เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องรับรองพิเศษ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงราวกับปรอทวัดไข้ที่แตกกระจาย คีรินไม่ได้ขยับตัวในทันที ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นยังคงจ้องมองร่างบางของพริมาที่ยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องหลัง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างของวิศวกรหนุ่มจนแทบจะสัมผัสได้
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย... คุณคีริน"
รวิศก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาโรมัน รอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาท้าทายปรากฏอยู่บนใบหน้าคมคายตามแบบฉบับนักธุรกิจผู้กระหายชัยชนะ ในมือเรียวถือแก้ววิสกี้แกว่งไปมาอย่างใจเย็น ราวกับผู้ล่าที่กำลังยืนมองเหยื่อติดกับดัก
พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สัญชาตญาณบอกเธอว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายเกินกว่าจะคาดเดา เธอขยับตัวจะถอยห่าง แต่ทว่า... มือหนาของคีรินกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธออย่างรวดเร็ว แรงบีบนั้นหนักหน่วงและมั่นคง ราวกับประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมา
"ถอยไป รวิศ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของคีรินเอ่ยขึ้นอย่างเย็นเยียบ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังคู่ปรับเก่า "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่แกควรจะเสนอหน้ามา"
"โอ้... ใจเย็นสิครับ หัวหน้าช่างผู้ทรงอิทธิพล" รวิศยกยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและคุกคามลอยอบอวลในอากาศ "ผมแค่มารับสถาปนิกคนสวยกลับไปทำงานต่อ... หรือว่าคุณกำลังทำเรื่อง 'สำคัญ' อย่างอื่นกันอยู่ ถึงไม่อยากให้ใครมารบกวน?"
สายตาคมกริบของรวิศกวาดมองสำรวจพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าที่แดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกบดขยี้เมื่อครู่ เป็นหลักฐานชั้นดีที่ฟ้องว่าเกิดอะไรขึ้นหลังประตูปิดตายบานนี้
พริมาหน้าชาดลด้วยความอับอาย เธอพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของคีริน แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้น ไอร้อนจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิว
"อย่ามาลามปาม" คีรินคำรามในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวบังพริมาไว้มิดชิด บดบังสายตาแทะโลมของรวิศได้อย่างสมบูรณ์แบบ "ถ้าแกยังไม่อยากกระดูกหัก ไสหัวออกไปซะ"
"ฮึ..." รวิศหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะปรายตามองเลยผ่านไหล่กว้างของคีรินไปยังเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน "ปากดีเหมือนเดิมนะครับ... แต่ไม่รู้ว่า 'อดีต' ที่กำลังตามมาหลอกหลอนคุณตอนนี้ มันจะทำให้คุณยังทำเป็นปากดีได้อยู่อีกนานแค่ไหน"
สิ้นคำพูดนั้น แววตาของคีรินก็ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่พริมาสังเกตเห็น กล้ามเนื้อสันกรามของวิศวกรหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวที่ร้อนระอุอยู่แล้วกลับยิ่งเยือกเย็นลงจนน่ากลัว
"แกหมายความว่ายังไง" คีรินเค้นเสียงถาม รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาจนพริมาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังต้องผวาถอยหลัง
"อ๋อ... ผมก็แค่บังเอิญไปเจอ 'คนเก่า' ของคุณที่เพิ่งบินกลับมาเมืองไทยเมื่อวานนี้เองครับ" รวิศแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาเจ้าเล่ห์มองตรงมาที่คีริน "ผู้หญิงคนที่เคยเกือบทำให้ชีวิตวิศวกรอนาคตไกลอย่างคุณพังพินาศ... เธอถามหาคุณอยู่เหมือนกันนะ คีริน"
ชื่อนั้น หรือแม้แต่การกล่าวถึงอดีตที่ไม่เคยมีใครกล้าแตะต้อง ทำให้มือที่บีบแขนพริมาอยู่เผลอคลายออกอย่างไร้สติ คีรินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนดุดันที่ยากจะหยั่งถึง
พริมามองปฏิกิริยานั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อเห็นร่องรอยความร้าวรานที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากดิบเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่คนที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาง่ายๆ แต่ชื่อปริศนาที่รวิศเอ่ยถึง กลับทำให้เสือร้ายตัวนี้ชะงักงันได้
"เรื่องของฉันกับใครหน้าไหน มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแก" คีรินกดเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนจริงๆ"
รวิศไหล่งับอย่างไม่ยี่หรา เขายกมือขึ้นระดับอกเป็นเชิงยอมแพ้ปลอมๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยดให้พริมาที่ยังคงยืนงงอยู่ด้านหลัง
"แล้วพบกันใหม่นะครับคุณพริมา ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะครับ... ผู้ชายคนนี้ มีความลับดำมืดที่คุณคาดไม่ถึงซ่อนอยู่เยอะ"
พูดจบ รวิศก็หมุนตัวเดินจากไป เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับอึดอัดและตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเดิม
พริมายืนนิ่ง สมองประมวลผลเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น รวิศทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วจากไป ทิ้งให้คีรินจมดิ่งอยู่กับความมืดมนที่เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อน เธอช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ตอนนี้ดูโดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยรอยร้าวอย่างประหลาด
คีรินยืนค้างอยู่ในท่าเดิม นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ลมหายใจสะท้านไหวเข้าออกอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในอก
"คีริน..." พริมาเอ่ยเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ความรู้สึกโกรธเคืองเรื่องเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความกังวลลึกๆ อย่างไร้เหตุผล
ร่างสูงใหญ่สะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งดึงสติกลับมาได้ คีรินหันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาสีนิลคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยความดุดันและ... ความเปราะบางที่เขาพยายามปกปิดไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าว
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ชนิดที่พริมาไม่ทันได้ตั้งตัว แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างจัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะวางทาบลงบนผนังทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์
"อย่าไปฟังที่มันพูด" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้ว nสวลีของเธอ "มันโกหก... มันต้องการปั่นหัวเธอ"
"แต่... สายตาของคุณ..." พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายอยู่ใกล้เธอแค่คืบ "คุณกำลังกลัวอะไรอยู่ คีริน?"
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหนา "ฉันเนี่ยนะกลัว? ไม่มีวันพริมา... ผู้ชายอย่างฉัน ไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น"
"ถ้าอย่างนั้น ทำไมมือคุณถึงสั่นล่ะ?"
พริมาเอ่ยแย้งอย่างกล้าหาญ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปแตะสัมผัสที่หลังมือหนาของเขา สัมผัสได้ถึงแรงสั่นระริกที่เขาพยายามฝืนควบคุมเอาไว้
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คีรินชะงักไป ดวงตาคมกริบก้มลงมองมือเรียวที่กุมมือของเขาไว้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากลีบกุหลาบของหญิงสาว ความดุดันในแววตาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาและเร่าร้อนที่ระอุขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว
"เธออยากรู้เรื่องของฉันมากนักใช่ไหม..." คีรินกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดซอกคอขาวจนพริมาขนลุกซู่ "อยากรู้ว่าอมันตามมาหลอกหลอนฉันยังไง..."
ริมฝีปากหนาขยับเข้าใกล้ กัดเม้มเบาๆ ที่ติ่งหูของเธอจนพริมาสะท้านเฮือก แรงดึงดูดอันตรายเริ่มทำงานอีกครั้ง ความตึงเครียดจากเรื่องของรวิศถูกหลอมละลายกลายเป็นความปรารถนาอันรุ่มร้อนที่แผดเผาทุกสิ่ง
"แต่ตอนนี้..." มือหนาเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งจนไม่มีช่องว่าง "ฉันสนใจสิ่งอื่นมากกว่าเรื่องในอดีตพวกนั้น..."
พริมาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายทรยศต่อจิตใต้สำนึกเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนจากมือของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนนี้อีกครั้ง... พ่ายแพ้ให้กับซาตานร้ายที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตรงหน้า
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของคีรินกำลังจะทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากของเธอ เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของวิศวกรหนุ่มที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
*ครืด... ครืด...*
คีรินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขายังคงไม่สนใจเสียงนั้นและก้มลงจะจูบเธอ พริมาจึงยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้เบาๆ
"เสียงโทรศัพท์..." เธอเตือนสติด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
คีรินสบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะผละใบหน้าออกด้วยความไม่เต็มใจนัก เขาหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด
สายตาคมกริบที่กวาดมองชื่อบนหน้าจอ ทำให้ร่างทั้งร่างของคีรินแข็งค้างไปในทันที... รอยร้าวที่เคยถูกซ่อนไว้ บัดนี้กำลังปริแตกออกต่อหน้าต่อตา
พริมาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเหลือบตามองตาม และหัวใจของเธอก็ต้องกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้น...
เป็นชื่อของผู้หญิงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นในเวลานี้ และมันคือจุดเริ่มต้นของนรกที่แท้จริง
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนนี้นะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 16
รอยร้าวในอดีต
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!