เสียงกรีดร้องของกะทิไม่ได้ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเธอเองด้วยซ้ำ มันดังอื้ออึงอยู่ในหัว สมองประมวลผลช้ากว่าความกลัวที่พุ่งทะยานขึ้นไปแตะขีดสุดเมื่อหน้าจอสมาร์ทโฟนยังคงสว่างวาบ ภาพสะท้อนจากกล้องหน้าไม่ได้มีแค่ใบหน้าซีดเผือดของเธอ แต่เป็นเงาสีดำทมิฬที่ทาบทับอยู่บนร่างของธันวา—สัปเหร่อหน้าใสผู้ซึ่งตอนนี้กำลังหันหลังให้เธอ และนิ้วเรียวยาวสีดำสนิทของภูตผีตนนั้นกำลังแตะแนบอยู่บนริมฝีปากของเขา ราวกับจะส่งสัญญาณเตือนภัยมรณะว่า *‘อย่าส่งเสียง’*
"ธะ... ธันวา!" กะทิหวีดลั่น ลืมตัวจนเผลอปัดโทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น ไลฟ์สดที่มียอดผู้ชมหลักหมื่นคนกำลังคอมเมนต์เลื่อนไหลเป็นร้อยเป็นพันข้อความด้วยความตื่นตระหนก บ้างก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น บ้างก็ส่งสติกเกอร์หน้าตกใจรัวๆ แต่เธอบัดนี้ไม่สนใจยอดวิวหรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอะไรทั้งสิ้น สมองมีแค่ภาพเงาดำทะปี๋ที่กำลังโน้มใบหน้าเข้าใกล้ท้ายทอยของชายหนุ่ม
"อะไรของคุณเนี่ย เสียงดังโวยวายแต่หัวค่ำ ผีหลอกหรือไง?" เสียงทุ้มต่ำของธันวาตวัดกลับมาทันทีด้วยความหงุดหงิดตามประสาคนปากจัด เขายังคงยืนหันหลังงبيอยู่ตรงโต๊ะทำงาน จัดเตรียมอุปกรณ์จัดไลฟ์ที่กะทิลากให้เขามาช่วยเซ็ตระบบให้ตั้งแต่แรก โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าความหนաբางของความตายกำลังยืนคั่นกลางระหว่างอากาศธาตุกับแผ่นหลังของเขา
"แก... แกห้ามขยับนะ!" กะทิเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวจนแทบจะก้าวขาไม่ออก เธอยกมือขึ้นชี้สั่นๆ ไปที่ด้านหลังของเขา พยายามจะถอยหลังกรูดแต่สะดุดขาตัวเองจนล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นพรม
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น หันขวับกลับมามองด้วยความรำคาญใจเต็มประดา "เป็นบ้าอะไรอีก ยัยกะทิ ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย... เฮ้ย!"
คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อเขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตา และในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเข้ามาประคอง แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้นสาดส่องกระทบมุมห้อง ทำให้เขาชะงักกึก—อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมเย็นยะเยือกพัดวนจนเส้นผมที่หน้าผากปลิวไสว ทั้งๆ ที่หน้าต่างและประตูห้องปิดสนิท
เงาดำที่เคยซ้อนหลังธันวาเมื่อครู่ บัดนี้ผละออกจากร่างของเขาอย่างช้าๆ มันเคลื่อนตัววับหายเข้าไปในมุมมืดของห้อง ก่อนจะปรากฏร่างใหม่อีกครั้งที่ปลายเตียงนอน ร่างนั้นสูงโปร่งและคุ้นตาจนกะทิและธันวาต้องเบิกตากว้างพร้อมกัน มันคือร่างเงาของวิญญาณตนเดิมที่ตามรังควานในไอจีผีสิง ทว่าคราวนี้... มันไม่ได้มาแค่เงา แต่มันมี "เสียง"
*"มึง... แย่งของกู..."*
เสียงแหบพร่าเหมือนคนจมน้ำตายดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท ไม่ใช่แค่เสียงกระซิบผ่านแชทอีกต่อไป แต่มันดังมาจากความว่างเปล่ารอบตัวจนแก้วหูแทบปริแตก กะทิกรี๊ดลั่นบ้าน ยกมือขึ้นปิดหูแน่น ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า *'ตายแน่ๆ'*
แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนที่ใครต่อใครต่างก็วิ่งหนีเอาตัวรอด ธันวากลับไม่ได้เป็นแบบนั้น
สัปเหร่อหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แววตาที่เคยฉายแววกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยว เขาก้าวฉับๆ เข้ามาขวางกะทิไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง มือหนาคว้าขวดน้ำมนต์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอขึ้นมาเปิดฝาอย่างรวดเร็ว
"จะกลัวอะไรนักหนalyวะ แค่ผีเปรตหน้าเก่าตัวเดียว!" ธันวาตะคอกใส่ความกลัวด้วยเสียงห้าวหาญ แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับของเขาก็ตามที "เก่งนักไม่ใช่เหรอไอจีมูเตลูเนี่ย ทำไมเจอของจริงแล้วหดหัวเป็นเต่าแบบนี้!"
