เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานกว้างในไซต์งานก่อสร้างดังขึ้น *คลิก*... เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบสงัดราวกับเสียงเคาะโลงศพของความปลอดภัยที่พริมาเคยมี
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวระหงในชุดสูทสถาปนิกเข้ารูปถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ด้านนอกคือแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ยามค่ำคืน แต่ด้านใน... กลับมีเพียงความมืดมิดและเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ที่ย่างสามขุมเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ทว่าคุกคามจนแทบหยุดหายใจ
คีรินถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำโยนทิ้งไว้บนโซฟาอย่างไม่ไยดี เม็ดเหงื่อพราวตามไรผมและกล้ามเนื้อแกร่งที่ไหวระริกใต้เสื้อยืดสีเข้มบ่งบอกถึงเพลิงอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นในอก และตอนนี้... มันกำลังจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"คุณล็อกห้องทำไม... คีริน" พริมาเค้นเสียงถาม แม้พยายามรักษาความเยือกเย็นไว้แค่ไหน แต่ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันจนเล็บจิกฝ่ามือก็ฟ้องชัดว่าเธอกำลังหวาดกลัว
หัวหน้าวิศวกรหนุ่มไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาประชิดในระยะประชิด กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นฝุ่นปูนและบุหรี่จางๆ ลอยเข้าปะทะนาสิก ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับเตาหลอมเหล็ก ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและมืดมนจนน่ากลัว มันไม่ใช่แววตาหื่นกระหายทั่วไป แต่มันคือแววตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดมือไปเด็ดขาด
"กลัวผมเหรอครับ... คุณสถาปนิกคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำพدแผ่วข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "ตอนที่คุณไปเจรจากับไอ้รวิศ ลับหลังผม ทำไมไม่เห็นทำหน้าตาดตื่นแบบนี้บ้างล่ะ หืม?"
"ฉันทำงานเรื่องแบบแปลน... มันเป็นเรื่องธุรกิจ" พริมาเชิดหน้าขึ้น พยายามสบตาเขาเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำ "คุณไม่มีสิทธิ์มาตามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉัน"
*เพลียะ!* — ไม่ใช่เสียงตบ แต่เป็นฝ่ามือใหญ่ที่ทุบลงบนกระจกผนังข้างศีรษะเธอ กักขังร่างบางไว้ระหว่างอ้อมแขนและกำแพงกระจกโดยสมบูรณ์ แรงปะทะนั้นสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นหลัง
"ธุรกิจงั้นเหรอ?" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเยียบเย็นและดุดัน "คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่ามันคิดจะทำอะไรกับคุณ และคุณ... ก็ปล่อยให้มันเข้าใกล้คุณเกินความจำเป็น"
ดวงตาของคีรินเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัด ยามที่เขาก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ความมืดมิดที่ซ่อนเร้นอยู่ก้นบึ้งของอดีต ความดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับมันไว้ภายใต้มาดสุขุมยามอยู่ในไซต์งาน บัดนี้มันระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม เขากระชากเนกไต์ของตัวเองออกโยนทิ้ง ก่อนจะใช้มือหนาข้างหนึ่งบีบปลายคางมนของเธอให้เงยขึ้นบังคับรับจูบ
"อื้อ..." เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการประกาศความเป็นเจ้าของ คีรินบดขยี้เรียวปากเธอดุจพายุที่โหมกระหน่ำ ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รสชาติของความดุดันและดาร์กโรมานซ์แผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก พริมาพยายามทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับแรงช้างสารของชายหนุ่ม
มือหนาอีกข้างเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่ว กระชากร่างบางให้แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรง ความร้อนจากร่างกายของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนผิวเธอร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลวก สัมผัสที่จาบจ้วงและเร่าร้อนทำให้สติอันน้อยนิดของสถาปนิกสาวเริ่มพร่าเลือน ความหยิ่งทะนงที่เคยมีถูกบดขยี้จนแหลกเหลวภายใต้วังวนเสน่หาอันตรายนี้
เมื่อเขาผละริมฝีปากออกหยาดน้ำใสเยิ้มเชื่อมติดกัน พริมาหอบหายใจโยนตัวซบกับอกเขาอย่างหมดแรง ดวงตาทอประกายหวาดหวั่นระคนเย้ายวน
"จำไว้... พริมา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ "คุณเป็นของผม... ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในโลกของผมแล้ว อย่าคิดหนีไปไหนอีกเด็ดขาด"
คีรินไม่รอให้เธอได้เอื้อnคำปฏิเสธใดๆ ริมฝีปากร้อนกลับมาครอบครองเรียวปากเธออีกครั้งอย่างดุเดือด มือใหญ่สอดเข้าใต้กลุ่มผมนุ่มรั้งท้ายทอยให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง สัมผัสแห่งสรีระ ปลายลิ้นที่เกี่ยวพัน และแรงดึงดูดทางเพศที่ระเบิดออกอย่างไร้การยับยั้ง ชักพาให้ทั้งสองดิ่งจมลงสู่ห้วงอารมณ์สวาทที่มืดดำและหอมหวานเกินกว่าจะถอนตัว
ทว่า... ในจังหวะที่ความเร่าร้อนกำลังถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกลับแผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศ คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขายังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางในอ้อมแขน พริมาอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด
ชื่อบนหน้าจอทำให้เลือดในกายเธอย็นเฉียบ — *รวิศ*
ยังไม่ทันที่พริมาจะได้เอ่ยปาก ประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนากลับส่งเสียง *คลิก* เบาๆ พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ... เงาร่างของบุคคลที่สามปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงทุ้มเย็นเยียบที่เอ่ยทักทายขึ้นว่า "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีท... ของพวกคุณสินะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความระทึกใจในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 11
ความมืดที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!