สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 14

เมื่อสัปเหร่อกลายเป็นสตอล์กเกอร์

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงคะว่าเลิกเดินตามสักที! นี่กะทิไม่ใช่สัมภเวสีนะจะได้ต้องมีสัปเหร่อมาคอยเดินประกบทุกฝีก้าวขนาดนี้!" เสียงแหลมสูงปรี๊ดของอินฟลูเอนเซอร์สาวเจ้าของช่อง 'กะทิมูเตลูพาซวย' ดังลั่นร้านกาแฟสไตล์มินิมอลย่านอารีย์ จนลูกค้าโต๊ะข้างๆ ถึงกับสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง แต่เป้าหมายของการโวยวาย—ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อฮู้ดสีดำสนิทที่พยายามดึงฮู้ดคลุมโปงอำพรางใบหน้า—กลับทำเพียงแค่ยกกาแฟลาเต้เย็นขึ้นจิบอย่างไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังทำหน้าตายใส่คนที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโห ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ดึงฮู้ดลงเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ติดจะกวนประสาทนิดๆ ตามสไตล์สัปเหร่อรุ่นใหม่ไฟแรง เขาวางแก้วลงบนโต๊ะไม้ขัดมันอย่างใจเย็น แล้วช้อนตามองหญิงสาวที่ตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะความหัวร้อน "ไม่ได้เดินตามค่ะ... เรียกว่า 'อารักขาความปลอดภัย' ต่างหาก" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาระยิบระยับฟ้องชัดเจนว่าตั้งใจกวนประสาทเธอเล่น "จำไม่ได้เหรอคะว่าเมื่อคืนไอจีผีสิงมันส่งรูปอะไรมาเตือนคุณบ้าง? รูปเงาดำยืนอยู่ปลายเตียงคุณตอนตีสามไงคะ หรือว่าสมองปลาทองจนลืมไปแล้ว?" กะทิสะดุ้งเฮือกโดยอัตโนมัติ ภาพถ่ายติดวิญญาณในโทรศัพท์มือถือเมื่อคืนวานผุดขึ้นมาในหัวจนขนอ่อนลุกชันไปทั้งร่าง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ศักดิ์ศรีของอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่มันค้ำคออยู่ จะให้ยอมรับง่ายๆ ว่ากลัวจนฉี่แทบราดน่ะเหรอ? ไม่มีทางค่ะ! "นั่นมัน... มันอาจจะเป็นแค่แสงสะท้อนจากโคมไฟหรือเงาแมวข้างบ้านก็ได้น่า! อีกอย่าง กะทิก็ติดยันต์กันผีไว้รอบห้องแล้วด้วย ขลังยิ่งกว่าสายสิญจน์วัดไหนๆ อีก!" กะทิเชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่มือเรียวเล็กแอบกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ "ยันต์ที่ซื้อมาจากตลาดนัดแผงลอยอันละยี่สิบบาทเนี่ยนะคะที่จะกันผีระดับอาฆาตได้?" ธันวาเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือแววขบขันระคนเอ็นดู "ถ้าผีมันอ่านหนังสือออก มันคงขำจนเลิกหลอกแล้วหันมาฟ้อง สคบ. แทนแน่ๆ ค่ะคุณกะทิ" "ไอ้... ไอ้สัปเหร่อปากเสีย!" กะทิแยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะหยิบแก้วน้ำส้มคั้นสาดหน้าคนกวนประสาทสักที แต่จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวในร้านกาแฟที่เคยสว่างสดใสและมีเสียงเพลงคลอเบาๆ ก็เกิดอาการวูบวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลอดไฟ LED บนเพดานกะพริบถี่รัวจนเกิดเสียงฮัมต่ำๆ ในลำโพง อากาศภายในร้านลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ จนลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ กลิ่นธูปเก่าๆ และกลิ่นสาบสางที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูกเตะประสาทสัมผัสอย่างรุนแรง ทั้งที่นี่คือคาเฟ่ใจกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่ชั่วพริบตาเดียว... โต๊ะรอบกายกลับว่างเปล่า ไร้เงาผู้คน เสียงพูดคุยจอแจเงียบหายไปราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กะทิหน้าซีดเผือด เผลอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงของธันวาโดยอัตโนมัติ มือเล็กคว้าหมับเข้าที่แขนเสื้อของเขาแน่นจนเล็บแทบจะจิกทะลุเนื้อผ้า "ธะ... ธันวา ทำไมไฟมันดับล่ะคะ? แล้วทำไมหนาวขนาดนี้... ละครมาอีกแล้วเหรอ?" เสียงหวานที่เคยแจ๋vแจ๋วเมื่อครู่สั่นระริกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านที่ตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาจัด แสงไฟนีออนด้านนอกหน้ากระจกกลายเป็นสีแดงก่ำราวกับเลือด ร่างสูงขยับตัวเข้ามาบังร่างสั่นเทาของกะทิไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง สัญชาตญาณของคนผ่านความตายมาเยอะบอกเขาชัดเจนว่า 'มัน' ตามมาถึงที่นี่แล้ว และเป้าหมายไม่ใช่แค่การหลอกหลอนธรรมดา "หยิบโทรศัพท์มือถือของคุณขึ้นมาแล้วเปิดกล้องหน้าค่ะกะทิ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ไม่มีแววขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "มะ... เปิดทำไมคะ? กะทิกลัว!" กะทิตัวสั่นงันงก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด "ทำตามที่บอกค่ะ! มองผ่านหน้าจอ... แล้วคุณจะเห็นว่าตอนนี้ใครกำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณ" คำพูดนั้นทำให้กะทิต้องกลั้นใจยกโทรศัพท์ขึ้นสั่นๆ นิ้วเรียวกดเปิดแอปพลิเคชันกล้องหน้าทั้งน้ำตา หน้าจอโทรศัพท์สะท้อนภาพร้านกาแฟมืดสลัว... และที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ ในจอภาพนั้น มีเงาร่างของหญิงสาวผมยาวสยาย หน้าตาเละเทะ เลือดท่วมกาย กำลังโน้มใบหน้าชิดติดไหล่ของเธอ รอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูในหน้าจอส่งยิ้มเยาะเย้ยมาทางเธอผ่านกระจกมือถือ! กะทิกรี๊ดลั่นร้านจนสุดเสียง โยนโทรศัพท์ทิ้งพื้นด้วยความตกใจกลัวสุดขีด แต่ก่อนที่สติจะหลุดลอยไป ธันวากลับคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว มือหนาอีกข้างยกขึ้นวาดอักขระกลางอากาศพร้อมท่องคาถาอาคมบทโบราณที่สืบทอดกันมาในตระกูลสัปเหร่อ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังก้องกังวานขับไล่ไอความเย็นยะเยือกให้ถอยร่นไป แต่ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงคำรามต่ำๆ ของวิญญาณร้ายที่พยายามพุ่งเข้ามาหา หน้าจอโทรศัพท์ที่ตกกระแทกพื้นและยังคงเปิดกล้องค้างไว้ กลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ... เป็นข้อความจากบัญชีไอจีปริศนาที่ส่งตรงเข้ามาหาเครื่องของกะทิ โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และข้อความนั้นเขียนไว้ว่า... *“จับมือเขาไว้แน่นๆ นะคะ... เพราะคนต่อไปที่จะโดนลากลงหลุมฝังศพ... คือผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณ”* ด้วยรักและอยากชวนลุ้นระทึกไปด้วยกันค่ะ - เสียงกระซิบยามดึก
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%