สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 16

เงาที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งที่ดังขึ้นจากด้านนอกร้านกาแฟ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ทำเอากะทิสะดุ้งสุดตัว เธอปัดสมาร์ทโฟนในมือตกบนโต๊ะจนหน้าจอแทบแตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะเสียงเคาะนั้นน่ากลัว... แต่เพราะร่างโปร่งแสงที่ยืนอยู่หลังบานกระจกฝ้าต่างหากที่กำลังทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งร่าง ร่างนั้นเป็นผู้หญิงในชุดไทยสีส้มหม่น ใบหน้าขาวซีดราวกับหยวกกล้วย ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนเห็นตาขาวมากกว่าตาดำ และที่สำคัญที่สุด... หล่อนไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นดิน แต่ลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือพื้นฟุตบาทราวๆ หนึ่งฟุตเต็มๆ "อีตาธันวา! บอกว่าอย่าพามานั่งร้านสไตล์วินเทจไงเล่า! มึงดูข้างนอกนั่นสิคะคุณผู้ชม! วิญญาณมาเกาะตู้เค้กแล้วเนี่ย!" กะทิหวีดร้องเสียงหลง มือเล็กคว้าทิชชูมาขยำจนยับยี่ด้วยความสติหลุด เธอพยายามซ่อนตัวหลังต้นไม้มอนสเตรากระถางใหญ่ในร้าน แต่มันช่วยอะไรไม่ได้เลยเมื่อผีสาวตนนั้นดันส่งยิ้มหวานหยดจนมุมปากฉีกถึงใบหูให้เธอ ธันวาที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเย็นกลับมาจากเคาน์เตอร์ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่าย เขาปรายตามองออกไปนอกกระจกแวบหนึ่ง ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างใจเย็นราวกับกำลังนั่งดูวิวทะเลสาบยามเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่คมนั้น "จะโวยวายทำไมวะกะทิ เสียงดังจนลูกค้าโต๊ะมุมห้องเขามองหมดแล้วเนี่ย" ธันวาเอ็ดเบาๆ พร้อมกับยื่นหลอดดูดกาแฟให้เธอตามความเคยชิน "อีกอย่าง... ผีเขาก็แค่แวะมาทักทายตามประสาคนเหงา ไม่เห็นต้องทำหน้าเหมือนเห็นฆาตกรต่อเนื่องเลย" "ทักทายพ่องสิคะคุณสัปเหร่อ! หล่อนมองหน้าฉันเหมือนอยากได้ตับฉันไปย่างเกลือสดๆ เลยนะเว้ย!" กะทิเถียงคอเป็นเอ็น นิ้วเรียวสั่นเทาชี้ออกไปนอกกระจก "แล้วนี่อะไร... ทำไมช่วงนี้ฉันถึงเห็นอะไรแบบนี้ชัดเจนขึ้นทุกวันๆ ล่ะฮะ หรือว่าไอจีผีสิงนั่นมันกำลังสูบวิญญาณฉันไปทีละนิดจนตาฉันทิพย์ขึ้นมาจริงๆ!" ธันวาชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังพอสมควร รอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเสมอหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าจริงจังที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างกะทันหัน "ไม่ได้ตาถั่วหรอกกะทิ..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลอดไรฟัน "แต่เพราะช่วงนี้เธออยู่ใกล้ 'เขตอาคม' ของฉันมากเกินไปต่างหาก พลังงานหยินจากศาลาวัดมันเลยซึมซับเข้าตัวเธอผ่านอินสตาแกรมบ้าๆ นั่น จนตอนนี้... ร่างกายเธอกลายเป็นแม่เหลดดึงดูดวิญญาณไปโดยปริยายแล้วล่ะ" "หา!? ว่าไงนะ!" กะทิอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มือที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟชะงักค้างกลางอากาศ "นี่นายจะบอกว่าฉันกำลังจะกลายเป็นบ้านพักตากอากาศของเหล่าสัมภเวสีงั้นเหรอ ไม่เอาด้วยเว้ย! ฉันยังอยากรีวิวคาเฟ่สวยๆ อยากไปกินหมูกระทะ อยากมีผัวเด็กหล่อๆ อยู่ ทำไมฉันต้องมาซวยอะไรแบบนี้ด้วยเล่า!" ความตลกขบขันที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อจู่ๆ ร่างโปร่งแสงของผีสาวชุดไทยนอกกระจกไม่ได้แค่ลอยมองเฉยๆ อีกต่อไป หล่อนค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวยาวเคาะกระจก "ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..." เสียงนั้นดังสะท้อนเข้ามาในหัวของกะทิโดยตรง ไม่ใช่ผ่านทางโสตประสาท แต่มันดังดังก้องอยู่ในความคิด ราวกับหล่อนกำลังพยายามจะแทรกซึมเข้ามาในสมองของเธอ กะทิหลับตาปี๋ ยกมือขึ้นปิดหูแน่น ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวขั้นสุด ความปากแจ๋วที่เคยมีหายเกลี้ยง เหลือเพียงความเปราะบางของอินฟลูเอนเซอร์สาวผู้ขี้กลัวคนหนึ่งเท่านั้น ธันวาเห็นท่าไม่ดี ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของกะทิไว้แน่นเพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นหลบหลังเขา พร้อมกับควักวัตถุลึกลับบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก—ตะปูโลงศพอาบน้ำมนต์โบราณที่ถูกห่อด้วยสายสิญจน์สีแดงเข้ม "หลับตาไว้ กะทิ... อย่ามองตาหล่อน" เสียงทุ้มของธันวาเอ่ยสั่งเฉียบขาด น้ำเสียงนั้นไม่มีแววหยอกล้อเหมือนเคย มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงจังจนน่าประหลาดใจ กะทิทำตามอย่างว่าง่าย เธอซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของสัปเหร่อหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาปะทะแผ่นหลังของเธอ ช่วยบรรเทาความหนายะเยือกจากวิญญาณภายนอกลงไปได้บ้าง แม้ปากจะยังบ่นงึมงำไม่หยุด "ฮือ... นายห้ามปล่อยมือนะเว้ย ถ้าฉันโดนผีลากตัวไปเป็นตัวตายตัวแทน นายต้องรับผิดชอบด้วยการเป็นสัปเหร่อจัดงานศพให้ฉันฟรีๆ ตลอดชีวิตเลยนะ!" "เออ... บ่นเก่งชะมัด ยัยตัวแสบ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน แต่ความรู้สึกอุ่นวาบในอกก็ยังคงก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ มือหนากระชับมือเล็กที่กำชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้น พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีดำสนิทที่ไร้แววตาของผีสาวนอกกระจก ธันวาพึมพำคาถาบทสั้นๆ ออกมาจากริมฝีปาก ตะปูโลงศพในมือเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ตัดผ่านกระจกใสออกไปปะทะกับร่างโปร่งแสงนั้นเต็มแรง เสียงกรีดแหลมเล็กบาดแก้วหู Wailing ดังขึ้นสะท้อนก้องในอากาศ ก่อนที่ร่างของผีสาวจะค่อยๆ สลายกลายเป็นควันสีดำจางหายไปกับสายลมยามบ่าย บรรยากาศในร้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ลูกค้าโต๊ะอื่นยังคงพูดคุยกันปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น กะทิค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อรู้สึกว่าความหนาวยะเยือกหายไปแล้ว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะผละออกจากแผ่นหลังของธันวาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินกันแน่ "อะ... แฮ่ม! จัดการเสร็จแล้วก็ปล่อยมือฉันได้แล้วมั้งคะคุณสัปเหร่อ ตัวติดกันเป็นตังเมอยู่ได้ เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นแฟนกันหรอก" กะทิเชิดหน้าขึ้นทำเป็นพูดจาถางถางกลบเกลื่อนความใจเต้นแรงของตัวเอง ธันวาหันกลับมามองเธอ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเลệuขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของหญิงสาว เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนกะทิผงะถอยหลังชนกับต้นไม้มอนสเตราเกือบคว่ำ "แล้วถ้าเกิด... ฉันไม่ได้แค่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดล่ะ?" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่ามัว แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "ถ้าเกิดว่าฉัน..." นิ้วเรียวของกะทิยกขึ้นมาปิดปากหนาไว้ทันทีก่อนที่เขาจะพูดจบ หัวใจเธอดังก้องราวกับกลองเพล ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบระเบิด สมองตื้อตันไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดฝ่ามือ แต่ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและชวนใจเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจนั้นเอง หน้าจอมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันอินสตาแกรม— **[Direct Message: @Phi_Ssing_Story ส่งข้อความถึงคุณ]** *(ข้อความถูกซ่อนเนื้อหาไว้ แต่มีรูปโปรไฟล์เป็นภาพใบหน้าของกะทิเอง... ที่กำลังยิ้มกว้างอย่างไร้ชีวิตชีวาจากในกระจกเมื่อครู่)* ธันวาหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบเบนกลับไปมองหน้าจอมือถือเครื่องนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตกใจฉายชัดขึ้นมาในเสี้ยววินาที "กะทิ... อย่าเปิดอ่าน!" ธันวาตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งมือไปหมายจะคว้ามือถือเครื่องนั้นให้พ้นทาง **แต่ไม่ทันเสียแล้ว...** นิ้วเรียวของกะทิที่กำลังสั่นเทา ดันเผลอกดจิ้มลงไปบนหน้าจอเพื่อเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยความตกใจตามสัญชาตญาณ หน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างจ้าขึ้นจนกลกลายเป็นสีขาวโพลน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงสดที่เด้งขึ้นมากลางจอต่อหน้าต่อตาพวกเขาทั้งคู่— *[ยินดีด้วย... ตอนนี้เธอกลายเป็น 'เจ้าภาพ' คนต่อไปแล้วนะ, กะทิ]* — เสียงกระซิบยามดึก —
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%