"ถ้าคุณผีขา... รบกวนช่วยปรากฏกายแบบเน้นๆ ให้เห็นแค่ครึ่งท่อนบนพอนะคะ อย่ามาแบบเต็มตัวเลย กะทิเพิ่งกินส้มตำปูปลาร้ามาเมื่อกี้ เกรงว่าจะพุ่งใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมของคุณผีเอาได้ค่ะ!"
เสียงหวานใสที่พยายามดัดให้ฟังดูมั่นใจเหลือเกิน แต่กลับสั่นเครือจนน่าสงสารดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของศาลาวัดเก่าแก่ กะทินั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อพลาสติกสีฟ้า ลำตัวห่อเหี่ยวราวกับกุ้งแห้งตากแดด มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือเปิดไฟฉายสว่างจ้า แต่อีกข้างกลับกำชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนของใครบางคนไว้แน่นเสียจนตะเข็บแทบปริ
ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเอ็นดู สัปเหร่อหนุ่มหน้าใสในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงยวินเซอร์ตัวเก่งเหลือบมองแม่คุณอินฟลูเอนเซอร์สายมูผู้ปากแจ๋วเป็นประจำ แต่ตอนนี้กลับหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ปากก็พูดจาเพ้อเจ้อพยายามเจรจากับวิญญาณเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว
"นี่คุณ... ผีที่ไหนเขาจะมานั่งฟังคุณต่อรองเรื่องเมนูส้มตำล่ะครับ อีกอย่าง เลิกกำเสื้อผมสักที เดี๋ยวยีนขาดผมไม่ซ่อมให้นะ" ธันวาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนๆ พยายามผ่อนคลายบรรยากาศรอบตัวที่หนทึบไปด้วยกลิ่นธูปและไอเย็นยะเยือก
"ก็นายหุบปากไปเลยนะธันวา! นายไม่กลัวแต่ฉันกลัวนี่หว่า!" กะทิโวยวายเสียงดังลั่นจนเสียงสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณเมรุเผาศพ "ฮือ... ทำไมฉันต้องมานั่งเฝ้าศพ... ไม่ใช่สิ มาช่วยนายไลฟ์สดพิสูจน์ความเชื่อเรื่องไอจีผีสิงบ้าบอนี่ด้วยเนี่ย! ถ้าอินสตาแกรมบัญชีนั้นส่งDM มาอีกรอบนะ ฉันจะบล็อกแล้วรายงานสแปมให้บัญชีปลิวไปเลยคอยดู!"
"บล็อกผีได้ด้วยเหรอครับ เก่งจังนะอินฟลูเอนเซอร์กะทิ" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาคมกริบมองร่างเล็กที่ขยับเข้ามาเบียดชิดเขาโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านเนื้อผ้าหนาทำให้หัวใจของสัปเหร่อหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในมือของกะทิดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่มันคือเสียงกริ่งปริศนาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Direct Message จากอินสตาแกรมบัญชีผีสิงที่พวกเขากำลังตามล่า
กะทิสะดุ้งสุดตัว มือไม้สั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์หลุดมือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอกลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก ขณะที่ธันวาขยับตัวเข้ามาบังข้างหน้าเธอโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นสัปเหร่อและผู้ปกป้องตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด
"เปิดดูซิครับ ว่าคราวนี้มันส่งอะไรมาอีก" ธันวากระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบศาลาที่เงียบเชียบ ลมพัดโชยกลิ่นดอกไม้จันทน์จางๆ เข้ามาเตะจมูก
กะทิสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าครั้งสุดท้าย นิ้วเรียวสั่นเทากดเปิดหน้าจออินสตาแกรม แสงสว่างวาบจากหน้าจอสะท้อนใบหน้านวลที่ตอนนี้ซีดเซียว
ในช่องแชท ปรากฏข้อความสั้นๆ พร้อมรูปถ่ายสดๆ ร้อนๆ
*[บัญชีผีสิง]: "ข้างหลัง... อร่อยดีนะ กะทิ"*
พร้อมกับรูปถ่ายโคลสอัพด้านหลังของกะทิ ที่นั่งอยู่ตรงนี้... ในวินาทีนี้!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!"
