ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ที่บานไม้สักเก่าคร่ำคร่าตรงหน้า มันไม่ใช่เสียงลมพัด ไม่ใช่เสียงกิ่งไม้กระทบกระจก แต่มันคือจังหวะการเคาะที่จงใจ... หนักหน่วง และเหี้ยมเกรียมจนหัวใจของกะทิแทบจะกระโดดออกมาเต้นระบำอยู่ข้างนอก
"กรี๊ดดด! บอกแล้วไงว่าอย่ามาเคาะ! ฉันไม่ได้สั่งพิซซ่าโว้ย!"
ร่างบางในชุดนอนลายการ์ตูนยับยู่ยี่กระโดดโหยงเหงงถอยหลังกรูดจนสะดุดพรมปูพื้นห้องนอนเกือบล้มหน้าคะมำ มือเรียวคว้าหมอนใบโตขึ้นมาป้องกันตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลونหลุดออกมานอกเบ้า จ้องเขม็งไปยังประตูไม้ที่ยังคงส่งเสียงเคาะรัวๆ ไม่หยุดหย่อน ทั้งที่เธอกล็อคกลอนไว้อย่างแน่นหนาถึงสามชั้นตั้งแต่หัวค่ำแล้วแท้ๆ!
ในวินาทีที่วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดคราดยาวเหยียดราวกับมันรู้ว่าสถานการณ์กำลังวิกฤต กะทิละสายตาจากประตูไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวแต่มือเจ้ากรรมก็ควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอด้วยความลนลาน
*[แชต: ธันวา (สัปเหร่อหน้าใส)]*
ธันวา: ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด
กะทิ: (พิมพ์ตอบด้วยความเร็วแสง มือสั่นจนกดผิดกดถูก) นายบ้าเหรอ! หน้าห้องฉันมีผีเว้ย มันกำลังจะพังประตูเข้ามาแล้ว! ช่วยด้วยยยยยยย!
ธันวา: บอกให้หยุดโวยวายแล้วฟังผม ประตูห้องคุณไม่ได้มีผีเคาะหรอกครับ... แต่ไอ้ตัวที่ยืนเคาะอยู่ข้างนอก มันกำลังจะหักคอคุณจริงๆ แล้ว ตั้งสติแล้วมองไปที่รูกุญแจซะ
กะทิกลืนน้ำลายลงคอieตืดหนืด ความกลัวตีรวนขึ้นมาจุกที่อกจนหายใจไม่ออก เธอย่องเข้าไปใกล้ประตูช้าๆ ราวกับแมวขโมย ก่อนจะก้มลงมองผ่านรูกุญแจทองเหลืองอันเล็กจิ๋วด้วยความหวาดผวา
ภาพที่สะท้อนเข้ามาในคลองจักษุดึงเอาเสียงกรีดร้องที่ค้างอยู่ในลำคอกลับลงไปแทบไม่ทัน
เงาสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หน้าห้อง... ไม่ใช่ผีหน้าเละหรือวิญญาณอาฆาตอย่างที่เธอกลัว แต่มันคือร่างของชายหนุ่มในชุดไปรเวทสบายๆ ผมเผ้ากระเซิงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักจะตีสีหน้านิ่งๆ ตอนนี้กลับฉายแววหงุดหงิดปนเป็นห่วงจนคิ้วขมวดเป็นปม ธันวา! สัปเหร่อหน้าใสตัวแสบมายืนทำอะไรอยู่หน้าห้องนอนเธอดึกดื่นตื่นขนาดนี้วะเนี่ย!
กะทิกระชากเปิดประตูผางออกทันทีด้วยความโมโหที่เข้ามาแทนที่ความกลัวชั่วขณะ
"นี่นาย! เล่นบ้าอะไรเนี่ย! รู้ไหมว่าฉันเกือบหัวใจวายตายคาห้องนอนเพราะความเล่นพิเรนทร์ของนายเนี่ยนะ!" กะทิแผดเสียงใส่หน้าคนตัวสูงทันที นิ้วเรียวชี้หน้าคาดโทษ
ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดตามองสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเช็กความเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทแต่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
"ถ้าผมไม่มาเคาะปลุก คุณคงโดนวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรจากสตูดิโอเมื่อตอนเย็นลากลงไปสิงใต้เตียงเรียบร้อยแล้วมั้งครับ ตัวก็แค่นี้ ปากดีเก่งนักนะ"
"นี่นายว่าฉันปากดีเหรอ!" กะทิเท้าสะเอวหน้าดำหน้าแดง "ฉันไปเจออะไรมาบ้างนายรู้ไหม หบีผีไล่ วิ่งหนีตับแลบจนรองเท้าผ้าใบเกือบหลุด แล้วนายนั่นแหละ มาทำไมดึกดื่นป่านนี้ แอบเข้ามาในคอนโดฉันได้ยังไง ห๊ะ!"
