เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบกันดังกึกก้องจนสะเทือนไปถึงแผ่นอก แรงสั่นสะเทือนของโครงสร้างเหล็กกล้าที่กำลังถูกยกด้วยเครนขนาดใหญ่สร้างความตึงเครียดให้กับบรรยากาศในไซต์งานก่อสร้างยามบ่ายเป็นอย่างมาก พริมาในชุดเซฟตี้สีส้มและหมวกนิรภัยสีขาวกำลังยืนกางแปลนพิมพ์เขียวอยู่บนชั้นสามของอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ดวงตากลมโตฉายแววเคร่งเครียดขณะตรวจทานความเรียบร้อยของเสาคานหลักตามกำหนดการที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกที
ทว่า สัญชาตญาณบางอย่างกลับร้องเตือนภัยขึ้นมาในโสตประสาทอย่างกะทันหัน
เสียงหวีดแหลมของสลิงเหล็กที่รับน้ำหนักเกินพิกัดดังขึ้นแข่งกับเสียงเครื่องจักร พริมาเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแผงเหล็กเสริมคอนกรีตขนาดมหึมาน้ำหนักหลายตันกำลังเหวี่ยงตัวหลุดจากองศาที่ควรจะเป็น มันพุ่งตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ด้วยความเร็วสูงราวกับมัจจุราชติดปีก
เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น สมองของเธอกลับขาวโพลน ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นปูนเปลือย ปากอ้าค้างไร้เสียงกรีดร้อง ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกยามที่เงาตะคุ่มขนาดใหญ่ทาบทับลงมา
พรึบ!
ก่อนที่มวลเหล็กมหาศาลจะกระแทกเข้าใส่ร่าง แววตาดิบเถื่อนคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกระชากอันรุนแรงจนร่างของเธอปลิวหวือเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มพร้อมกับกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับเหงื่อไคลของผู้ชายดิบเถื่อน
โครม!
แรงปะทะจากการร่วงหล่นของแผงเหล็กกระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีตไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่มากนัก ฝุ่นปูนตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง เสียงตะโกนโกลาหลของคนงานด้านล่างดังเซ็งแซ่ แต่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเสาปูนนั้น กลับมีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนสองคนที่แนบชิดกันจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียว
"คุณ... คุณคีริน..." พริมาครางชื่อนั้นออกมาด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความตกใจเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในกระแสเลือด แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคืออ้อมแขนแข็งแกร่งที่กำลังรัดรอบเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
คีรินไม่ตอบ สีหน้าของวิศวกรหนุ่มเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววคุกกรุ่นด้วยโทสะที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างเต็มกำลัง เขาไม่ได้สนใจฝุ่นผงที่เกรอะกรังตามเสื้อผ้าหรือแม้แต่ความวุ่นวายเบื้องล่าง มือหนายกขึ้นถอดหมวกนิรภัยของตัวเองโยนทิ้งไปอย่างไร้ใยดี ก่อนจะใช้มืออีกข้างตรึงท้ายทอยของหญิงสาวให้แนบชิดกับอกแกร่งมากยิ่งขึ้น
"ถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกวินาทีเดียว... คุณคงกลายเป็นกองเลือดอยู่ตรงนี้ไปแล้ว พริมา" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดุดันและหงุดหงิดเจือความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
"ฉัน... ฉันระวังแล้ว แต่มัน..." พริมาพยายามจะอธิบาย ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ แต่เรียวปากที่สั่นเทานั้นกลับทรยศคำพูดของเธอสิ้นเชิง
"ระวังงั้นเหรอ? หึ..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ความดื้อรั้นของคุณมันกำลังจะฆ่าตัวตาย รู้ตัวบ้างไหม? สถาปนิกคนเก่ง"
ดวงตาคมปلاบกวาดมองสำรวจเรือนร่างนุ่มนิ่มที่แนบชิดติดอกเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความตึงเครียดจากความเป็นความตายเมื่อครู่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวสัมผัส แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขากลับมาทำงานอีกครั้งอย่างรุนแรงราวกับปฏิกิริยาเคมีที่ควบคุมไม่ได้
พริมาสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจใต้แผ่นอกกว้างนั้น มันเต้นเร็วดังไม่แพ้ของเธอเลย ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้สร้างความมึนงงให้กับสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่
"ปล่อยฉันค่ะ..." เธอกัดริมฝีปาก เอ่ยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับดันแผงอกแกร่งออกด้วยเรียวแรงอันน้อยนิด "คนงานกำลังมองขึ้นมา..."
"ปล่อยงั้นเหรอ?" คีรินทวนคำ เสียงกระซิบนั้นต่ำลึกจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย "เมื่อกี้คุณเกือบตายในอ้อมแขนผม คิดเหว่าผมจะยอมปล่อยเหยื่อที่รอดชีวิตจากปากเสือไปง่ายๆ หรือไง"
คำพูดนั้นไม่ได้มาเปล่า แต่มือหนาเลื่อนลงมาตรึงสะโพกมนไว้มั่น ล็อกเอวคอดกิ่วไม่ให้ถอยหนีแม้แต่นصفมิลลิเมตร แรงบีบกระชับนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ จนพริมาต้องสูดปากด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับถูกไฟลน
"คุณคีริน... นี่มันที่ไซต์งาน..." เธอประท้วงเสียงสั่น แววตาคู่สวยไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของเขา มันไม่ใช่สายตาของเจ้านายกับลูกน้อง หรือแม้แต่ศัตรูทางธุรกิจ แต่มันคือสายตาสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"แล้วไงล่ะ?" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาครอบ
"คุณทำให้ผมประสาทเสียพริมา... ความดื้อด้านของคุณมันทำให้ผมอยากจะลงโทษคุณให้สาสมตรงนี้ บนซากปูนพวกนี้ซะให้เข็ด"
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยอำนาจเถื่อนที่ไม่อาจปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกฉวยโอกาสครอบครองเรียวปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความเร่าร้อนและดุดันถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเรียกร้องทำเอาสถาปนิกสาวผู้เยือกเย็นถึงกับเข่าอ่อนยวบ เธอเผลออ้าปากรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่มือหนาจะรวบตัวเธอให้แนบชิดสนิทแน่นยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
ท่ามกลางซากปรักหักพังของโครงสร้างที่เกือบพังทลาย ความสัมพันธ์อันตรายนี้กำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งทุกอย่างไปอย่างกู่ไม่กลับ...
ในจังหวะที่พริมาหลอมละลายไปกับรสจูบอันเร่าร้อนและกำลังจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งตามสัญชาตญาณนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเธอดังก้องขึ้นมาจากบันไดหนีไฟทางด้านหลัง
"คุณพริมา! คุณอยู่ในนั้นไหมครับ!?"
เสียงของรวิศดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและเย้ายวนนั้นลงอย่างไม่ถูกจังหวะ คีรินชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดวาบขึ้นมาก่อนจะผละริมฝีปากออกช้าๆ ทิ้งร่องรอยความชื้นแฉะและบวมเจ่อไว้บนเรียวปากของหญิงสาว
เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูที่แดงก่ำของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นประสาทที่สุด
"รอดตัวไปนะ... แต่จำไว้ว่าเกมนี้ ยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้น"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความระทึกใจในตอนนี้ด้วยนะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 14
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!