอนหายใจฮือก2
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางฟدดฟัดที่ดูน่าเอ็นดูเสียจนผมต้องแอบยกกล้องขึ้นมาเล็งโดยไม่รู้ตัว "ช่างภาพที่ดีเขาไม่ถ่ายรูปตามมุมมหาชนหรอกครับคุณมินตรา ภาพถ่ายที่ดีมันต้องเล่าเรื่องราวที่คนอื่นมองข้ามต่างหากล่ะครับ เหมือนที่คุณกำลังทำหน้ายุ่งเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่นี่ไงครับ โคตรจะมีสตอรี่เลยนะเนี่ย"
"ไอ้คุณกวิน! นี่คุณแอบถ่ายฉันเหรอ! ลบเดี๋ยวนี้เลยนะ!" มินตราตาโต พุ่งตัวเข้ามาหมายจะแย่งกล้องในมือผมให้ได้
แต่จังหวะที่เธอก้าวเข้ามาประชิดตัว ชุลมุนวุ่นวายด้วยแรงผลักของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งเดินออกจากร้านขายของที่ระลึก ทำให้มินตราเสียหลัก เซถลาถอยหลังไปชนเข้ากับราวเหล็กกั้นทางเดินอย่างจัง
"ระวังครับ!"
ผมทิ้งมาดกวนประสาทในเสี้ยววินาที พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของเธอไว้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งร่างของเธอพุ่งเข้ามาปะทะเข้ากับแผงอกของผมอย่างจัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กปะปนกับกลิ่นแดดจางๆ ลอยเข้าจมูกทันทีที่ใบหน้าของเราห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร
โลกที่เคยหมุนวนด้วยความเร่งรีบของมินตราคล้ายจะหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งค้างไปในอ้อมแขนของผม มือเรียวที่เคยกำหมัดเตรียมจะทุบผม ค่อยๆ คลายออกแล้ววางแปะอยู่บนอกเสื้อทวีดของผมโดยไม่รู้ตัว
จังหวะหัวใจของใครบางคนใต้ฝ่ามือของเธอกำลังเต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะ... และผมกล้าพนันเลยว่า ไม่ใช่หัวใจของผมแน่ๆ
"เอ่อ... คือ..." มินตราอ้าปากพะงาบๆ หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอพยายามดันอกผมออกแต่ติดที่ผมยังคงกระชับวงแขนรอบเอวเธอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "ปล่อยได้แล้วมั้งครับคุณช่างภาพ... คนมองกันเต็มแล้วนะ!"
ผมแกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาหน้าตาเฉย "ไหนครับ ใครมอง? เขาคงอิจฉาคู่รักที่กำลังสวีทกันอยู่กลางแลนด์มาร์คระดับโลกต่างหากล่ะครับ"
"ใครคู่รักคุณยะ! ใครเขาสวีท! หลบไปเลยนะ!" เธอกระทืบเท้าลงบนรองเท้าผ้าใบของผมเต็มแรง (แม้จะไม่ได้เจ็บอะไรมากนักเพราะใส่ผ้าใบหนา) จนผมต้องยอมปล่อยมือด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม มินตราบิดตัวหนีหน้าแดงแจ๋ รีบก้มหน้าก้มตาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"เห็นไหมครับ..." ผมกระซิบเสียงนุ่ม ทอดสายตามองเลยผ่านตัวเธอไปยังเบื้องหน้า "ผมบอกแล้วว่าการมา 'เช็กอินที่ห้ามพลาด' เนี่ย มันมักจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิดรออยู่เสมอ... อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ผมได้รู้ว่า คุณมินตราผู้เพอร์เฟกต์ทุกกระบวนท่า ก็มีมุมซุ่มซ่ามที่น่ารักเป็นบ้าเหมือนกันนะครับเนี่ย"
มินตราหันขวับมาค้อนผมวงใหญ่ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เธออ้าปากเตรียมจะพ่นชุดคำบ่นยาวเหยียดใส่ผมอีกรอบเพื่อกู้ศักดิ์ศรีบล็อกเกอร์สาวสายวางแผนกลับคืนมา
ทว่า... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ยีนของเธอก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ติ๊ง!*
มินตราขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู แวบแรกที่สายตาเธอกวาดอ่านข้อความบนหน้าจอ สีหน้าที่กำลังโกรธขึงของเธอกลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
ผมหุบยิ้มกวนๆ ลงทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติของเธอ "เกิดอะไรขึ้นครับ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย หรือว่าเพจปลิว?"
มินตราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผม ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบคำถามผมทันที แต่ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าผม เพื่อให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบจองตั๋วออนไลน์ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อย่างชัดเจน
ข้อความสีแดงฉานเด่นชัดบนหน้าจอระบุไว้ว่า:
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน]: เนื่องจากตรวจพบปัญหาโครงสร้างสกายวอล์คโซน B (จุดที่คุณกำลังยืนอยู่) เกิดการสั่นสะเทือนเกินมาตรฐาน ทางการได้ประกาศ 'ปิดให้บริการชั่วคราว' โดยไม่มีกำหนด และไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่จนกว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเข้าเคลียร์เส้นทางทั้งหมด*
ผมกวาดสายตาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรอบตัวอีกครั้ง
ให้น้ำแข็งใสเถอะ... ตอนนี้เหล่านักท่องเที่ยวหลายร้อยชีวิตกำลังส่งเสียงฮือฮาอื้ออึง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดยูนิฟอร์มสีส้มกำลังวิ่งกรูเข้ามาปิดประตูกระจกทางออกทุกด้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงล็อกกลอนเหล็กดัง *กริ๊ก!* สนั่นหู
เราถูกขังอยู่บนจุดแลนด์มาร์คที่เธอเป็นคนเลือก... แถมยังติดอยู่กับคนที่ผมเผลอใจเต้นใส่เมื่อห้านาทีที่แล้วอีกต่างหาก!
ด้วยความเคารพอย่างสูง
แบกเป้ท่องโลก
ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ•ตอนที่ 10
เช็กอินที่ห้ามพลาด (หรือเปล่า?)
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับคนหลงทางกับช่างภาพผู้ไม่เคยบันทึกความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!