หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของกะทิสั่นระรัวจนแทบจะหลุดจากอุ้งมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ แสงสีฟ้าจากไอจีสตอรีสาดกระทบใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ จากบัญชีปริศนาที่ไม่มีตัวตนยังคงติดตรึงอยู่บนหน้าจอ—*“ขุดหลุมรอไว้ทำไม... ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนจอง?”*—และประโยคสั้นๆ นั้นกำลังกรีดแทงสติสัมปชัญญะของเธoให้แหลقสลายเป็นจุล ท่ามกลางความมืดมิดของป่าช้าหลังวัดที่ถูกห่อหุ่มด้วยไอเย็นยะเยือกของยามวิกาล
"ธะ... ธันวา! นายดูนี่ดิ! ฮือออ ฉันบอกแล้วว่าที่นี่มันแปลกๆ ตั้งแต่ต้นแล้ว ทำไมเราต้องมาขุดหลุมอะไรตอนเที่ยงคืนด้วยเล่า!" กะทิหวีดร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งคว้าแขนเสื้อของสัปเหร่อหนุ่มไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก เล็บยาวๆ จิกผ่านเนื้อผ้าจนธันวาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวดปนระอา
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ไอสีขาวพวยพุ่งออกมาจากปากตามจังหวะการหายใจ เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกตกใจเหมือนอินฟลูเอนเซอร์สาวปากแจ๋วข้างกายเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปสีดำหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะปรายตามองไปยังหลุมศพที่สามซึ่งเพิ่งขุดเสร็จหมาดๆ หลุมดินลึกเกือบสองเมตรที่อ้าปากรอรับแขกไม่ได้รับเชิญ
"จะโวยวายทำไมนักหนากะทิ ยิ่งเสียงดังระวังผีจะคิดว่าเธอมาสมัครเป็นเพื่อนเล่นด้วยนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่จงใจกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนบรรยากาศชวนขนหัวลุก "อีกอย่าง นี่มันงานพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณนะ ไม่ใช่กองถ่ายรายการผีบ้าบอของเธอ จะได้มาแหกปากโวยวายตามใจชอบ"
"นี่นายยังมีอารมณ์มาเล่นมุกอีกเหรอห๊ะไอ้สัปเหร่อหน้าตาย!" กะทิแว้ดกลับทันควัน ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโมโหชั่วขณะ แต่น้ำเสียงที่สั่นเครือและร่างที่สั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังกลัวจนแทบจะฉี่ราดกางเกงอยู่รอมร่อ "มองไม่เห็นหรือไงว่าข้อความมันเตือนเรา! หลุมนั้น... หลุมที่สาม... ไม่มีป้ายชื่อ! แล้วไอ้ข้อความบ้าๆ นั่นมันส่งมาจากไหน ในป่าช้าไม่มีสัญญาณเน็ตด้วยซ้ำ ทำไมเครื่องฉันถึงแจ้งเตือนวะ!"
ธันวาหุบยิ้มกวนๆ ลงทันทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาคลอเบ้าอยู่
ในดวงตากลมโตคู่นั้น แม้ปากจะเก่งและหาเรื่องเถียงเขาได้ตลอดเวลา แต่เวลานี้กะทิกำลังขาสั่นพับๆ จนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นดินแฉะๆ ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่ถือจอบอยู่ผ่อนแรงลงเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปควི་โทรศัพท์มือถือจากมือบางที่กำลังสั่นระริกมาถือไว้เสียเอง
"ยื่นมือเย็นเฉียบเป็นปลาทูแช่แข็งมาให้ฉันทำไม ปล่อยแขนเสื้อได้แล้ว ยับหมด" ธันวาบ่นอุบอิบ แต่กลับขยับตัวเข้าไปยืนขนาบข้างเธอให้ใกล้ขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อบังลมหนาวที่พัดโชยกลิ่นอับชื้นของดินและซากธูปเทียนเข้ามาปะทะร่าง
"ก็... ก็มันกลัวนี่หว่า..." กะทิเสียงอ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นใจยามอยู่หน้ากล้องสมาร์ตโฟนบัดนี้ซุกเข้ากับไหล่กว้างของคนตัวสูงกว่าอย่างลืมตัว ความถือดีทิฐิที่มีมลายหายไปสิ้นเมื่อความมืดรอบตัวเริ่มส่งเสียงกระซิบแปลกๆ ทั้งเสียงใบไม้ไหวที่ดังผิดธรรมชาติ และเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังอื้ออึงอยู่รอบหลุมศพที่สาม
