"นาย... แอบรักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยธันวา?!"
เสียงกรีดร้องผ่านแชตในหน้าจอโทรศัพท์มือถือสั่นระริกราวกับแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์ กะทิอยากจะใช้หัวโขกกับหมอนข้างให้รู้แล้วรู้รอด ข้อความสารภาพรักบ้านั่น... เธอกดส่งไปแล้ว! ส่งไปให้สัปเหร่อหน้าใสปากหมาที่เพิ่งจะยืนเถียงกันคอเป็นเอ็นเมื่อห้านาทีก่อนหน้านี้เห็นจะๆ ตา
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นทันที ราวกับนรกส่งซาตานมาประจานความเงอะงะของเธอ ธันวาอ่านแล้ว! สเตตัสขึ้นว่า 'Seen' ทันทีแบบไม่ต้องรอให้ลุ้น หัวใจดวงน้อยๆ ของอินฟลูเอนเซอร์สายมูกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลแตก กะทิหลับตาปี๋ มือไม้อ่อนปวกเปียกจนเกือบทำมือถือร่วงลงพื้น
(ธันวา): หืม? เมื่อกี้คุณพิมพ์ว่าอะไรนะ กะทิ... แอบรักผมเหรอครับ?
(กะทิ): บ้าบอ! ใครพิมพ์! ผีหลอกต่างหากเล่า! มือมันลั่น! มือฉันมันมีวิญญาณอาฆาตสิงอยู่ มันขยับไปเอง!
(ธันวา): อ๋อ... วิญญาณมือลั่นสินะครับ น่ากลัวจัง งั้นวิญญาณดวงนั้นคงอยากบอกว่า 'รักนะเด็กโง่' ด้วยล่ะมั้ง ถึงได้พิมพ์ยาวเป็นพรืดแถมใส่เครื่องหมายคำถามตั้งสามอัน
กะทิแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง หน้าของเธอร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู ยัยกะทิเอ๊ย! เสียฟอร์มหมด! อุตส่าห์ฟอร์มจัดว่าเป็นแม่มดสายสตรอง กลัวผีแต่ใจเด็ด สุดท้ายมาตกม้าตายเพราะปลายนิ้วทรยศเนี่ยนะ!
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วจากด้านนอกห้องนอน ขัดจังหวะความเขินอายปนสติแตกของกะทิ ร่างบางสะดุ้งเฮือก โผเข้าคว้ากระปุกเกลือหอมคาถาป้องกันภูตผีปีศาจที่วางอยู่ข้างเตียงมาถือไว้แน่นราวกับมันคือสร้อยพระประจําตระกูล
"ใครวะ! บอกก่อนนะว่าถ้าเป็นวิญญาณสาวขาขาดฉันจะสาดเกลือใส่ตาจริงๆ ด้วย!" กะทิแหกปากตะโกนเสียงสั่นเครือ พยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ผมเองครับคุณอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่... เลิกเล่นละครตบตาผีแล้วเปิดประตูสักทีเถอะครับ ก่อนที่ไอจีผีสิงของคุณจะส่งข้อความบอกรักผมครบทุกคนในฟอลโลwers"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ลอดผ่านบานประตูไม้เก่าๆ เข้ามา ทำเอากะทิชะงัก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบเดินไปบิดกลอนเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึงเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเขินอายเมื่อครู่
แอ๊ด...
