วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 10

เกมการแข่งขัน

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นไวน์แดงราคาแพงเคล้ากับกลิ่นบุหรี่คิวבהนเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ในห้องรับรองส่วนกลางของไซต์งานโครงสร้างโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกระเพื่อมทางอำนาจที่พุ่งชนกันจนแทบจะเกิดประกายไฟ รวิศในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังยืนถือแก้วคริสตัลแกว่งของเหลวสีทับทิมช้าๆ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองสถาปนิกสาวที่นั่งหลังตรงอยู่บนโซฟาหนังแท้ พริมาพยายามรักษาความเยือกเย็นภายใต้เกราะป้องกันอันเปราะบาง เธอสวมชุดเดรสทำงานสีเทาเข้มเข้ารูป รวบผมตึงเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงถึงศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้ว่าในใจตอนนี้จะเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดหวั่นต่อสายตาคู่นั้นของรวิศที่จาบจ้วงและล่วงเกินเธอมาหลายต่อหลายครั้ง "คุณพริมานี่มีความสามารถรอบด้านจริงๆ นะครับ นอกจากออกแบบตึกระฟ้าได้สวยงามแล้ว ยังบริหารเสน่ห์เก่งจนทำให้ผู้ชายดิบๆ อย่างไอ้คีรินยอมสยบได้... น่าสนใจไม่น้อย" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามกลายๆ เขาก้าวเข้าไปใกล้โซฟาที่พริมานั่งอยู่ ทรุดกายลงนั่งไขว่ห้างใกล้จนเกินระยะห่างที่เหมาะสม มือหนายื่นออกไปทำทีจะแตะลงบนหลังมือเรียวที่วางประสานกันอยู่บนตัก "กรุณาให้เกียรติฉันด้วยค่ะ... คุณรวิศ" พริมาหลบมือของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยับตัวถอยหนีจนชิดพนักพิง น้ำเสียงของเธอเย็นชาและแข็งกร้าว "ให้เกียรติเหรอ? หึ... คนอย่างคุณคีรินให้เกียรติใครไม่เป็นหรอกครับ เขาเห็นคุณเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อในไซต์งาน หรือเป็นแค่เครื่องมือสนองตัณหา... สู้มาอยู่กับผมดีกว่า ผมให้คุณได้มากกว่าที่มันให้ ทั้งเงินตรา ชื่อเสียง และความสุขที่คุณโหยหา" รวิศโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ดวงตาพราวระยับด้วยความกระหายใคร่ครอบครอง "ถอยไป!" พริมาตวาดเสียงกร้าว มือบางเงื้อง่าขึ้นหมายจะตบหน้าคนไร้มารยาท แต่ทว่า... ปัง! เสียงประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างสูงใหญ่ของคีรินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีดาร์กแอนด์เดดลี่ที่แผ่พุ่งออกมาราวกับพายุหมุน ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล รวิศชะงักมือที่กำลังจะคว้าข้อมือพริมา เขาหันไปสบตากับหัวหน้าวิศวกรหนุ่มด้วยรอยยิ้มเยาะกวนประสาท "อ้าว... เจ้าของตึกมาเองเลยเหรอครับ นึกว่าติดพันอยู่กับโครงเหล็กไหนเสียอีก" คีรินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวรวิศในพริบตา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อสูทของนักลงทุนหนุ่มแล้วกระชากลากตัวให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงปะทะระหว่างเสือสองตัวในห้องแคบๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "มึงกล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของกู" น้ำเสียงของคีรินต่ำลึก ทุบกระชากใจ และเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ทำเอารวิศชะงักไปชั่วขณะ "ผู้หญิงของมึง? หึ... ของเล่นชิ้นนี้ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นเจ้าของสักหน่อยนี่ครับคุณคีริน หรือว่าหวงก้าง กลัวว่าผมจะคาบไปกินก่อนที่มึงจะเบื่อ?" รวิศยังคงลอยหน้าลอยตาพูดจายั่วโมโห แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับผนังห้องเพราะแรงบีบของอีกฝ่ายแล้วก็ตาม ดวงตาคมกริบของคีรินวาวโรจน์ขึ้นไปอีก เขากัดกรามแน่นจนสันกรามปูดนูน ก่อนจะผลักรวิศออกไปจนเซถลาเกือบคว่ำ "ไสหัวออกไปจากห้องของกู ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วซ้อมมึงให้จมกองเลือดตรงนี้!" รวิศจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ ยิ้มเยาะออกมาบางเบา ปรายตามองพริสถานที่นั่งตัวสั่นด้วยความตกตะลึงบนโซฟา ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องไปด้วยความไม่สمرة เมื่อบานประตูปิดลง ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ คีรินหันขวับกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยังคงนั่งตัวเกร็งอยู่ ดวงตาคู่คมจดจ้องมองเรือนร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หึงหวง และปรารถนาที่อัดแน่นจนแทบระเบิด เขาก้าวเข้าไปใกล้โซฟาช้าๆ ทิ้งตัวคุกเข่าลงตรงหน้าพริมา มือหนารวบข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะของเธอด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายกำยำทำให้พริมาต้องแหงนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรุ่มร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่ม "ปล่อยนะ... คีริน คุณทำบ้าอะไรของคุณ" พริมาพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ วงแขนแข็งแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับกรงเหล็กที่ไร้ซึ่งทางหนี "ทำไม? รังเกียจฉันนักรึไง ถึงได้ยอมให้ไอ้เวรนั่นมาแตะเนื้อต้องตัวถึงเนื้อถึงตัวแบบนั้น!" คีรินคำรามเสียงต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม ดวงตาคมดุจจ้องมองเธอดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ฉันไม่ได้ยอม... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!" พริมาเถียงกลับเสียงสั่น ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความอัดอั้นตันใจ "โกหก!" คีรินสบถลอดไรฟัน มือข้างที่เป็นอิสระเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนนุ่ม ออกแรงบีบคางเธอเบาๆ ให้เงยรับจูบที่เปี่ยมไปด้วยความดิบเถื่อนและหึงหวง สัมผัสจากริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มของเธอด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธการรุกล้ำ แต่มีหรือที่คนอย่างคีรินจะยอมจำนน มือหนาเลื่อนลงมาบีบลำคอระหงเบาๆ บังคับให้เธออ้าปากรับสัมผัสวาบหวาม ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รสชาติของไวน์แดงและบุหรี่ผสมผสานกับลมหายใจร้อนผ่าวของเขา ทำเอาสมองของพริมาขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับถูกสูบพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น จูบที่ดุดันและยาวนานดำเนินต่อไปจนกระทั่งพริมาเริ่มขาดอากาศหายใจ มือบางที่เคยทุบตีอกแกร่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มพับลงไป คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้สถาปนิกสาวได้หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างกระชั้นชิด หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ คีรินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูเล็กที่แดงก่ำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่สั่นประสาทคนฟังจนขนลุกซู่ "จำใส่สมองเอาไว้พริมา... ว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉัน ต่อให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง... ถ้ามันกล้าแตะเธออีกแม้แต่นิดเดียว ฉันจะพังมันคามือ... และจำไว้ว่า คืนนี้... เธอหนีฉันไม่พ้นแน่" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเร่าร้อนและระทึกใจในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%