เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำฝ่าสายฝนและเสียงทุ้มห้วนของรวิศที่ตะโกนก้องอยู่หน้าประตูห้องพักคนงาน กลายเป็นเพียงเสียงรบกวนไร้ความหมายในโสตประสาท เมื่อเทียบกับแรงกดดันมหาศาลจากแผงอกกว้างของคนที่กำลังตรึงร่างของเธอไว้กับผนังห้องเย็นเฉียบ
พริมาหอบหายใจสะท้าน แผ่นหลังบอบบางแนบสนิทไปกับปูนเปลือย เย็นยะเยือกตัดกับความร้อนระอุแผดเผาที่แผ่ซ่านมาจากร่างหนาของคีริน วิศวกรหนุ่มใหญ่ไร้ความปรานี ปลายนิ้วหยาบกร้านบีบเข้าที่คางเรียวของเธออย่างบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสีเข้มดุดันคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกจุดชนวนจนยากจะดับลง
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง... รวิศอยู่ข้างนอกนั่น!" เสียงของพริมาสั่นพร่า แม้พยายามจะเค้นความแข็งกร้าวออกมาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี แต่เรียวปากสั่นระริกกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
"ปล่อยให้มันเห่าไปสist..." คีรินคำรามต่ำในลำคอ เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ไล่ต้อนเหยื่อจนมุม "สนใจฉันคนเดียวก็พอ พริมา... อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทนไปมากกว่านี้"
แรงกดดันจากร่างกายที่ทาบทับลงมาทำให้พื้นที่หายใจของเธอแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นจัดที่เจือกลิ่นฝนและบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มร้อนผ่าว สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่น แต่วินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาไล้ลงมาตามกรอบหน้า ก่อนจะกดคลึงลงบนริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่น ความคิดทุกอย่างในหัวของสถาปนิกสาวก็ขาวโพลนราวกับถูกไฟแผดเผาจนมอดไหม้
คีรินไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว เขากระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย แรงบีบรัดนั้นเด็ดขาดและทรงพลัง ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมหนานุ่ม ล็อกท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้เบี่ยงหนี
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี สัมผัสแรกดุดัน หนักหน่วง และเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความดิบเถื่อนและอำนาจครอบครองทำให้สมองของเธอตื้อตัน แรงขัดขืนที่เคยมีถูกบดขยี้จนแหลกสลายใต้รสสัมผัสที่เว้าวอนและป่าเถื่อนในเวลาเดียวกัน คีรินขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาก่อนจะแทกลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ เรียวลิ้นของเขาตวัดไล่ต้อนความนุ่มหยุ่นภายในโพรงปากอย่างช่ำชอง ดึงดูดสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปในวังวนแห่งเพลิงสวาทที่เขาเป็นผู้จุดขึ้น
ร่างบางสั่นสะท้านสะอื้นอยู่ในลำคอ ความโกรธขึงและศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอถูกหลอมละลายกลายเป็นความปรารถนาอันตรายที่เธอเองก็หวาดกลัว สัมผัสจากมือหยาบกร้านที่เริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ทำให้ผิวกายของพริมาร้อนผ่าวราcotถูกไฟลวก ทุกๆ ตารางนิ้วที่ปลายนิ้วของเขาแตะผ่านทิ้งร่องรอยความวาบหวามราวกับตีตราจองความเป็นเจ้าของ
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อคีรินบด4จูบย้ำลงมาอีกครั้ง หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอกและความเงียบงันอันตรายภายในห้อง
แรงเสียดทานระหว่างร่างกายที่แนบชิดทำให้ความต้องการลึกซึ้งปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม คีรินผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ แต่นัยน์ตาสีเข้มยังคงจดจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อของเธอด้วยความกระหายหิว ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนสูดดมความหอมกรุ่นอย่างมัวเมา ขณะที่มือหนาเลื่อนต่ำลงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของพริมา
"คีริน... หยุดนะ..." เธอพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ก็สายเกินไปเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาแนบลงบนผิวเนื้อเนียนละเอียดโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง แรงสะท้านเฮือกใหญ่แล่นริ้วไปทั่วร่างจนเธอกลั้นหายใจ
"สายไปแล้ว พริมา" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูเต็มไปด้วยความเย้ายวนและดุดัน "คุณเป็นคนก้าวเข้ามาในกรงนี้เอง... อย่าหวังว่าจะได้ออกไปง่ายๆ"
ความเร่าร้อนในบทเพลงรักอันดิบเถื่อนและลึกซึ้งดำเนินไปอย่างไร้การผ่อนปรน คีรินไม่ได้มอบแค่สัมผัสทางกาย แต่เขาใช้ความรuรันและเสน่หาอันตรายเข้าครอบงำทุกความรู้สึกของเธอ จนพริมาไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต่อต้าน มีเพียงเสียงครางแผ่วเบาและปลายนิ้วที่จิกเกร็งอยู่บนลาดไหล่กว้างของเขา เพื่อระบายความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเสียงทุบบานประตูไม้ด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงของรวิศที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความสงสัย
"พริมา! คุณอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!"
ร่างที่กำลังแนบชิดกันบนเตียงนอนชะงักกึก คีรินชะلاءการเคลื่อนไหว แต่ใบหน้าคมคายยังคงซุกอยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่น เขายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน นัยน์ตาดุดันมองตรงไปยังประตูห้องก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมหูของคนที่กำลังหอบสะท้านอยู่ในอ้อมแขน
"บอกมันสิพริมา... ว่าตอนนี้คุณกำลังเป็นของใคร"
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของคีรินกดลงบนจุดอ่อนไหวพร้อมกับแรงขยับที่ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางออกมาดังลั่น ท่ามกลางจังหวะที่เฉียดฉิวต่อการถูกจับได้ คีรินกลับเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูให้แง้มออกเล็กน้อย... ขณะที่เงาร่างของรวิศกำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูพอดี!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเร่าร้อนและระทึกใจในบทนี้นะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 6
รอยประทับแห่งการครอบครอง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!