วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น•ตอนที่ 22

ก้าวเข้าสู่กรง

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงปรบมือสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเชื่องช้าในความเงียบงันของโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่า เปรียบเสมือนเสียงเคาะโลงศพที่ตอกย้ำว่า เกมระหว่างพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตราย รวิศไม่ได้มาเพียงลำพัง บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีเข้มอีกสามคนก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาเข็ม ปิดตายทุกเส้นทางหนีของไซต์งานร้างแห่งนี้ แววตาของนักลงทุนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและความกระหายในชัยชนะ "เกมสนุกดีนี่ครับ... หัวหน้าวิศวกรคีริน แต่ดูเหมือนว่าคุณจะเล่นสนุกกับของๆ ผมเกินไปหน่อยแล้วนะ" รวิศเหยียดยิ้มเย็นชา ขณะกวาดสายตามองพริมาที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของคีริน สถาปนิกสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไม่มีสีเลือด ความรู้สึกหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะตัวของรวิศ แต่เป็นเพราะเธอรู้ดีว่าเบื้องหลังของชายคนนี้สกปรกและโหดเหี้ยมเพียงใด คีรินไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง เขายืนหยัดตระหง่านราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมจะรับแรงกระแทกทั้งหมดแทนผู้หญิงข้างกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองศัตรูตัวฉกาจด้วยความนิ่งสงบ แต่มันคือความนิ่งที่แฝงไปด้วยไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัว มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン "ของที่คุณว่า... เธอไม่ใช่สิ่งของ รวิศ" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบจะหยุดนิ่ง "และถ้าคุณยังไม่อยากตายคาไซต์งานของผม ผมแนะนำให้ไสหัวไปซะ" "ปากดีเหมือนเดิมสมเป็นคุณจริงๆ" รวิศหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว "แต่คิดเหรอครับว่าคนมือแปดเปื้อนอย่างคุณ จะปกป้องผู้หญิงสะอาดสะอ้านคนนี้ได้พ้น? ยิ่งคุณดึงเธอดิ่งลงมาในวังวนนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น... พริมา ออกมาหาผมเถอะครับ อย่าไปอยู่กับไอ้คนเถื่อนที่ไม่มีอนาคตคนนี้เลย" คำพูดนั้นสะเทือนเข้าไปในความรู้สึกของพริมา หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เธอย่อมห่วงความปลอดภัยของตัวเอง แต่วินาทีนี้ ภาพแผ่นหลังกว้างที่กำลังเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอกลับทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบในอกยิ่งกว่าสิ่งใด คีรินกำลังแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว... ทั้งอดีตที่มืดดำและอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "อย่าไปฟังมัน พริมา" คีรินเอ่ยเสียงเข้มโดยไม่หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ บีบแน่นเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นและกระแสพลังบางอย่างที่ทำให้เธอมั่นใจ "ถอยไป... ไปรอผมที่รถ" "แต่ว่าฉัน..." พริมาพยายามจะแย้ง เธอไม่อยากทิ้งเขาไว้เผชิญหน้ากับอันตรายเบื้องหน้าเพียงลำพัง "ผมบอกให้ไป!" คีรินหันมาตวาดเสียงกร้าวเป็นครั้งแรก แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความกังวลที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้ง "นี่ไม่ใช่เกมของคุณ พริมา! ถอยออกไปจากตรงนี้... นี่คือคำสั่ง!" น้ำเสียงดุดันและแววตาที่แข็งกร้าวแตะต้องหัวใจของเธอจนชาหนึบ รวิศหัวเราะชอบใจกับภาพการผลักไสไลส่งนั้น "เห็นไหมครับพริมา เขาผลักไสคุณ เพราะเขารู้ดีว่าอยู่ใกล้แล้วคุณจะมีแต่พังพินาศ" รวิศยิ้มเยาะ คีรินหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับรวิศทันที ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวนักลงทุนหนุ่มด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ใบหน้าของรวิศเต็มแรงจนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของรวิศ ท่ามกลางความตกใจของเหล่าบอดี้การ์ดที่ชักปืนออกมาเล็งตรงมาที่คีรินในเสี้ยววินาที "เฮ้ย! นายใหญ่!" บอดี้การ์ดคนหนึ่งตะโกನ್ลั่น "อย่ายิง!" รวิศยกมือห้ามพลางปาดเลือดที่มุมปาก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่บวมช้ำ "ปล่อยให้มันดิ้นรนไป... เอาตัวผู้หญิงคนนั้นมา!" สิ้นเสียงคำสั่ง บอดี้การ์ดสองคนพุ่งตรงมาทางพริมาทันที คีรินที่เห็นดังนั้นก็สลัดความสนใจจากรวิศ พุ่งเข้าขวางและปล่อยหมัดใส่หน้าบอดี้การ์ดคนแรกจนล้มคว่ำ แต่ความชุลมุนทำให้มีช่องว่าง บอดี้การ์ดอีกคนคว้าตัวพริมาไว้ได้ทัน "ปล่อยฉันนะ!" พริมาหวีดร้องด้วยความตกใจ ดิ้นรนสุดแรง "พริมา!" คีรินคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสองข้างแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เขาซัดคู่ต่อสู้คนสุดท้ายจนสลบคาที่ ก่อนจะหันขวับกลับมามองรวิศที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนโดยมีพริมาตกเป็นตัวประกัน รวิศใช้อ้อมแขนล็อกคอสถาปนิกสาวไว้ ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับบางของเธอ พริมาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด แววตาคู่นั้นมองมาที่คีรินอย่างอ้อนวอน "วางมือลงซะ หัวหน้าวิศวกร... ไม่งั้นสมองสวยๆ ของคุณสถาปนิกคนนี้ได้กระจายเต็มพื้นแน่" รวิศเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม ลมหายใจรดรินอยู่ข้างใบหูของพริมา คีรินหยุดชะงัก ร่างกายกำยำหยุดนิ่งสนิท มือทั้งสองข้างที่กำหมัดแน่นคลายออกช้าๆ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นด้วยความเคียดแค้นและความกลัวที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต... กลัวว่าจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาล ความเงียบงันและตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อากาศราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น คีรินค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหารวิศทีละก้าวอย่างจำยอม แววตาที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นความอ่อนล้าและเจ็บปวดลึกซึ้ง "ปล่อยเธอซะ... แล้วฉันจะเป็นคนรับมือกับแกเอง" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เยือกเย็นจนน่ากลัว รวิศหัวเราะลั่นอย่างได้ใจ "ดีมาก... ยอมจำนนซะดีๆ" ทว่า ในวินาทีที่คีรินกำลังจะก้าวเข้าไปถึงตัวและทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเขา เสียงเบรกเอี๊ยดสนั่นของรถกระบะหลายคันก็ดังแหวกความมืดเข้ามาจอดปิดล้อมไซต์งานไว้ทั้งหมด แสงไฟหน้าสว่างจ้าสาดส่องจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา ประตูรถเปิดออกพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบเฉพาะกิจนับสิบชีวิตก้าวลงมาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ก้าวลงมาจากรถคันกลางคือชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าดุดันและแววตานิ่งสนิท ซึ่งเป็นบุคคลที่รวิศคาดไม่ถึงที่สุดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ รวิศหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์พลิกผันในพริบตา "เกมยังไม่จบหรอกครับ... รวิศ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มชายฉกรรจ์ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของคีรินที่เปลี่ยนจากความพ่ายแพ้เป็นความเหี้ยมเกรียมสะใจในชั่วพริบตา ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสวาท: กรงขังรักฉบับนายช่างดื้อรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%