กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายยังคงลอยอวลอยู่ในความรู้สึก แม้ว่าเหตุการณ์ลอบสังหารบนไซต์งานเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะผ่านพ้นไปแล้ว คีรินยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพักนิรภัย แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดจางๆ นั้นดูโดดเดี่ยว ทว่าแผ่ซ่านอำนาจคุกคามที่น่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน
กระสุนนัดนั้นเกือบจะพรากชีวิตเขาไป... หรือที่แย่ยิ่งกว่าคือมันเกือบจะพรากอนาคตที่เขามีพริมาอยู่ร่วมในนั้น
เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นละมุนที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังกว้าง พริมาสวมกอดเขาไว้จากด้านหลัง ใบหน้าเนียนแนบชิดกับแผ่นหลังแข็งแกร่งรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงตอกย้ำว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ร่างกายของเธอยังสั่นเทาเล็กน้อยจากความหวาดกลัวที่เพิ่งเผชิญหน้ากับความตายมาหมาดๆ
"คุณรอดมาได้..." เสียงของพริมาพร่าสั่น เจือความเปราะบางที่หาได้ยากยิ่งจากสถาปนิกสาวผู้เยือกเย็น
คีรินไม่พูดอะไร เขายกมือขึ้นกุมมือเรียวที่โอบรอบเอวเขาไว้ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับกระจกเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นมองสำรวจใบซีดเซียวของเธอด้วยประกายไฟที่ลุกโชน ความตายที่เฉียดฉิวทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในตัวเขาตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่เกือบจะสูญเสียสิ่งเดียวที่เขายอมจำนนให้
"ผมบอกแล้วว่าไม่มีใครหน้าไหนพรากคุณไปจากผมได้ พริมา" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้น แฝงความดุดันและกระหายหา "แต่สิ่งที่ผมเพิ่งแลกมา... มันไม่ใช่แค่ชีวิตผม แต่มันคือเดิมพันทั้งหมดที่เรามี"
"ฉันรู้..." พริมาเงยหน้าสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก แรงกดดันจากศัตรูในเงามืดอย่างรวิศและภัยมืดที่คืบคลานเข้ามาทำให้พวกเขารู้ดีว่า เวลาของความสุขสงบมันช่างสั้นนัก ความตายที่เฉียดใกล้ทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างพังทลายลง ไม่มีคำว่าศักดิ์ศรี ไม่มีกรอบเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบแห่งความเสน่หาและการโหยหากันและกันในวินาทีที่ลมหายใจยังเชื่อมต่อกันอยู่
มือหนาของคีรินเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าเนียน นิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างทะนุถนอมแต่แฝงความเร่าร้อน รสจูบที่ประทับลงมาบนเรียวปากนุ่มจึงไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่เป็นการบดขยี้อย่างเรียกร้องและดุดัน ราวกับต้องการหลอมรวมลมหายใจของเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเขา พริมาเผยอริมฝีปากต้อนรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ แขนเรียวโอบกอดลำคอแกร่งดึงรั้งให้ร่างสูงเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น เสียงครางฮัมในลำคอของคีรินบ่งบอกถึงความพึงพอใจ ขณะที่ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู้จักพอ
ความตึงเครียดจากความเป็นความตายเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานความเร่าร้อนที่แผดเผาผิวกาย คีรินอุ้มร่างบางขึ้นแนบตักอย่างง่ายดาย พริมาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเกี่ยวเรียวขาเข้ากับสะโพสอบอุ่นของเขาโดยอัตโนมัติ มือใหญ่ลากไล้ไปตามแนวสันหลัง ปลุกเร้าทุกอณูผิวผ่านเนื้อผ้าบางเบา แรงดึงดูดระหว่างวิศวกรหนุ่มผู้ดิบเถื่อนกับสถาปนิกสาวผู้พยศระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
พวกเขาก้าวถอยหลังเข้าสู่เตียงนอนกว้างในมุมห้อง ม่านสีทึบถูกปิดสนิทตัดขาดจากโลกภายนอก คีรินทาบทับร่างหนาลงมา ครอบครองเรือนร่างระหงด้วยสัมผัสที่ทั้งรุนแรงและลึกซึ้ง เสื้อผ้าหลุดรุ่ยออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปรานี ผิวเนื้อแนบชิดกันจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่เร่งเร้า
"มองผม พริมา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหู ขณะที่ริมฝีปากร้อนพรมจูบไล้จากซอกคอระหงลงมาถึงไหปลาร้า มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะบนเตียงนอน เป็นพันธนาการที่ไร้เงื่อนไขและไม่มีทางหลุดพ้น "จำความรู้สึกนี้ไว้ ว่าคุณเป็นของผม... แค่คนเดียวเท่านั้น"
พริมาหอบหายใจสะท้าน ร่างกายบิดเร้าไปตามแรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ความหวาดกลัวต่อความตายก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยเพลิงสวาทที่ร้อนแรงยิ่งกว่า สัมผัสจากการลูบไล้ ปลุกเร้า และการสอดประสานที่เป็นหนึ่งเดียวกันในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง มันคือการประกาศกร้าวต่อความตาย ว่าตราบใดที่พวกเขายังหายใจอยู่ ความรักและความปรารถนาอันมืดมนนี้จะไม่มีวันยอมจำนนต่ออำนาจใดในโลก
บทเพลงรักอันดุเดือดดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางระคนความสุขสมที่สะท้อนก้องในความเงียบ คีรินมอบความเร่าร้อนให้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการฝังรอยตัวตนของเขาลงในจิตวิญญาณของเธอ เพื่อให้แน่ใจว่าต่อให้มีภัยมืดใดคืบคลานเข้ามาอีก เธอก็จะไม่มีวันหลุดมือเขาไปได้
เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง พริมานอนหอบหายใจอยู่บนอกแกร่ง มือหนาของคีรินยังคงลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน ดวงตาคมกริบมองเพดานห้องด้วยความครุ่นคิด ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานหัวเตียงจะสั่นครูดขึ้นทำลายบรรยากาศ
คีรินขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่มีการบันทึกชื่อ แต่รหัสพื้นที่ระบุชัดเจนว่าเป็นหมายเลขจากต่างประเทศ—ดินแดนที่เขาคิดว่าอดีตอันมืดดำถูกฝังกลบไปนานแล้ว
พริมาขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้าคมคายที่บSายการตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน "ใครโทรมาดึกดื่นแบบนี้คะ... คีริน?"
คีรินไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอพร้อมกับสายเรียกเข้านั้น ข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษสามบรรทัดที่ทำให้ลมหายใจของเขาชะงักไปชั่ววินาที
*[ยินดีด้วยที่รอดมาได้... น้องชาย แต่เกมเพิ่งเริ่มต้นเมื่อฉันเหยียบแผ่นดินนี้ในวันพรุ่งนี้]*
คีรินกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาดุดันฉายประกายอันตรายที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พริมาเคยเห็นมา
"ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้บทนี้เข้มข้นไปด้วยกันนะครับ"
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 25
พันธนาการที่ไร้เงื่อนไข
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!