แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบ V-Shape ของพริมาที่กำลังซีดเผือด เธอยังคงจ้องมองกระดาษแผ่นนั้น—รายชื่อผู้ถือหุ้นลับของโครงการที่เพิ่งแฟกซ์ตรงมาจากสำนักงานใหญ่ และชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้ายร่วมกับคีริน มันคือชื่อของ 'มินตรา' อดีตคู่หมั้นของเขา ผู้หญิงที่ควรจะตายไปจากชีวิตของวิศวกรหนุ่มดิบเถื่อนคนนี้ตั้งแต่เหตุการณ์ไฟไหม้ไซต์งานเมื่อสามปีก่อน
ความสงสัยกัดกินหัวใจของเธอจนแทบหายใจไม่ออก สมองตีรันพันตูระหว่างความจริงที่ว่า คีรินอาจจะกำลังหลอกใช้เธอเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมแก้แค้น หรือทั้งหมดนี้มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอกำลังคิดมากไปเอง
"นั่งเหม่ออะไรอยู่ครับคนสวย หรือว่า... กำลังคิดหาทางหนีผมอยู่"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าของเธอ พริมาสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวบอกให้เธอดีดตัวลุกขึ้น แต่รวดเร็วกว่านั้น... วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของคีรินก็รวบเอวบางเข้าหาตัวแนบชิด จนแผ่นหลังของเธอบดเบียดเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา
"ปล่อยฉันนะคีริน..." พริมาพยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "คุณยังมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีก เอกสารใบนั่น... ผู้หญิงคนนั้นหมายความว่ายังไง!"
คีรินไม่ตอบทันที ใบหน้าคมเข้มก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหอมหวานที่เขาเสพติด ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่แถวใบหู ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะกดจູບย้ำๆ ลงบนผิวเนื้ออ่อนจนพริมาต้องหลับตาปี๋ ขาสั่นเทาแทบหมดแรง
"อย่าเอาชื่อนั้นขึ้นมาพูดในเวลานี้ พริมา..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดุดันที่ซ่อนเร้นความเจ็บปวดบางอย่างไว้ "สิ่งที่เธอควรสนใจตอนนี้... ไม่ใช่เรื่องของคนตาย แต่เป็นเรื่องของเราสองคนต่างหาก"
คีรินพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แต่อีกข้างหนึ่งกลับช้อนคางอิ่มบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับจูบอันดุเดือดและเร่าร้อนที่ถาโถมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้เรียวปากคู่นงามด้วยความกระหายหิว ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ พริมาพยายามเม้มปากขัดขืนและส่ายหน้าหนี แต่แรงอารมณ์ที่คีรินโหมกระหน่ำใส่ทำให้กำแพงความเยือกเย็นของเธอพังทลายลงในพริบตา ร่างกายทรยศต่อสมอง สมองที่เคยสั่งให้ต่อต้าน กลับอ่อนยวบยาบไปกับสัมผัสสวาทที่ชายหนุ่มจงใจปลุกเร้า
รสจูบรสชาติเข้มข้นเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัว ณ ไซต์งานค่ำคืนนี้ตึงเครียดและเร่าร้อนถึงขีดสุด คีรินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้พริมาหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทมองเขาด้วยความสับสนระคนตัดพ้อ
"คุณกำลังใช้ฉัน... เพื่อแก้แค้นใช่ไหมคีริน บอกความจริงฉันมาสิ!" เธอกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด ขณะที่มือที่เพิ่งถูกปล่อยเป็นอิสระผลักอกกว้างของเขาออกห่าง
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำมืดคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ตอบคำถาม แต่มือใหญ่กลับกระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนละเอียดและชุดชั้นในลูกไม้สีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ถ้าใช่แล้วไง... ถ้าเธอเป็นแค่หมากในเกมของฉันจริง ๆ เธอกกล้าพอที่จะปฏิเสธสัมผัสของฉันไหมล่ะ พริมา"
คำพูดเย่อหยิ่งและดุดันนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของสถาปนิกสาว ความโกรธและความปรารถนาตีรันกันจนวุ่นวาย พริมาเงื้อมมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าคนเอาแต่ใจ แต่คีรินรวดเร็วกว่า เขารวบมือเธอกดลงกับพนักเก้าอี้หนังสั่งทำพิเศษ ก่อนจะทาบทับร่างกายกำยำลงมาจนเธอไม่เหลือพื้นที่ให้ดิ้นรน
น้ำหนักตัวของเขาที่ทาบทับลงมาทำให้ความรู้สึกตื่นกลัวและเร่าร้อนผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออก คีรินก้มลงซุกไซ้ซอกคอระหง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงกุหลาบ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกซู่ สัมผัสจากมือหยาบกร้านของช่างก่อสร้างที่ผ่านงานหนัก ลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนผ่านเนื้อผ้ากระโปรงสอบอย่างจงใจยั่วยวน
พริมาครางแผ่วในลำคอ ร่างกายบิดเร้าด้วยความรัญจวนที่เขาเป็นคนบงการ เธอเกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสนี้ เกลียดที่หัวใจยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา แต่ลึกๆ แล้ว... เธอกลับโหยหาการถูกปลดปล่อยจากกรงขังแห่งศักดิ์ศรีนี้เสียเหลือเกิน
"คุณมัน... คนใจร้าย..." เธอพกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดพริ้มเมื่อริมฝีปากร้อนของเขาเคลื่อนต่ำลงมาประทับจูบหนักหน่วงที่เนินอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าลูกไม้
"ใช่... ผมมันใจร้าย และเธอก็รู้ดีว่าหนีผมไม่พ้น" คีรินกระซิบชิดริมหีบปากอิ่ม ก่อนจะประกบจูบลงมาอีกครั้งอย่างดูดดื่มและยาวนาน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกจากร่างของพริมาท่ามกลางแสงไฟสลัว
ค่ำคืนนี้ไม่มีคำว่าสถาปนิกผู้สูงศักดิ์ หรือวิศวกรผู้มีอิทธิพล มีเพียงชายหญิงสองคนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางไฟปรารถนาอันแผดเผา ความเร่าร้อนดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม เสียงหอบหายใจและเสียงครางกระซับเคล้าคลอไปกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายนอกหน้าต่างไซท์งาน สัมผัสอันลึกซึ้งและดุดันทำให้พริมาล่องลอยไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแทบไม่หลงเหลือแรงจะคิดถึงความลับหรืออดีตใดๆ อีก
ร่างเปลือยเปล่าแนบชิดกันบนโซฟาหนังตัวยาวในความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์สงบลง พริมานอนหอบหายใจอยู่บนอกแกร่ง นิ้วเรียวของคีรินไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างอ่อนโยน ราวกับเสือร้ายที่เพิ่งล่าเหยื่อสำเร็จและกำลังพึงพอใจ
ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าห้องทำงาน—มันเป็นจังหวะเคาะที่เธอจำได้แม่นยำ และไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้
คีรินชะงักมือที่กำลังลูบไล้เรือนร่างเธอ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันและเยียบเย็นขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงบิดลูกบิดประตูจากด้านนอก
ประค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'รวิศ' ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะเย็นยะเยือก พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของพริมาเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความสุขนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'ตัวจริง' ของเกมนี้ จะไม่ได้มีแค่เราสามคนเสียแล้วล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 17
ลวงหรือรัก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!