เสียงสัญญาณชีพจรที่ดังสม่ำเสมอในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบงันระหว่างคนสองคนน่าอึดอัดยิ่งขึ้น กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อมิได้กลบกลิ่นอายอันคุ้นเคยของบุรุษผู้ครอบครองอาณาจักรเหล็กกล้าและคอนกรีต คีรินนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้มข้างเตียงผู้ป่วย ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงดูขัดตาเหลือเกินกับบรรยากาศอันเปราะบางของโรงพยาบาล แววตาคมกริบราวกับสัตว์ป่ากำลังจดจ้องร่างระหงที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงด้วยพิษไข้และความอ่อนเพลีย
พริมาขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกปรือขึ้นช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าและอาการปวดร้าวระบมไปทั่วแผ่นหลังจากการหกล้มในไซต์งานยังคงหลงเหลืออยู่ แต่สิ่งที่หนักหนากว่าคือความจริงที่ว่า... เธอหนีเงื้อมมือของเขาไม่พ้นอีกตามเคย
"ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความแหบพร่าเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองรอบห้อง ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อนถูกส่งผ่านออกมาทางสายตาคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด แม้เขาพยายามจะทำตัวให้แข็งกระด้างเพียงใดก็ตาม
"คุณคีริน... ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกลับไปพักที่คอนโดเองได้" พริมาฝืนขยับตัวลุกขึ้นด้วยความพยายามอันน้อยนิด แต่ยังไม่ทันที่แผ่นหลังจะพ้นจากหมอนหนุน มือหนาของวิศวกรหนุ่มก็ยื่นเข้ามาตรึงไหล่บางเอาไว้ด้วยแรงบีบที่มั่นคงแต่ไม่รุนแรง
"นอนลงไปครับพริมา หมอสั่งให้คุณพักผ่อน ไม่ได้สั่งให้มาอวดเก่งใส่ผมตอนนี้" คีรินเอ่ยเสียงเข้ม แววตาดุๆ ที่มองมาเต็มไปด้วยความคาดโทษ แต่ลึกซึ้งเสียจนสถาปนิกสาวต้องเบือนหน้าหนี
"ฉันไม่ได้อวดเก่ง... แต่ฉันไม่อยากติดค้างอะไรคุณอีก" พริมาเค้นเสียงตอบกลับด้วยศักดิ์ศรีที่ยังเหลืออยู่ แม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่
"ติดค้าง?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงมาใกล้จนกลิ่นกายเฉพาะตัวผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอ "คุณเป็นสถาปนิกของผม เป็นผู้หญิงของผม... เรื่องแค่นี้มันหน้าที่ของผมต่างหาก"
ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการผ่านงานหนักเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสที่ขัดแย้งกับบุคลิกดิบเถื่อนทำให้หัวใจดวงน้อยของพริมาเต้นผิดจังหวะ เธอเกลียดความรู้สึกหวั่นไหวนี้ เกลียดที่ร่างกายมันทรยศต่อจิตใจทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้
"อย่ามาทำเป็นพูดจาเจ้าเล่ห์แถวนี้เลยค่ะ... เอ๊ย... นะครับ" พริมาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่คีรินกลับยกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจเมื่อเห็นเธอลนลาน
"หึ... ปากเก่งได้ตลอดจริงๆ นะครับคนสวย" คีรินโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหางตาของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนสั่นสะท้าน "จำคำพูดของผมจากเมื่อคืนไม่ได้เหรอครับ... *รอดตัวไปนะ... แต่จำไว้ว่าเกมนี้ ยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้น*"
ถ้อยคำนั้นดังก้องอยู่ในความทรงจำราวกับคำประกาศิต พริมาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง "คุณมันเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด คีริน!"
"รู้ตัวก็ดีครับ" เขาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงที่ขอบเตียงผู้ป่วย รั้งร่างบางให้ขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังชิดกับอกแกร่งของเขา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของชายหนุ่มทำให้พริมาพยายามขขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของหัวหน้าวิศวกรผู้เจนจัดได้
"ปล่อยฉันนะ คีริน ที่นี่โรงพยาบาล"
"แล้วใครบอกให้คุณดื้อล่ะครับ?" คีรินกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มพร่าของเขาสั่นประสาทเธอจนขนลุกชัน มือหนาเลื่อนลงมาโอบรอบเอวคอดกิ่ว รั้งเข้าหาตัวอย่างแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง "ถ้าคุณเชื่อฟังผมตั้งแต่แรก ผมคงไม่ต้องพาคุณมานอนห้องพิเศษแบบนี้หรอก... รู้ไหมว่าผมใจหายแค่ไหนตอนที่คุณล้มลงไปตรงนั้น"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดคาด ความห่วงใยดิบๆ ที่เจือความหวาดกลัวสูญเสียสะท้อนผ่านแววตาคู่คมที่มองมาตรึงร่างเธอให้อยู่ในวังวนแห่งเสน่หา พริมานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยพยายามปิดตายเริ่มสั่นคลอนด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่เธอไม่อาจต้านทาน
คีรินไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความเว้าวอนและหวงแหน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดันตามสัญชาตญาณดิบ พริมาเผยริมฝีปากออกด้วยความเคลิบเคลิ้ม ปล่อยให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้าไปเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างยินยอมพร้อมใจ มือเรียวเผลอยกขึ้นขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
สัมผัสอันชำนาญและร้อนแรงทำให้ห้องพักฟื้นผู้ป่วยแคบลงถนัดตา ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความเงียบงัน คีรินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หน้าผากแนบชิดกันในขณะที่ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานสื่อความหมายลึกซึ้ง
"พักผ่อนซะนะครับ... ห้ามดื้อกับผมอีก ไม่งั้นผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่หนักกว่านี้แน่" เขาเอ่ยเสียงพร่าพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
ทว่า... ก่อนที่พริมาจะได้เอ่ยปากต่อ
เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันเร่าร้อนขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยการเปิดผ้างม่านกั้นห้องอย่างกะทันหัน
ร่างสูงโปรดของ 'รวิศ' นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์คู่ปรับตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ในมือ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าคมคายของเขาเมื่อเห็นภาพบาดตาตรงหน้า
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย... คุณคีริน"
ด้วยความขอบคุณจากใจ ภูริศร์ครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 15
ความห่วงใยในสไตล์ดิบ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!