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงยุทธวิธีเซอร์ๆ ของธันวาปรากฏขึ้นตรงหน้า กลิ่นจางๆ ของธูปและดอกไม้สดลอยมาแตะจมูกตามประสาคนเพิ่งกลับจากงานฌาปนกิจ แต่วันนี้แปลกออกไปนิดหน่อย ตรงที่ไอ้สัปเหร่อหน้าใสตงิดๆ คนนี้กำลังยืนอมยิ้มมุมปาก ส่งสายתล่อแหลมชนิดที่เรียกว่า 'แพรวพราวระดับสิบ' มาให้เธอ
"มองอะไรเล่า! หน้าฉันมีตัวหนังสือคำว่า 'คนหน้าแตก' เขียนอยู่รึไง!" กะทิรีบชิงโวยวายกลบเกลื่อน เดินถอยหลังกรูดหนีเมื่อธันวาทำท่าจะก้าวล้ำเส้นเขตแดนเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของเธอ
"เปล่าครับ... แค่คิดว่า หน้าคุณตอนนี้แดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกซะอีก" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาเรียวรีพราวระยับอย่างนึกสนุก "ตกลงว่ายังไงครับเรื่องข้อความเมื่อกี้... จะให้ผมเก็บบันทึกไว้เป็นหลักฐานในฐานะพยานวัตถุ หรือจะให้ถือเป็นโมฆะดีล่ะ"
"ธันวา! นายนี่มัน..." กะทิยกกำปั้นขึ้นขู่ฟอดๆ ใบหน้างุ้มงอด้วยความขัดเคืองใจ "เลิกแกล้งฉันสักทีได้ไหม! ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้มาเคาะห้องฉันมีธุระอะไรยะ หรือว่าไอจีผีสิงมันส่งข้อความไปหาแม่นายด้วยแล้ว นายเลยมาเอาเรื่องฉัน!"
รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของธันวาจางหายไปทีละน้อย แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาห้องนอนเงียบกริบลงถนัดตา ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะชูโทรศัพท์มือถือในมือของเขาขึ้นให้กะทิเห็น หน้าจอของเขาแสดงผลหน้าโปรไฟล์อินสตาแกรมของกะทิ ที่ตอนนี้มียอดผู้ติดตามพุ่งทะยานทะลุหลักแสนไปแล้ว... แต่ปัญหาคือ ทุกโพสต์ ทุกสตอรี่ และทุกข้อความไดเรกต์ กำลังรันระบบอัตโนมัติด้วยตัวเลขคำสาปแปลกประหลาดที่นับถอยหลังทีละวินาที
"ผมไม่ได้มาหาเรื่องคุณหครับกะทิ..." ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกะทิต้องผถะถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะทำงาน "แต่ผมมาเพื่อบอกว่า... คำสาปในไอจีของคุณ มันกำลังเชื่อมโยงกับสุสานเก่าหลังวัดที่ผมดูแลอยู่"
กะทิเบิกตากว้าง ความโกรธเคืองและอาการเขินอายเมื่อครู่วันนี้กระจัดกระจายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลัง "ยะ... หมายความว่ายังไง? เกี่ยวอะไรกับสุสานหลังวัด?"
"เมื่อตอนหัวค่ำ ผมไปตรวจความเรียบร้อยแถวโซนเก็บศพไร้ญาติ..." ธันวาเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด "โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ฝังอยู่กับศพของอินฟลูเอนเซอร์สาวคนที่ตายปริศนาเมื่อปีก่อน... มันส่งเสียงแจ้งเตือนแบบเดียวกับเครื่องของคุณเป๊ะๆ และชื่อผู้ติดต่อล่าสุดในเครื่องนั้น ก็คือชื่อบัญชีอินสตาแกรมของคุณเอง... กะทิ"
บรรยากาศในห้องนอนอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด เสียงแอร์ตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจของกะทิที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกสนุกสนานจากการทำคอนเทนต์มูเตลูพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อรู้ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่แค่คนดวงซวยธรรมดา แต่กำลังมี 'วิญญาณอาฆาต' จ้องจะเอาชีวิตผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน
"ดะ...เดี๋ยวนะ" กะทิเสียงสั่นเครือ มือเรียวเล็กยื่นไปคว้าชายเสื้อยืดของธันวาไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่แน่นสนิทบ่งบอกถึงความหวาดกลัวขั้นสุด "นายหมายความว่า... ผีตนนั้นเขาเลือกฉันเหรอ? ทำไมล่ะ! ฉันไม่เคยไปลบหลู่ใครนะเว้ย!"
