เสียงเหล็กโครงสร้างเสียดสีกันด้วยแรงบิดมหาศาลดังเอี๊ยดอาด ราวกับโครงเหล็กของตึกร้างริมหน้าผากำลังกรีดร้องเตือนภัย แต่ไม่มีใครสนใจเสียงนั้นเมื่อบรรยากาศรอบตัวถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบของคมกระสุนและเกมการเมืองสีเทา
"เกมยังไม่จบหรอกครับ... รวิศ"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มชายฉกรรจ์ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของคีรินที่เปลี่ยนจากความพ่ายแพ้เป็นความเหี้ยมเกรียมสะใจในชั่วพริบตา
รวิศชะงัก ปืนในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าแผนการที่ตนวางไว้ร่วมสัปดาห์กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ชายหนุ่มหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับวิศวกรหนุ่มใหญ่ผู้กุมอำนาจตัวจริงในพื้นที่นี้ ดวงตาคมกริบของคีรินวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อที่พร้อมจะขยี้กระดูกศัตรูให้แหลกคามือ
ในขณะเดียวกัน พริมาซึ่งถูกมัดมือไพ่หลังอยู่ใกล้ขอบหน้าผาหินชัน หายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้าสวยเฉี่ยว แววตาของเธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อความตายที่อยู่ห่างไปเพียงก้าวเดียว ตรงกันข้าม เธอกำลังจ้องมองมาที่คีรินด้วยประกายความเชื่อมั่นและแรงปรารถนาอันเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นเชิงของสถาปนิกสาวผู้หยิ่งทะนง
"แก... แกเข้ามาทางไหน!" รวิศคำรามเสียงกร้าว สั่งให้ลูกน้องหันปากกระบอกปืนไปทางคีรินทันที
"ทางที่แกไม่เคยฉลาดพอจะระวังตัวยังไงล่ะครับ" คีรินก้าวเท้าเดินเข้าหาทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว เสียงรองเท้าบูทหนักๆ เหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตเก่าๆ ดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีและความดิบเถื่อนแผ่ซ่านกดดันจนลูกน้องของรวิศหลายคนเริ่มถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ
พริมามองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้ามาปกป้อง หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ขัดเคือง และโหยหาอ้อมกอดดิบเถื่อนนั้นจนแทบคลั่ง ร่างกายของเธอร้อนรุ่มขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสัมผัสอันดุดันที่เคยร่วมสร้างค่ำคืนอันเร่าร้อนด้วยกัน
"ปล่อยเธอนะครับ... รวิศ ก่อนที่สมองนายจะมีรูพรุนมากกว่านี้" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงพลังจนน่าขนลุก มือหนาล้วงเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตหนังอย่างใจเย็น ปืนสั้นกระบอกโตถูกชักออกมาเล็งตรงระหว่างคิ้วของรวิศอย่างไร้ความลังเล
ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด ลมแรงจากหน้าผาพัดตีปะทะร่างทั้งสามจนเสื้อผ้าปลิวสะบัด รวิศหัวเราะในลำคออย่างบ้าคลั่ง แม้จะตกเป็นรองแต่เขายังมีไพ่ตาย
"แกยิงฉัน พริมาก็ร่วงลงไปเป็นผีเฝ้าหน้าผานี้เหมือนกัน! เอาสิ ลองดูว่าปืนของแกจะเร็วกว่าแรงโน้มถ่วงไหม!" รวิศตวาดลั่นพร้อมกับกระชากแขนของพริมาเข้าหาตัว ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับบางของหญิงสาวทันที
พริมานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดจากการถูกกระชาก แต่เธอไม่มีทางยอมตกเป็นเบี้ยล่าง เธอกัดฟันกรอด ส่งสายตาคมกริบไปยังรวิศก่อนจะเหลือบมองคีรินด้วยสัญญาณลับที่พวกเขารู้กันดี—สัญญาณของการเดิมพันครั้งสุดท้าย
"นายกล้าเหรอครับ..." คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ดุจปีศาจ "ถ้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ... ผมจะทำให้แกไม่มีแผ่นดินกลบหน้า"
จังหวะนั้นเอง พริมาไม่รอให้รวิศตั้งตัว เธอทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดกระแทกศอกเข้าที่สีข้างของรวิศเต็มแรงจนชายหนุ่มจุกและเสียหลักเซไปด้านข้าง ชั่วเสี้ยววินาทีนั้น คีรินพุ่งตัวเข้าไปราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเฉี่ยวหัวไหล่หนาของคีรินไปเพียงนิดเดียว แต่ไม่มีเวลาให้เจ็บปวด
คีรินซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ใบหน้าของรวิศเต็มแรงจนเลือดกบปาก ร่างของนักลงทุนผู้หยิ่งผยองล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ปืนในมือกระเด็นตกหน้าผาดิ่งลงสู่ก้นเหวเบื้องล่าง ก่อนที่คีรินจะตามไปกดร่างนั้นตรึงไว้กับพื้น คมมีดพกถูกชักออกมาจ่อที่ลำคอของรวิศในพริบตา
"เกม OVER แล้วครับ... รวิศ" คีรินคำรามชิดใบหูของศัตรู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความแค้นที่ได้รับการชำระสะสาง
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้ามาแทนที่ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของทุกคน พริมาซึ่งยืนลูบข้อมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงจากการถูกมัด เดินเข้ามาใกล้ชิด ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองวิศวกรหนุ่มผู้เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ ความตึงเครียดทางอารมณ์เปลี่ยนผ่านเป็นความวาบหวามและกระหายหาอย่างรวดเร็ว
คีรินหันกลับมามองสถาปนิกสาว ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาเธอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง แววตาดิบเถื่อนที่ใช้มองศัตรูเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟปรารถนาที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"คุณเก่งเกินไปแล้วนะครับ... พริมา" คีรินกระซิบเสียงต่ำ ขณะที่มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอก
"ฉันไม่ใช่เด็กที่จะต้องให้คุณมาตามเช็ดก้นนะคีริน..." พริมาเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้เรียวขาจะเริ่มสั่นระริกด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจากกายหนาที่แนบชิด "ปล่อยฉันนะ"
"ปล่อยเหรอครับ? หลังจากที่เราเกือบตายด้วยกันเนี่ยนะ..."
คีรินไม่รอให้เธอได้ต่อคำ มือแกร่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนร่างบางแนบสนิทไปทุกสัดส่วน เขาฉวยริมฝีปากนุ่มที่กำลังเผยอเถียงด้วยจูบอันดุดัน เร่าร้อน และไร้ความปรานี ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ยังหลงเหลือคราบเขม่าดินปืน
พริมาครางอือในลำคอ มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อแจ็คเก็ตของเขาแน่น เผลอแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าจนสติกระเจิง รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและลึกซึ้งดึงเธอดิ่งลงไปในวังวนสวาทที่ถอนตัวไม่ขึ้น ความโกรธและความกลัวเมื่อครู่ถูกเผาผลาญจนมอดไหม้เหลือเพียงไฟราคะที่โหมกระหน่ำ
ร่างของทั้งคู่ถอยร่นเข้าไปในห้องพักคนงานร้างข้างไซต์งานอย่างเร่งรีบตามแรงดึงดูดของสัญชาตญาณดิบ คีรินดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดติดผนังปูนเปลือย เย็นยะเยือกแต่ร้อนรุ่มไปด้วยไฟสวาทที่เขาสาดซัดใส่เธอไม่ยั้ง
มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนภายใต้กระโปรงทำงาน เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางเสียงหอบกระ่ำและสัมผัสแนบเนื้อที่ร้อนฉ่า คีรินฝังใบหน้าลงซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนจนเกิดรอยรักสีแดงก่ำเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ พริมาแหงนเงยลำคอระหงขึ้น ปล่อยให้ความสุขสมเข้าครอบงำร่างกายจนแทบขาดใจ
"อ๊ะ... คีริน... เบา..." เสียงหวานครางกระเส่าหลุดรอดริมฝีปาก เมื่อนิ้วแกร่งแทรกซึ้นเข้าสู่ความอ่อนนุ่มภายในตัวเธอ พร้อมกับจังหวะการบดเบียดร่างกายที่หนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนห้องแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสน่หา
ทว่า... ในจังหวะที่ไฟรักกำลังโหมกระหน่ำถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝלกหนักหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูที่ปิดไม่สนิท พร้อมกับเสียงเคาะโลหะดังปึงปัง
"หัวหน้าครับ! ทางตำรวจตรวจพบสัญญาณมือถือของรวิศ กำลังมุ่งมาที่นี่แล้วครับ!"
คีรินหยุดชะงักการเคลื่อนไหว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของพริมา ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 23
วิกฤตหน้าผา
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!