“กะทิ! จะหุบปากแล้วถอยออกมาจากตรงนั้น หรือจะให้ฉันอุ้มคุณออกมาคะ?”
เสียงเข้มของธันวาดังแทรกความเงียบงันของป่าช้าเก่าที่ดูเหมือนจะกลืนกินทุกสรรพเสียงรอบตัว กะทิสะดุ้งสุดตัวจนมือถือในมือแทบหลุดร่วง เธอรีบถอยกรูดจากประตูไม้ผุพังของอุโบสถวัดร้างที่ขึ้นชื่อเรื่อง ‘ทางผ่านวิญญาณ’ มาซบไหล่หนาของสัปเหร่อหน้าใสทันทีโดยสัญชาตญาณ
“ก็...ก็มันเห็นแวบๆ อะ! ตาที่โผล่มาตรงช่องลมอะธันวา! มึงเห็นไหม! หรือว่าผีวัดนี้มันเล่นโซเชียลด้วย ทำไมต้องจ้องด้วยวะ!” กะทิโวยวายเสียงสั่น ปากบอกกลัวจนแทบสติหลุด แต่มือก็ยังกำชายเสื้อธันวาไว้แน่น
ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวมาบังร่างบางไว้มิดชิด กลิ่นธูปจางๆ กับกลิ่นดินชื้นๆ รอบตัวทำให้บรรยากาศดูอึดอัดกว่าปกติ เขาคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงให้เดินตามไปที่รถกระบะคันเก่า “เลิกจินตนาการไปไกลได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่มีเน็ตหรอก ผีที่ไหนจะมาไถฟีดดูสตอรี่คุณ ยิ่งคุณไปโวยวายใส่เขานะ แทนที่จะได้แก้บน จะกลายเป็นโดนตามกลับบ้านแทน”
“ปากคอเราะร้ายจังนะพ่อคุณ! เป็นสัปเหร่อภาษาอะไรเนี่ย ปกติเขาต้องปลอบดิ นี่มีแต่ขู่!” กะทิแหวใส่ขณะพยายามปีนขึ้นรถอย่างทุลักทุเล
“ปลอบคนขี้ตื่นแบบคุณก็เสียเวลาเปล่าค่ะ ไปค่ะ นั่งนิ่งๆ เดี๋ยวเราต้องไปเช็กจุดสุดท้ายก่อนมืด”
ภายในรถเงียบลงไปครู่ใหญ่ เหลือเพียงเสียงแอร์เก่าๆ ที่ทำงานดังหึ่งๆ กะทิเปิดหน้าจอไอจีเช็กยอดไลก์รูปที่เพิ่งลงไปเมื่อครู่—รูปถ่ายติดเงาดำๆ ตรงมุมภาพที่เธอตั้งใจจะลบ แต่ตอนนี้มันกลับขยับได้ในหน้าจอ เธอรีบปิดเครื่องแล้วโยนไว้เบาะหลังด้วยความสยอง ธันวาเหลือบมองกระจกหลังแล้วปรายตามองคนข้างกายที่เริ่มนั่งตัวลีบ
“กะทิ... ถ้ากลัวมาก ทำไมต้องเอาตัวมาเสี่ยงตลอด?” ธันวาถามขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนนลูกรังที่เริ่มมืดมิด
“เพราะไอจีบ้านี่มันไม่ยอมให้กูเลิกไง! ยิ่งรีวิว ยิ่งเจอ ยิ่งเจอ ยิ่งต้องแก้บน ถ้าไม่ทำแบบนี้ ใครจะช่วยกูวะ?” กะทิหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวาที่ดูนิ่งสงบเกินไป “แล้วธันวา... ทำไมต้องมาด้วย? งานคุณก็เยอะไม่ใช่เหรอ หรือว่า... ห่วงกู?”
ธันวาหยุดรถกะทันหันจนกะทิหน้าคะมำเกือบชนคอนโซลหน้า “ถามอะไรแบบนั้นล่ะคะ?”
“ก็... ก็ถามเฉยๆ ปะวะ เผื่อมึงจะตอบว่าไม่ได้ห่วง แค่มาดูงาน” กะทิรีบเฉไฉ เสียงเริ่มอ้อมแอ้ม
ธันวาหันมามองหน้าเธอเต็มๆ ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นสายตานั้นดูลึกล้ำราวกับมีบางอย่างซ่อนอยู่ “ถ้าฉันไม่ห่วง คุณคงโดนวิญญาณพวกนั้นลากไปนานแล้วค่ะ คนอะไร... ปากแจ๋วแต่ขวัญอ่อนที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลย”
เขาเอื้อมมือมาปัดผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่ทำเอาหัวใจกะทิเต้นรัวเหมือนกลองชุด
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมาในมือถือที่วางอยู่บนคอนโซล กะทิหันไปมอง มันเป็นไอจีส่วนตัวของเธอ แต่ข้อความนั้นส่งมาจากแอคเคาท์ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีรูปโปรไฟล์
[ธันวา : ถ้าถึงวัดหน้า... อย่าเผลอปล่อยมือผมนะ]
กะทิตาโต หันขวับไปมองธันวาที่ยังคงนิ่งสนิท มือเขายังวางอยู่ที่พวงมาลัย “ธันวา... มึงเล่นอะไรเนี่ย? แชตเมื่อกี้...”
“แชตอะไรคะ?” ธันวาถามเสียงเรียบ พร้อมกับที่รถเริ่มออกตัวอีกครั้ง
กะทิหยิบมือถือขึ้นมาดู แต่ทว่า... ข้อความนั้นหายไปแล้ว ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เธอหันไปมองธันวาที่กำลังขับรถอย่างสบายอารมณ์ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง หรือว่าสิ่งที่นั่งอยู่ข้างเธอตอนนี้... จะไม่ใช่ธันวาคนเดิม?
ทันใดนั้น แสงไฟหน้ากระบะก็ส่องไปกระทบกับเงาตะคุ่มที่ยืนขวางกลางถนนอยู่เบื้องหน้า มันเป็นร่างชายแก่สวมชุดขาวเปื้อนเลือดที่คุ้นตา... ร่างของคนที่ธันวาเพิ่งประกอบพิธีฌาปนกิจไปเมื่ออาทิตย์ก่อน!
“ธันวา! เบรก! เบรกเดี๋ยวนี้!!”
ธันวาเหยียบเบรกจนรถไถลไปกับพื้นดิน เสียงยางครูดกับถนนดังสนั่น แต่รถกลับไม่หยุดลงตามแรงสั่ง! มันพุ่งตรงเข้าหาร่างนั้นด้วยความเร็วที่ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
กะทิหลับตาปี๋ มือคว้ามือธันวามาบีบไว้แน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ “ธันวา! อย่าทิ้งกูนะ!!”
รถหยุดลงในเสี้ยววินาทีสุดท้าย กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยเข้ามาในห้องโดยสารจนกะทิแทบอาเจียน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจเธอแทบหยุดชะงัก
คนข้างๆ ที่เธอเพิ่งบีบมืออยู่เมื่อครู่... คือธันวาที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย พร้อมกับแชตล่าสุดในไอจีที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด:
[คุณคุยกับใครอยู่คะกะทิ? ฉันยังมาไม่ถึงเลยนะ]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและอมยิ้มไปกับความป่วนนี้ด้วยกันนะคะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 10
ทริปเที่ยวที่ไม่มีวันจบ
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!