"ไอ้ธันวา! มึงห้ามปล่อยมือเด็ดขาดนะ ถ้ามึงปล่อยกูจะแช่งให้มึงไปเกิดเป็นไส้เดือนดินในป่าช้านี่จริงๆ ด้วย!"
กะทิแผดเสียงแหบพร่าในลำคอ มือเรียวที่สั่นเทาราวกับลูกนกจิกเข้าที่แขนเสื้อของสัปเหร่อหนุ่มจนแทบฉีกขาด เธอหลับตาปี๋ ร่างกายแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างของธันวาที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นท่ามกลางบรรยากาศวังเวงใต้ต้นไทรใหญ่
"พูดมากน่ากะทิ... ถ้ามึงยังไม่หยุดเขย่าแขนกู วิญญาณตรงหน้าเขาจะรำคาญจนจับมึงไปกินแทนกูเอาได้นะ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบอมยิ้มให้กับความขี้กลัวจนตัวสั่นของคนข้างหลัง แต่เขาก็ยอมขยับตัวไปบังร่างเล็กไว้มิด
เงาสีดำทมิฬที่ยืนฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูใต้ต้นไทรไม่ได้ขยับเขยื้อน มันแค่จ้องมองมาด้วยดวงตาที่กลวงโบ๋ กลิ่นธูปหอมอบอวลแปลกประหลาดลอยฟุ้งเข้ามาปะทะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นเหม็นเน่าอย่างที่กะทิจินตนาการไว้ มันกลับเป็นกลิ่นไม้หอมที่ทำให้รู้สึกสงบอย่างประหลาด
"เฮ้ย... มึงดูดิ" ธันวากระซิบ สั่งให้กะทิลืมตาขึ้น
"ไม่! กูไม่ดู! ผีมันยิ้มถึงหูแบบนั้น มึงจะให้กูดูเพื่ออะไร เอาตาไปไว้ที่ไหนคะสัปเหร่อ!"
"กะทิ... ดูดีๆ ดิ" ธันวาดึงมือที่ปิดตาเธอออกช้าๆ อย่างนุ่มนวล "เขาไม่ได้จะทำร้ายเรา"
กะทิค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างหวาดระแวง ภาพที่เห็นไม่ใช่ผีร้ายที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่ แต่เป็นชายชราในชุดชาวบ้านธรรมดาที่ดูคุ้นตา เขากำลังยืนถือพวงมาลัยดอกมะลิเก่าๆ ไว้ในมือ ดวงตาที่เคยดูน่ากลัวเมื่อครู่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้ง
"ลุงสมหมาย..." ธันวาเอ่ยชื่อเบาๆ "ลุงมาทำอะไรที่นี่ครับ ดึกดื่นขนาดนี้มันอันตรายนะ"
ชายชราไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ยกพวงมาลัยในมือขึ้นชูให้ดู ก่อนจะชี้ไปที่หลุมศพที่สามที่กะทิกับธันวากำลังยืนอยู่ แล้วค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศราวกับควันธูปที่ถูกลมพัดจนจางหายทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน
กะทิอ้าปากค้าง ความกลัวที่มีมลายหายไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความงุนงง "นี่สรุปคือ... เขาแค่มาหาเมียเขาเหรอ?"
"อืม... ลุงสมหมายแกเสียไปเมื่อปีที่แล้ว แต่แกสัญญาว่าจะเอาพวงมาลัยมาวางให้ยายทุกคืนวันพระ" ธันวาตอบพลางหันมามองกะทิที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดเหลือเพียงความประหม่าที่เข้ามาแทนที่ "เห็นไหม? ผีไม่ได้มีแต่ภาพน่ากลัวอย่างที่มึงมโนในไอจีหรอกนะ บางทีเขาก็แค่คนที่ยังห่วงใยใครบางคนอยู่"
"ก็... ก็ใครจะไปรู้ล่ะ! หน้าเขาน่ากลัวจะตายตอนแรกอะ" กะทิรีบแก้ตัว เสียงเริ่มกลับมาเป็นปกติ "แล้วมึงล่ะ... ทำไมไม่กลัวเลยสักนิด? เมื่อกี้เขาฉีกยิ้มกว้างขนาดนั้น มึงยังยืนนิ่งเป็นพระเอกหนังผีได้ไง?"
ธันวาหันกลับมาเผชิญหน้ากับกะทิ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้กะทิสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา "เพราะกูรู้ว่าถ้าผีมันจะทำอะไรมึงจริงๆ กูจะไม่มีวันปล่อยให้มันแตะตัวมึงได้หรอก... กะทิ"
หัวใจของอินฟลูเอนเซอร์สาวกระตุกวูบ เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวท่ามกลางลมเย็นของป่าช้า "พะ...พูดจาอะไรเนี่ย! อย่ามาหยอดแถวนี้ มันไม่ใช่ที่ที่จะมาทำคะแนนนะอีสัปเหร่อ!"
"ทำคะแนนอะไร? กูพูดเรื่องจริง" ธันวายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่กะทิออกอย่างเบามือ สายตาคมคายจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "หรือมึงเขิน?"
"เขินบ้านมึงสิ! กูแค่กลัวจนเลือดลงเท้าเฉยๆ!" กะทิโวยวายกลบเกลื่อนแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอินสตาแกรม หวังจะถ่ายสตอรี่แก้เขิน แต่ทันใดนั้น หน้าจอที่ควรจะใช้งานได้ปกติกลับสั่นรัว
*แจ้งเตือนจาก IG: คุณได้รับข้อความจาก 'ผู้ติดตามนิรนาม'*
กะทิกดเข้าไปดูด้วยหัวใจที่เต้นรัว ข้อความนั้นไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นรูปถ่ายของเธอและธันวาที่ยืนอยู่ใต้ต้นไทรเมื่อครู่นี้... ในมุมที่ไม่มีใครถ่ายได้ นอกจากคนที่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา!
"ธันวา..." กะทิเสียงสั่น "มึงดูนี่..."
ธันวาชะโงกหน้าเข้ามาดูข้อความในหน้าจอ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความที่พิมพ์ต่อท้ายรูปภาพนั้น
*‘ความรักที่เกิดขึ้นในที่ของคนตาย... จะมีชีวิตรอดได้นานแค่ไหนกันนะ?’*
กะทิรีบกดปิดหน้าจอด้วยความตกใจ แต่ทว่าหน้าจอโทรศัพท์ของเธอกลับไม่ยอมดับ มันฉายภาพกล้องหน้าขึ้นมาแทนที่ และในภาพนั้น... ด้านหลังของธันวา มีเงาสีดำทมิฬร่างเดิมกำลังยืนซ้อนหลังเขาอยู่ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของธันวา... ราวกับกำลังจะบอกให้เขา ‘เงียบไว้’!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางที่แสนวุ่นวายและขนหัวลุกของกะทิกับธันวานะคะ ขอให้รี้ดทุกคนหลับฝันดีและไม่เจอผีหลอกตอนกลางคืนนะคะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 7
กลิ่นธูปที่คุ้นเคย
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!