"บอกแล้วใช่ไหมคะว่าอย่าซ่า อย่าหาทำ!"
เสียงหวานใสที่ตอนนี้แหบพร่าจากการตะโกนดังลั่นห้องเก็บศพเก่าๆ ก้องสะท้อนไปกับผนังปูนเปลือย กะทิกำลังยืนเท้าเอว หน้าตาบึ้งตึงจนแก้มป่องเป็นปลาปักเป้า ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจผสมความกลัวที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ มือเรียวสั่นเทาชี้หน้าคนที่กำลังนั่งยองๆ เช็ดคราบเขม่าควันธูปออกจากรองเท้าผ้าใบอย่างใจเย็น
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองคนขี้โวยวายด้วยแววตานิ่งสนิท แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นรอยยواกวนประสาทที่มุมปากหนานั้น
"เสร็จหรือยังคะคุณอินฟลูเอนเซอร์สายมู ถ้าโวยวายเสร็จแล้ว ช่วยหุบปากแล้วถอยไปห่างๆ สองเมตรค่ะ เกะกะ จะเก็บกวาดพื้นที่" สัปเหร่อหน้าใสตอบเสียงเรียบ เจือความเย้าแหย่ที่ตั้งใจกวนให้อีกฝ่ายปรี๊ดแตกเล่นๆ
"นี่! ธันวา! นายเห็นฉันเป็นตัวอะไรห๊ะ? ฉันเกือบโดainวิญญาณอาฆาตลากลงไปสิงในหลุมศพไร้ญาติแล้วนะเว้ย! แทนที่จะปลอบใจ หรือมีมุมพระเอกขี่ม้าขาวมาโอบกอดฉันแน่นๆ แล้วพูดว่า 'ไม่เป็นไรนะกะทิ มีฉันอยู่ทั้งคน' อะไรแบบนี้อ่ะ มีไหม!" กะทิกรีดเสียงร้องลั่น สะบัดมือสะบัดไม้ด้วยความหมั่นไส้จนหน้าดำหน้าแดง
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณกะทิคะนั่น ดูละครไทยมากเกินไปหรือเปล่า นี่ชีวิตจริงค่ะ ไม่ใช่ซีรีส์ช่องสาม" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนขวางทางอยู่ "อีกอย่าง ถ้าฉันไม่ดึงแขนคุณไว้ ป่านนี้คุณคงไปนั่งจ้ำอ้าวร้องไห้กอดขาผีตายโหงในหลุมนั้นไปแล้วมั้งคะ ปากเก่งจังนะเราเนี่ย"
"ก็... ก็เพราะฉันตกใจนี่นา! ใครจะไปรู้ว่าไอจีผีสิงบ้าบอนั่นจะส่งพิกัดหลุมศพมาให้ขุดตอนเที่ยงคืนครึ่งล่ะคะ!" กะทิเสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อธันวาขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขา ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยที่เพิ่งสงบลงจากการเจอผี กลับมาเต้นรัวระทึกอีกครั้งด้วยเหตุผลอื่นแทน
หญิงสาวรีบก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ดันสะดุดเข้ากับลังกระดาษใส่ธูปเทียนจนเสียหลัก ธันวาไวเท่าความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของกะทิแล้วดึงเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไปฟาดกับพื้นปูน
บรรยากาศในห้องเก็บศพเงียบกริบลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสลับกัน กะทิตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนลามไปถึงใบหู ร่างกายแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างที่ภายใต้เสื้อยืดสีดำตัวเก่งกำลังสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหัวใจ
"ซุ่มซ่ามตลอด..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเบาๆ อยู่เหนือศีรษะ น้ำเสียงนั้นไม่มีแววเย้าแหย่เหมือนทุกที แต่กลับมีความอ่อนโยนและความกังวลเจืออยู่จางๆ จนกะทิสัมผัสได้
"ปล่อยเลยนะ!" กะทิรีบใช้มือเล็กดันอกอีกฝ่ายออกสุดแรงเกิด ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ เธอตวัดสายตาค้อนใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "ใครอนุญาตให้มาแต เนื้อต้องตัวฮึ! ฉันฟ้องแฟนคลับในไอจีแน่!"
"แฟนคลับอะไรของคุณคะ เมื่อกี้ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งซบแขนฉันอยู่เลย ลืมแล้วเหรอ?" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยิ้มมุมปากนิดๆ อย่างผู้เหนือกว่า แต่แววตาที่มองสำรวจใบหน้าเนียนเปื้อนเขม่าของกะทินั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด "หน้าตาก็เปื้อนฝุ่น หัวก็ฟูเป็นรังนก ยังมีแรงมาเถียงอีกนะคะ"
"ก็คนมันตกใจนี่! นายไม่เข้าใจหรอก... ฮึ่ย!" กะทิสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมากับคำพูดว่าห่วงใย (แบบอ้อมๆ) ของสัปเหร่อปากร้ายคนนี้ มือบางยกขึ้นมาลูบแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวราวกับมีไข้ *ยัยกะทิแกจะมาใจเต้นแรงกับอีตาสัปเหร่อกวนประสาทนี่ไม่ได้นะ ตั้งสติหน่อยสิโว้ย!* เธอกรีดร้องอยู่ในใจ
ธันวาแอบอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นท่าทางฟอมจัดแต่แก้มแดงแจ๋ของคนตรงหน้า เขาส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นไปตรงหน้าหญิงสาว
"เช็ดหน้าซะค่ะ เลอะหมดแล้ว เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังไม่ใช่เหรอคะ เดี๋ยวแฟนคลับตกใจหมดว่าทำไมหน้าตาถึงเหมือนลูกหอมตกถ่านแบบนี้"
"ย่ะ! ไม่ต้องมาพูดเลย!" กะทิแย่งผ้าเช็ดหน้ามาจากมือเขาอย่างแรง ก่อนจะเอามาถูหน้าตัวเองลวกๆ จนผิวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ "แล้วนี่... ไอจีผีสิงนั่นมันส่งข้อความอะไรมาอีกหรือเปล่า นายลองเช็คดูซิ"
ธันวาหยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมาเปิดหน้าจอที่มีแอปพลิเคชันปริศนาแสดงข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉาน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ บรรยากาศรอบตัวที่เพิ่งจะผ่อนคลายลง กลับมาตึงเครียดและเยียบเย็นขึ้นอีกครั้งในพริบตา
กะทิเห็นท่าทางแปลกไปของชายหนุ่ม จึงขยับเข้าไปชะโงกหน้ามองจอโทรศัพท์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ไหนดูซิ มันส่งอะไรมาอีก อย่าบอกนะว่าให้ไปขุดศพใครตอนตีสองอีก ฉันไม่ไปแล้วนะ บอกเลย!"
หน้าจอโทรศัพท์แสดงข้อความตัวอักษรสีดำสนิทบนพื้นหลังสีขาวโพลน ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนขนลุกซู่:
*[ระบบ: พบเป้าหมายรายต่อไป... และผู้ติดตามคนสนิท... กำลังเดินทางมาหาคุณในอีก 3 นาที...]*
ธันวาหันขวับไปมองประตูทางเข้าห้องเก็บศพที่ปิดสนิททันที พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินลากยาวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากความมืดมิดของทางเดินด้านนอก...
รี้ดเดอร์คะ... เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนหน้าได้เลยนะคะ เพราะคนที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องนี้ ไม่ใช่ทั้งผีและคนธรรมดา... แต่เป็นร่างเงาในอดีตที่ธันวาพยายามหนีมาตลอดชีวิต!
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมหวีดไปด้วยกันเสมอนะคะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 11
คนปากแข็งกับผีพูดมาก
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!