ธันวาก้มมองมือน้อยๆ ที่กำชายเสื้อของเขาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความรู้สึกบางอย่างวูบไหวขึ้นในอก ดวงตาคู่นคมอ่อนแสงลงโดยอัตโนมัติ มือหนายกขึ้นวางทับลงบนหลังมือของกะทิเบาๆ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของสัปเหร่อหนุ่มช่วยบรรเทาความหนาวยะเยือกในใจของหญิงสาวลงได้นิดหน่อย
"เพราะคุณดันไปรีวิวเครื่องรางชิ้นนั้นในคืนวันพระจันทร์สีเลือดไงล่ะครับ... ของมันแรง และวิญญาณเขากำลังต้องการตัวแทน" ธันวาตอบเสียงนุ่ม ผิดคาดจากทุกทีที่มักจะกวนประสาท "แต่... ไม่ต้องกลัวหรอกครับ"
กะทิเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตคลอเรื่อไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัว "จะไม่ให้กลัวได้ยังไงเล่า นายก็เห็นว่ามันน่ากลัวแค่ไหน!"
"ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณทั้งนั้น..." ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้แค่เอื้อม คำพูดที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงจังจนกะทิมั่นใจว่านี่ไม่ใช่การหยอกเล่นแบบทุกที "ถ้าอยากรอดจากคำสาปนี้... เราต้องร่วมมือกันแก้คำสาปบ้าๆ นี่ให้จบ"
กะทิเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเก่า ไม่ใช่เพราะความกลัวผี... แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมที่มองมาที่เธอมันชวนให้ใจสั่นระรัวเสียเหลือเกิน ผู้ชายอะไร... ปากก็จัดจ้านกวนประสาท แต่เวลาคับขันกลับพึ่งพาได้แบบเท่ระเบิดซะไม่มี
"กะ... ก็ได้!" กะทิเชิดหน้าขึ้น พยายามกลบเกลื่อนอาการใจสั้นด้วยการทำเสียงดุ "แล้วเราต้องเริ่มจากตรงไหนล่ะนายสัปเหร่อ?"
ธันวายิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่กะทิเกลียดนักเกลียดหนาเพราะมันชอบทำให้เธอเสียอาการ "คืนนี้ตอนเที่ยงคืนตรง... เตรียมตัวแต่งชุดกันผีของคุณให้พร้อม เราจะไป 'เดต' กันที่สุสานหลังวัดเพื่อเคลียร์กับเจ้าของไอจีผีสิงตัวจริงกันครับ"
"ห๊ะ! ไปสุสานตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ! นายจะบ้าเหรอ!" กะทิร้องลั่น บ้านแทบแตก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของธันวาและกะทิดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หน้าจอโทรศัพท์ของทั้งคู่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับภาพถ่ายเซลฟี่ของกะทิเมื่อตอนเด็ก ที่ถูกส่งตรงมาจากบัญชีอินสตาแกรมปริศนา พร้อมกับแคปชันสยองขวัญที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
*(ภาพถ่ายเด็กหญิงกะทิกำลังยืนยิ้มอยู่หน้าหลุมศพที่ยังขุดไม่เสร็จ)*
*(แคปชัน): "เจอตัวแล้ว... เจ้าสาวของฉัน คืนนี้เจอกันที่หลุมศพที่สามนะที่รัก"*
ทั้งกะทิและธันวาชะביกนิ่ง หน้าตาถอดสีทันทีเมื่อมองเห็นข้อความนั้น เพราะในสุสานหลังวัด... หลุมศพที่สามที่เพิ่งขุดเสร็จเมื่อช่วงเย็น เป็นหลุมศพไร้ญาติที่ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อ... และยังไม่มีใครถูกฝังลงไป!
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมผจญภัยความหลอนปนฟินไปกับกะทิและธันวานะคะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 5
ร่วมมือแบบไม่เต็มใจ
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!