"ยามข้างล่างหลับครับ... แล้วอีกอย่าง ผมไม่ได้อยากมาเดินเล่นแถวนี้หรอกนะ ถ้าในไอจีผีสิงของคุณมันไม่ส่งพิกัดแปลกๆ มาขอความช่วยเหลือตอนตีสอง" ธันวาพูดพร้อมกับควักสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมาโชว์หน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนจากบัญชีอินสตาแกรมของกะทิ เด้งข้อความรัวเป็นชุดว่า *'ช่วยด้วย'*
กะทิชะงัก กะพริบตาปริบๆ ความโกรธเมื่อครู่วันมลายหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อเห็นหลักฐานคาตา
"เอ่อ... มัน... มันอาจจะแค่อัปเดตระบบอัตโนมัติก็ได้น่า ไอจีฉันมันรวนๆ ช่วงนี้ดาวมฤตยูย้ายราศี..."
"อ๋อเหรอครับ ดาวมฤตยูย้าย หรือว่าคุณแอบไปบนบานศาลกล่าวอะไรพิเรนทร์ๆ มาอีก ถึงได้มีเงาดำตามติดเป็นเงาตามตัวแบบนี้" ธันวาพูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ พร้อมกับเอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเล็กของกะทิไว้โดยไม่ทันตั้งตัว
"เฮ้ย! จะทำอะไรเนี่ย จับมือถือแขน ฉันยังไม่ได้อนุญาตนะ!" กะทิสะดุ้งสุดตัว หน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความเย็นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายตัดกับความอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านเข้ามาในผิวเนื้อจนเธอต้องพยายามบิดข้อมือออก แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงของสัปเหร่อหนุ่มสายออกกำลังกายได้
"อยู่นิ่งๆ สครับ ถ้าไม่อยากให้ไอ้ตัวที่เกาะอยู่บนไหล่คุณมันหักคอคุณตอนนี้"
ธันวาเสียงเข้มขึ้น ดวงตาคมกริบไม่ได้มองหน้ากะทิ แต่มองข้ามไหล่บางของเธอไปด้านหลัง ใบหน้าที่เคยติดกวนประสาทกลับเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นชาจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวในห้องนอนอุณห็ภูมิลดฮวบลงทันทีจนขนลุกซ่า กะทิไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองตาม สายตาของเธอถูกตรึงไว้กับแผงอกกว้างของคนที่ยืนประชิดตัวเข้ามาจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมผสมกับกลิ่นแดดสะอาดๆ บนเสื้อผ้าของธันวา ลอยเข้ามาแตะจมูก ทอนความน่ากลัวของภูตผีปีศาจรอบตัวให้กลายเป็นความสั่นสะท้อนแปลกๆ ในช่องท้อง หัวใจเจ้ากรรมที่เพิ่งหายจากการเต้นระบำเพราะกลัวผี กลับมาเต้นโครมครามอีกครั้ง... ด้วยเหตุผลที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า
"ธัน... ธันวา..." กะทิเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงสั่น หูอื้ออึงไปหมด
"เงียบก่อน... มันกำลังมองมา" ธันวาขยับตัวเข้ามาบังร่างของกะทิไว้มิดชิด มืออีกข้างล้วนวัตถุมงคลสีดำสนิทชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กลิ่นอายพลังงานประหลาดปะทะเข้าหากันจนเกิดเสียงเปรี๊ยะเบาๆ ในอากาศ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องนอนชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งคู่ที่รดรินอยู่ใกล้กันจนแทบจะหลอมรวมเป็นลมหายใจเดียวกัน กะทิหลับตาปี๋ซบหน้าลงกับอกเสื้อของธันวาโดยไม่รู้ตัว ความกลัวผีสางนางไม้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนสมองประมวลผลไม่ทัน
และในจังหวะที่ธันวากำลังจะท่องคาถาขับไล่พลังงานชั่วร้ายที่ตามติดกะทิมานั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากอินสตาแกรมส่วนตัวของกะทิ ที่ถูกส่งเข้ามาตรงเวลาพอดิบพอดี
*[แชตใหม่จาก IG: Unknown_Spirit]*
"ระวัง... คนที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณตอนนี้ อาจจะไม่ใช่คนเป็น... แต่เป็นคนที่แอบรักคุณมานานจนยอมตายแทนได้นะกะทิ"
ธันวาชะงักกึก ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำของหญิงสาวในอ้อมแขน ขณะที่กะทิเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สุดท้าย... เธอก็เผลอหลุดปากพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความลืมตัวว่า
"นาย... แอบรักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยธันวา?!"
......................................................................
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างความหลอนปนฟินนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 4
อย่าห้าวถ้าไม่พร้อม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!