"ทีตอนบอกว่าจะตามมาไลฟ์สดเรียกเรตติ้ง ปากดีเหลือเกินนะแม่คุณ" ธันวาอดไม่ได้ที่จะแขวะเบาๆ แต่สัมผัสจากมือหนาที่ยกขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ กลับอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ "บอกให้อยู่บนศาลาวัดดีๆ ดื้อเอง ช่วยไม่ได้"
"ฮือออ นายอย่าซ้ำเติมฉันได้ไหมเล่า! ถ้ารู้ว่าผีไอจีมันจะโหดขนาดนี้ ฉันยอมจ้างช่างภาพร้อยคนก็ไม่มาเหยียบป่าช้าแกหรอก!" กะทิสะอื้นฮัก ปากก็บ่นงุมงำซุกหน้าลงกับอกเสื้อของธันวาแน่นขึ้น ความอบอุ่นจากร่างกายของสัปเหร่อหนุ่มช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บจากวิญญาณรอบตัวได้ดีอย่างประหลาด แม้ปากจะบอกว่าเหม็นกลิ่นธูปกลิ่นดิน แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าแผ่นอกของหมอนี่คືที่พึ่งเดียวที่ปลอดภัยที่สุดในรัศมีร้อยเมตร
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสะอื้นเบาๆ และความอบอุ่นจากร่างเล็กที่แนบชิด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามวิสัยของคนที่ไม่เคยกลัวอะไรในป่าช้า กลับเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนน่ารำคาญ เขาอยากจะผละออกแล้วดุเธอให้เลิกทำตัวติดหนึบเสียที แต่พอเหลือบไปเห็นดวงตาแดงก่ำที่เงยขึ้นมามองเขาด้วยความเวทนาและหวาดกลัว... คำพูดตัดพ้อทั้งหมดก็กลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น
"เออๆ เลิกงอแงได้แล้วน่า" ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือข้างหนึ่งโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อประคองไม่ให้เธอทรุดลงไปนั่งกับพื้น "ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว พิธีล้างอาถรรพ์มันต้องทำต่อให้จบ ถ้าผีมันอยากได้หลุมนัก... เดี๋ยวฉันจัดการเอง"
"จัดการ? จัดการยังไงวะ นายจะเอาตัวกระโดดลงไปนอนแทนเหรอ!" กะทิโวยวายลั่น ตาโตเท่าไข่ห่าน
"พูดจาอัปมงคลจริงนะเธอเนี่ย" ธันวาค้อนขวับ "หมายถึงฉันจะทำพิธีปักหมุดสะกดวิญญาณตรงหลุมนั้นต่างหากเล่า อยู่เงียบๆ แล้วยืนอยู่ข้างหลังฉัน ห้ามมองไปที่หลุมนั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
กะทิพยักหน้ารัวๆ ยอมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายเป็นครั้งแรกในชีวิต มือเล็กๆ กำชายเสื้อยืดสีดำของธันวาไว้แน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ขณะที่สัปเหร่อหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ แล้วหยิบธูปดำเกวดดอกขึ้นมาจุดไฟ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากไฟฉายคาดหัว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ธันวาปักธูปดอกแรกกลงบนดินปากหลุมศพที่สาม เสียงแจ้งเตือนจากอินสตาแกรมในโทรศัพท์มือถือของกะทิที่ธันวายัดใส่กระเป๋าเสื้อกั๊กไว้ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง...
*ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา... แต่มันเป็นเสียงส่งข้อความตรง (Direct Message) ที่ระบุชื่อบัญชีผู้ส่งชัดเจนแจ่มแจ้ง—
**"Kathi_Official"** ส่งข้อความถึงคุณ: *"ข้างหลังนาย... อร่อยดีนะ ขอชิมคำนึงได้ไหม?"*
ธันวาและกะทิตัวแข็งทื่อพร้อมกัน ขนกายลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านร่าง ทั้งคู่ค่อยๆ หันขวับกลับไปมองความมืดสนิทด้านหลังของหลุมศพที่สาม... และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น... คือเงาสงάของร่างใครบางคนกำลังยืนยิ้มกว้างจนถึงใบหูอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความหลอนและเสียงหัวเราะมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 6
คืนปล่อยผีในป่าช้าเก่า
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!