สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 12

ศาลารอคอย

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“คุณธันวา! ถ้าคุณยังไม่หยุดกวนประสาทแล้วรีบเปิดประตูห้องเก็บศพเนี่ย ฉันจะเอาสายสิญจน์มัดปากคุณให้เป็นโบว์เลยนะ!” กะทิแผดเสียงในลำคอ ร่างบางสั่นเทิ้มพิงแผ่นหลังเข้ากับบานไม้เก่าที่สั่นสะท้านตามแรงกระแทกจากฝั่งตรงข้าม เสียงฝีเท้าที่ลากยาวเหมือนใครบางคนเอาโซ่ตรวนขูดกับพื้นปูนดังใกล้เข้ามาจนแทบจะประชิดบานประตู เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่น แสงไฟแฟลชจากหน้าจอสั่นไหวสะท้อนดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตระหนก “เบาเสียงหน่อยคุณกะทิ เดี๋ยวผีก็รู้หมดหรอกว่าเราแอบดูอยู่” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่เขากลับยืนพิงผนังด้วยท่าทางผ่อนคลาย มือหนึ่งถือไฟฉายคาดหัว อีกมือเตรียมหยิบยันต์ในกระเป๋ากางเกง “ก็มันเดินมาแล้วไง! คุณไม่ได้ยินเหรอ เสียงลากนั่นน่ะ! มันไม่ใช่เสียงคนเดินปกติแน่ๆ!” “เออ รู้แล้วครับ... เอ้ย รู้แล้วค่ะ” ธันวาแกล้งกระแอมแก้เก้อเมื่อเผลอหลุดปากใช้สรรพนามผิดจังหวะ “หลบไปข้างหลังผม เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณน่ะเอาตัวรอดให้ได้ก่อนเถอะ อย่าเพิ่งช็อกตายไปซะก่อน” “ปากดีจังนะ! ถ้าเจอดีขึ้นมา ฉันจะถีบคุณไปรับหน้าก่อนคนแรกเลยคอยดู!” ท่ามกลางเสียงเถียงกันเบาๆ ฝีเท้าภายนอกก็หยุดกึกพอดี ความเงียบที่เข้ามาแทนที่นั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงเมื่อครู่ กะทิกลั้นหายใจจนหน้าแดง เธอขยับไปหลบหลังแผ่นหลังกว้างของสัปเหร่อหน้าใสที่ดูเหมือนจะพึ่งพาได้ที่สุดในเวลานี้ กลิ่นธูปเก่าผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บศพโชยแตะจมูก *แกร๊ก...* กลอนประตูสั่นไหวเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นพยายามจะดึงมันออก ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขาตัดสินใจคว้ามือของกะทิไว้แน่น ความอบอุ่นจากมือเขาทำให้กะทิสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้สะบัดออก กลับกำมือเขาไว้แน่นยิ่งกว่า “เตรียมตัวนะ ถ้าผมเปิดออกไปแล้วเจอตัวอะไร... ก็วิ่งแบบไม่ต้องหันหลังกลับ” ธันวากระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นจริงจังจนกะทิใจหายวาบ “คุณจะทำอะไร... ธันวา อย่า!” ยังไม่ทันขาดคำ ธันวาก็ผลักประตูออกไปสุดแรง พร้อมกับส่องไฟฉายไปที่ระเบียงศาลาไม้เก่าที่อยู่ติดกับห้องเก็บศพ ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ผีดิบหรือสัตว์ร้ายอย่างที่คิด แต่มันคือร่างของหญิงชราในชุดไทยห่มสไบสีซีดจาง นั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวริมศาลา ในมือนางถือพวงมาลัยดอกมะลิที่แห้งกรอบจนกลายเป็นสีน้ำตาล ดวงตาของนางว่างเปล่าไร้แววทอดมองไปทางป่าช้าอย่างเลื่อนลอย กะทิอ้าปากค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นว่าร่างนั้นไม่มีเงาบนพื้นดิน “นั่น... คนหรือผีคะธันวา” กะทิถามเสียงสั่น ร่างกายพยายามจะถอยหนีแต่เท้ากลับก้าวไม่ออก “น่าจะเป็นวิญญาณเฝ้าศาลาวัดน่ะครับ” ธันวาตอบพลางดึงกะทิให้ก้าวออกมาข้างนอกอย่างใจเย็น “ท่านคงรอใครบางคนอยู่... รอนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของศาลาไปแล้ว” “รอใคร?” กะทิขยับเข้าไปใกล้ขึ้นด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นที่เหนือความกลัว ทันใดนั้น วิญญาณหญิงชราก็หันขวับมาทางทั้งสอง ดวงตาที่ไร้แววเมื่อครู่กลับฉายแววโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ก่อนที่นางจะชี้มือไปยังเครื่องมือสื่อสารในมือของกะทิ “ไอจี... โพสต์รูป... ส่งไปหาเขา...” เสียงแหบพร่าคล้ายใบไม้แห้งเสียดสีกันดังขึ้นในหัวของทั้งสองคน กะทิหน้าซีดเผือด เธอเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แอปพลิเคชันอินสตาแกรมเด้งขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่เริ่มกระตุกและขึ้นลายเส้นสีดำเป็นระยะ “คุณกะทิ! อย่ากด! มันไม่ใช่เรื่องของคุณ!” ธันวาพยายามคว้าโทรศัพท์คืน แต่กะทิกลับขืนตัวไว้ “เดี๋ยวสิ! ท่านกำลังจะบอกอะไรเรา ท่านต้องการให้เราส่งรูปนี้ไปให้ใคร!” บนหน้าจอแอปฯ ที่กำลังรวน ปรากฏรูปถ่ายเก่าๆ ของชายหนุ่มนายหนึ่งในชุดทหารสมัยก่อนที่กะทิเพิ่งจะ ‘เผลอ’ ถ่ายติดมาได้เมื่อครู่ในห้องเก็บศพ และเมื่อเธอพยายามจะเลื่อนผ่าน รูปนั้นกลับถูกส่งออกไปเองโดยอัตโนมัติไปยังบัญชีผู้ใช้งานปริศนาที่ไม่มีชื่อและไม่มีรูปโปรไฟล์ กะทิเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่ถูกส่งไปในแชต: *“กลับมาหาฉันได้ไหม... ฉันรอที่เดิมทุกวัน”* “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ส่ง!” กะทิอุทาน แต่โทรศัพท์ในมือเธอกลับร้อนจี๋จนต้องโยนทิ้งลงบนพื้น เสียงฝีเท้าลากยาวเมื่อครู่กลับมาดังสนั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้มาจากทางเดินข้างนอก... มันดังมาจาก ‘ใน’ โทรศัพท์ของเธอ ธันวารีบคว้าตัวกะทิเข้ามากอดไว้แน่นพร้อมกับใช้ยันต์แปะลงไปบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เริ่มมีเงาดำผุดออกมาเหมือนหมึกสีนิล “เงียบไว้!” ธันวาสั่งเสียงเข้ม ขณะที่เงาดำนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของชายหนุ่มในชุดทหารที่อยู่ในรูป... และใบหน้าของเขาก็เริ่มบิดเบี้ยวจนน่าสยดสยองเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ข้างๆ กะทิไม่ใช่คนรักที่เขารอคอย ชายทหารคนนั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานจ้องมาที่ธันวาอย่างอาฆาต ก่อนจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมาด้วยเสียงที่เย็นเยือกถึงกระดูกสันหลัง “มึง... ทำไมถึงขัดขวางกู... หลานชาย?” กะทิตัวแข็งทื่อ เธอเงยหน้ามองธันวาที่ตอนนี้ใบหน้าเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นแค่คู่กัดสายปั่น กลับกลายเป็นความลับดำมืดที่ถูกดึงออกมาเปิดเผยในวินาทีที่วิญญาณตรงหน้าเรียกสัปเหร่อหนุ่มว่า ‘หลานชาย’ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสยองขวัญและเสียงหัวเราะไปกับกะทิและธันวานะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%