วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 3

กลิ่นกายชายฉกรรจ์

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นอายของฝุ่นปูนซีเมนต์ คละเคล้าไปกับหยาดเหงื่อและกลิ่นกายอันดิบเถื่อนของบุรุษเพศ คือบรรยากาศเดียวที่หลงเหลืออยู่ในห้องทำงานชั่วคราวแคบๆ ใต้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยังสร้างไม่เสร็จ ประตูไม้เก่าๆ ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยมือของคนที่ทรงอำนาจที่สุดในไซต์งานแห่งนี้ และตอนนี้ ระยะห่างระหว่างพริมากับคีรินก็แทบไม่เหลือพื้นที่ให้แม้แต่อากาศได้ไหลผ่าน สถาปนิกสาวพยายามตรึงหัวใจที่เต้นระรัวไว้ใต้โครงเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบ เธอเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าแผ่นหลังจะถูกต้อนให้แนบติดกับบานกระจกเย็นเฉียบของหน้าต่างที่มองออกไปเห็นเครนยกของสูงตระหง่าน "คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉันนะ คีริน" น้ำเสียงของพริมาพยายามบังคับให้ราบเรียบและเด็ดเดี่ยว แต่ความสั่นพร่าที่ปลายเสียงกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมดของเธอ ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าวิศวกรก้าวเข้ามาประชิด ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับเตาหลอมเหล็ก กลิ่นกายชายฉกรรจ์ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานกลางแจ้ง พุ่งเข้าปะทะนาสิกของเธอจนสติสัมปชัญญะแทบกระเจิง คีรินไม่1พูดพร่ำทำเพลง เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบกระจกเหนือหัวเธอไว้ เป็นการกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อผู้ดื้อรั้น "สิทธิ์เหรอครับ คุณพริมา..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังลอดไรฟันของเขา "คุณมาเหยียบอาณาจักรของผม ตั้งคำถามกับงานของผม และทำเป็นมองไม่เห็นหัวผม... คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองตั้งแต่แรกกันล่ะ" ปลายนิ้วหยาบกร้านที่มีรอยแผลเป็นจากงานช่างผ่านประสบการณ์โชกโชน เอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ พริมาสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก เธอกัดริมฝีปากแน่น เบือนหน้าหนีสัมผัสคุกคามนั้น แต่คีรินกลับใช้นิ้วโป้งบังคับให้เธอกลับมาสบตาเขา ปลายคางของเธอถูกตรึงไว้ด้วยแรงกดที่ไม่อาจขัดขืน "อย่าหลบตาผม" เขาคำรามแผ่วเบาในลำคอ "มองหน้าผม... แล้วยอมรับความจริงสะ ว่าคุณกำลังสั่นกลัวแค่ไหน" พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอปัดมือเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แม้จะรู้ว่ามันแทบไม่ระคายผิวหนาของชายตรงหน้าเลยก็ตาม "ฉันเป็นสถาปนิกที่บริษัทส่งมาตรวจสอบโครงสร้าง ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่คุณจะมาใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกตามใจชอบ! ถ้าคุณยังมีสามัญสำนึกพอ ก็ช่วยถอยออกไปซะที!" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเสน่หาอันตรายระคนกัน เขากลับไม่ถอยออกไปตามคำสั่ง แต่กลับขยับเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม จนหน้าอกแกร่งของเขาบดเบียดเข้ากับทรวดทรงอิ่มเอิบภายใต้ร่มผ้าของเธออย่างจงใจ สัมผัสที่แนบแน่นนั้นทำให้พริมาถึงกับลมหายใจสะดุด ความร้อนจากกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาแผดเผาผิว2กายของเธอจนวับวามไปหมด สัญชาตญาณการป้องกันตัวกรีดร้องลั่น แต่วินาทีนั้นเอง ความรู้สึกอีกด้านหนึ่งที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้ระเบียบวินัยอันเคร่งครัด กลับตื่นตัวขึ้นมาอย่างน่ากลัว—ความรู้สึกโหยหาการถูกบดขยี้และการถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากกรอบเกณฑ์ทั้งปวง "ปากดีเหลือเกินนะครับ..." คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่ข้างแก้มสาก "แต่รู้ไหมว่า ยิ่งคุณดื้อรั้นมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากจะสยบคุณให้ราบคาบอยู่ใต้ร่างของผมมากเท่านั้น" คำพูดจาจาบจ้วงและดุดันทำให้พริมาหน้าชาตื่นตะลึง เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าคนหลงตัวเองสักฉาดใหญ่ แต่คีรินไวกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย