"ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว กระสุนนัดนี้จะฝังลงในกะโหลกมึงแทนที่จะเป็นพื้นห้อง"
คีรินแค่นเสียงต่ำลอดไรฟัน มือแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนกระชากร่างของพริมาเข้ามาปะทะกับแผงอกหนาของเขา ร่างของเขาตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเพื่อปกป้องหญิงสาวจากรวิศที่ยืนถือปืนพกอยู่ท่ามกลางความสลัวของห้องทำงานส่วนตัวในไซต์งานที่ปิดตาย บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยกลิ่นดินปืน กลิ่นบุหรี่จางๆ และความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
"หึ... คีริน มึงคิดว่าคนอย่างกูจะกลัวคำขู่ของหมาจนตรอกอย่างมึงงั้นหรือ" รวิศแสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่พริมาด้วยสายตาหื่นกระหายที่ปิดไม่มิด "พริมา... อย่าโง่ไปอยู่ข้างหลังคนที่จะไม่มีวันรอดไปจากที่นี่เลย มาหาฉัน แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี"
พริมาไม่ได้ตอบ เธอทำเพียงแค่สั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของคีริน มือเรียวบางกำเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ยี่ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่มันคือสงครามแย่งชิงที่เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย
"จบงั้นเหรอ?" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนพริมาขนลุกชัน "กูไม่เคยจบถ้ากูยังไม่ได้เริ่ม... และสำหรับมึง รวิศ มึงกำลังก้าวข้ามเส้นที่มึงไม่มีวันเดินกลับไปได้อีก"
ทันใดนั้น คีรินพลิกตัวพริมาให้หันหลังให้รวิศ ก่อนจะกดศีรษะเธอลงแนบอกแล้วหมุนตัวหลบไปหลังเสาโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องทำงานจนแก้วหูพริมาอื้ออึง จังหวะการปะทะด้วยกระสุนผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของเธอ ท่ามกลางอันตรายที่บีบคั้น ความกลัวเริ่มเปลี่ยนแปรเป็นแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่ดิบเถื่อน
เมื่อเสียงปืนเงียบลงและรวิศถอยร่นออกไปตามแผนล่อของคีริน ชายหนุ่มก็ปิดประตูเหล็กกล้าล็อกตายทันที เขาหมุนตัวกลับมาหาหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทา ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ถูกกระตุ้นด้วยอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน
"พริมา..." เสียงเขาทุ้มต่ำจนเกือบจะเป็นเสียงคำราม
"คีริน... เรากำลังจะตายใช่ไหม" เธอถามพลางหอบหายใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นระริก
"ไม่... เราจะไม่มีวันตายจนกว่าจะจำได้ว่าความเป็นจริงที่เราเผชิญอยู่มันทรมานแค่ไหน"
เขาพุ่งเข้าหาเธอราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย คีรินช้อนร่างของพริมาขึ้นพาดบ่าโดยไม่รอคำอนุญาต ก่อนจะวางเธอลงบนโต๊ะเขียนแบบขนาดใหญ่จนกระดาษแปลนปลิวว่อนไปทั่วห้อง มือหนากระชากกระดุมเสื้อของเขาออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแกร่งเป็นมัดๆ ภายใต้แสงไฟสลัว
พริมาไม่ได้ขัดขืน ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความต้องการที่โหยหาการปลดปล่อยจากความตายที่เพิ่งเผชิญหน้า เธอเอื้อมมือไปโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาลงมาหา แรงกระแทกของจูบที่ตามมานั้นดุดันและเร่าร้อนราวกับต้องการสูบเอาลมหายใจของเธอไปทั้งหมด
"รวิศมันไม่ควรแตะต้องแม้แต่ปลายผมของเธอ" คีรินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านไปตามผิวเนียนที่เริ่มเปลี่ยนสีเพราะแรงอารมณ์
"ถ้าอย่างนั้น... ก็แสดงให้เห็นสิว่าฉันเป็นของใคร" พริมาท้าทายด้วยเสียงที่สั่นพร่า
คีรินไม่รอช้า เขาโน้มตัวลงบดขยี้ริมฝีปากเธออีกครั้งอย่างหนักหน่วง มือใหญ่เลื่อนลงไปปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวออกอย่างเชี่ยวชาญ ความร้อนผ่าวจากฝ่ามือที่สัมผัสผิวกายทำให้นางเอกสาวสะดุ้งวาบ ความเย็นยะเยือกของอากาศภายนอกเทียบไม่ได้เลยกับไฟที่กำลังแผดเผาอยู่ในห้องนี้
บทรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงปืนและความหวาดกลัวนั้นไร้ซึ่งความอ่อนหวาน แต่มันเต็มไปด้วยความรุนแรงและสัญชาตญาณดิบ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เปรียบเสมือนการตีตราจอง ลมหายใจที่หอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับความวุ่นวายในใจ คีรินมอบความเจ็บปวดที่แฝงไปด้วยความสุขสมซ่านราวกับจะบอกให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็เป็นเพียงกรงขังที่เขาครอบครองไว้เพียงผู้เดียว
พริมาจิกปลายนิ้วลงบนแผ่นหลังของเขา ร่างกายที่สอดประสานกันท่ามกลางความตึงเครียดทำให้ความจริงที่ว่ารวิศอยู่เพียงหลังประตูนั่นพร่าเลือนไปชั่วขณะ เธอปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปในวังวนแห่งสัมผัสที่คีรินขีดเขียนขึ้นมาด้วยความดุดัน
เมื่อความสุขสมถึงจุดสูงสุด คีรินฟุบหน้าลงกับซอกคอของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้าน มือหนายังคงโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด ร่างกายที่เขาปรารถนาจะหายวับไป
ทว่า ความเงียบสงัดที่ตามมาหลังพายุอารมณ์กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูเหล็กเบาๆ แต่หนักแน่นดังขึ้นจากภายนอก ตามด้วยเสียงของรวิศที่เอ่ยขึ้นผ่านรอยแยกของประตูด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าขนลุก "บทรักจบลงแล้วหรือยัง พริมา? หวังว่าเธอคงจะจำได้นะ ว่าคีรินไม่ใช่คนเดียวที่มี 'ความลับ' ซ่อนอยู่ในไซต์งานแห่งนี้... โดยเฉพาะเรื่องที่พ่อของเธอต้องตายเพราะใคร"
คีรินชะงักกึก ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับมาแข็งเกร็งราวกับหินผาอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับพริมา แววตาของเขาที่เคยมีเพียงไฟราคะบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึง
"อย่าฟังมัน" คีรินกระซิบข้างหูเธอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนทำให้น้ำตาของพริมาไหลรินโดยไม่รู้ตัว "เรายังไม่จบ... เรื่องของเราสองคน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในนรกขุมนี้เท่านั้น"
ภูริศร์หวังว่าบทนี้จะกระตุกอารมณ์ของรี้ดเดอร์ทุกท่านให้ตื่นตัวไปพร้อมกับตัวละครนะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 18
ความเร่าร้อนท่ามกลางอันตราย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!