กะทิแหกปากร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด สติหลุดกระเจิงจนลืมตัว เธอกระโดดโหยงโอบกอดคอธันวาแน่นราวกับลิงอุ้มแตง ขาเรียวเกี่ยวสะโพกเขาไว้โดยอัตโนมัติ ใบหน้ามุดเข้ากับอกแกร่งของสัปเหร่อหนุ่มซะมิด น้ำตาซึมด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด
ธันวาเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกใจกับแรงปะทะกะทันหัน แขนแกร่งรีบคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ล้มลงทั้งคู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจากเรือนผมของหญิงสาวลอยเข้าจมูก ท่ามกลางความหลอนระทึก หัวใจของธันวากลับเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ดังเสียยิ่งกว่ากลองเพล
"คุณ! คุณกะทิ ตั้งสติก่อนครับ! นั่นมันแค่รูปเก่าที่มันแอบถ่ายสะสมไว้ตะหากเล่า!" ธันวาพยายามปลอบพลางใช้มือตบหลังบางเบาๆ เพื่อให้เธอหายตกใจ แต่ปากก็ยังไม่วายอมยิ้มกริ่มกับความแนบชิดที่ไม่ทันตั้งตัวนี้
"ไม่เอาแล้ว! ฮือ... ฉันไม่เอาแล้วธันวา พาฉันกลับบ้านที ผีบ้าอะไรโรคจิตชะมัด มาแอบถ่ายรูปข้างหลังฉัน แถมยังมาแซวว่าอร่อยอีก! ฉันไม่ใช่ขนมนะยะ!" กะทิโวยวายอู้อี้อยู่ตรงซอกคอของเขา ร่างบางสั่นเทาด้วยความกลัวจริงๆ จนธันวาใจอ่อนยวบ
"โอเคๆ ครับ เดี๋ยวผมพาไปส่งนะ เลิกเกาะผมแน่นขนาดนี้ก่อน หายใจไม่ออก... ไม่ใช่ผมนะ หมายถึงคุณรัดคอผมแน่นเกินไปแล้วครับคุณอินฟลูเอนเซอร์" ธันวาแกล้งหยอกเย้าเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์
กะทิชะงัก เธอก้มมองตัวเองที่ตอนนี้อยู่ในท่าทางน่าอายสุดๆ ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งโกรธ ทั้งอาย และใจเต้นแรงแปลกๆ กับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคนตรงหน้า เธอกำลังจะอ้าปากโวยวายใส่เขาแก้เขิน ทว่า...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน ก็ดังขึ้นก้องกังวานจากบันไดศาลาทางด้านหลัง... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งศาลาพลันตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ธันวาหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันระแวดระวัง เขากระชับกะทิให้อยู่ในอ้อมแขนที่มั่นคงขึ้น มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบด้ายสายสิญจน์ม้วนโตที่วางอยู่ข้างตัวอย่างรวดเร็ว
"ใคร..." ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้เงาผู้คน
ทว่า สิ่งที่ก้าวพ้นขอบบันไดศาลาขึ้นมาภายใต้แสงจันทร์สลัว กลับไม่ใช่ผีสางเทวดาที่ไหน แต่เป็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่กะทิคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ชายหนุ่มผู้ถือโทรศัพท์มือถือเปิดแฟลชสว่างจ้า พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังพวกเขา
"อ้าว... ขัดจังหวะสวีทกันหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดูว่า... อินฟลูเอนเซอร์คนดังกับสัปเหร่อหน้าใส เขากำลังทำพิธีไล่ผี หรือกำลังจะแต่งงานกันแน่ครับ?"
ด้วยรักและอยากชวนลุ้นระทึกไปด้วยกันค่ะ - เสียงกระซิบยามดึก
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 15
มุกโบ๊ะบ๊ะท่ามกลางความหลอน
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!