แล้วตรึงมันไว้เหนือหัวของเธอแนบกับกระจกหน้าต่าง ส่วนมืออีกข้างก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประชิดจนไม่มีช่องว่าง "ปล่อยนะ! คนป่าเถื่อน!" เธอร้องประท้วงด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย "ป่าเถื่อนเหรอครับ? งั้นผมจะแสดงให้คุณเห็นว่าความป่าเถื่อนที่แท้จริงมันเป็นยังไง..." สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็ก้มลงปิดริมฝีปากนุ่มที่กำลังอ้าเถียงด้วยจูบอันดุเดือดและเร่าร้อน เป็นการจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความหิวกระหาย การลงทัณฑ์ และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามสะบัดหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อปฏิเสธการรุกล้ำ แต่ความแข็งกร้าวและทรงพลังของชายหนุ่มทำให้เธอกลายเป็นเพียงลูกนกน้อยในกำมือ คีรินขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนหญิงสาวรู้สึกเจี๊ยบแปลบและยอมเผยริมฝีปากออกด้วยความเผลอเรอ สบโอกาสนั้น ลิ้นร้อนชื้นของเขาก็รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดุดัน ความดิบเถื่อน และความปรารถนาอันดิบเรื้อน ถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ลึกซึ้งจนพริมาแทบละลาย สมองของเธอดับวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยเยือกเย็นและเจ้าระเบียบพังทลายลงในพริบตา มือที่เคยพยายามขัดขืน คลายแรงลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตด้านหลังของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง แรงดึงดูดระหว่างชายหญิงที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานและตอบสนองต่อกันอย่างลึกซึ้ง คีรินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาของเขากวาดมองใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนักหน่วง และดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยความปรารถนาของสถาปนิกสาว เธอหอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ "คุณ... คุณมัน..." พริมาพูดได้เพียงแค่นั้น เสียงของเธอขาดห้วงและสั่นพร่า "ผมมันทำไมครับ?" คีรินกระซิบชิดริมหางตาของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่องที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ "บอกผมสิครับพริมา... ว่าคุณรังเกียจผม หรือว่า... ร่างกายของคุณกำลังเรียกร้องหาผมกันแน่" นิ้วมือที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่แทนที่เธอจะผลักไส พริมากลับยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณ ความต้องการที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งศีลธรรมและศักดิ์ศรี พังทลายลงต่อหน้ากลิ่นอายชายฉกรรจ์และสัมผัสอันเร่าร้อนของวิศวกรหนุ่มผู้นี้ บรรยากาศในห้องทำงานแคบๆ เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ทั้งคู่กำลังจะก้าวข้ามเส้น 3กั้นอันตรายที่ไม่มีวันหวนกลับ ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วและกระชั้นชิดจากด้านนอก ทำลายภวังค์ความเร่าร้อนลงในเสี้ยววินาที "คุณคีรินครับ! คุณคีรินอยู่ในนั้นไหมครับ? ทางบริษัทผู้ลงทุนโทรมาด่วน แจ้งว่าคุณรวิศกำลังเดินทางมาที่ไซต์งานตอนนี้เลยครับ!" เสียงตะโกนรายงานจากลูกน้องด้านนอกทำให้คีรินชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญที่สุด พริมาสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันอันมืดดำ เธอดึงสติกลับมาได้ รีบผลักอกแกร่งของคีรินให้ออกห่าง จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลานในขณะที่หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก คีรินถอยหลังไปหนึ่งก้าว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดุดันเช่นเดิม แต่สายตาที่เขามองพริมายังคงเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ยังมอดไหม้ไม่หมด เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นจนเธอน้ำตาคลอด้วยความตื่นกลัวระคนสั่นสะท้าน "เกมของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... คุณพริมา" คีรินแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางประตู "เดี๋ยวผมออกไป!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่กรงขังเสน่หาครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%