"ก็ฉันกลัวนี่หว่า! ไอ้งั่ง! มันไม่ได้น่ารักเหมือนน้องกุมารนะเว้ย!" กะทิโวยวายกลับทั้งน้ำตา มือข้างหนึ่งเอื้อมไปควชายเสื้อยืดของธันวาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายวับไปกับตา แรงกำที่เนื้อผ้าแน่นจัดสะท้อนความกลัวที่เกาะกุมหัวใจเธอจนแทบแหลกสลาย
ผีร้ายส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนจนกระจกหน้าต่างสั่นสะท้อน ร่างสีดำทมิฬพุ่งทะยานเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนด้วยความเร็วแสง บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก กะทิหลับตาปี๋ซุกหน้าเข้ากับแผ่นหลังของธันวาแน่น พร้อมกับส่งเสียงร้องอื้ออึงในลำคอด้วยความตื่นตระหนก
"ยัยตัวแสบ... หลับตาแล้วจับชายเสื้อฉันไว้แน่นๆ อย่าปล่อยเด็ดขาด" เสียงกระซิบของธันวาที่ดังอยู่เหนือศีรษะมีความนุ่มนวลและจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเป็นน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง ท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้
ก่อนที่วิญญาณร้ายจะพุ่งชน ธันวาก็สาดน้ำมนต์ในมือออกไปสุดแรงเกิดพร้อมกับท่องคาถาสัปเหร่อที่ได้รับการฝึกฝนมา เสียงสวดมนต์ทุ้มต่ำทรงพลังดังก้องกังวาน แสงสีทองจางๆ เปล่งประกายวาบขึ้นจากหยดน้ำมนต์ที่ปะทะกับร่างเงาสีดำ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระคนกันจนแสบแก้วหู ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นควันสีดำแล้วจมหายลงไปในพื้นห้อง
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง... เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ในห้องนอนที่ตอนนี้เละเทะไม่เป็นท่า
กะทิค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ หัวใจยังคงเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอมองแผ่นหลังของคนที่ยืนบังเธอไว้ตลอดเวลา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างน่าประหลาด
"ธันวา..." กะทิเอรียกชื่อเขาเสียงแผ่วเบา มือที่กำชายเสื้อเขาอยู่ค่อยๆ คลายออก
ธันวาหันกลับมามองเธอ ใบหน้าคมคายนั้นยังมีร่องรอยของความตึงเครียด แต่แววตาที่มองเธอกลับฉายแววโล่งอกอย่างปิดไม่มิด เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับเธอที่ยังนั่งกองอยู่บนพื้น ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ
"ลุกขึ้นได้แล้ว ยัยตัวแสบ... ขาสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนี้ เดี๋ยวผีมันก็นึกว่าเธอเป็นพวกเดียวกันหรอก" ปากก็ยังคงกวนประสาทไม่เปลี่ยน แต่ทว่าแววตาและรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขากลับอบอุ่นเสียจนกะทิรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า
กะทิเม้มปากแน่น ความเขินอายตีรวนขึ้นมากลบความกลัวจนหมดสิ้น เธอยื่นมือไปจับมือหนาของเขาเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นยืน แต่ทว่า... ในจังหวะที่มือทั้งสองสัมผัสกัน จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้นซึ่งควรจะดับสนิทไปแล้ว กลับส่งเสียงแจ้งเตือน ‘ติ๊ง!’ ขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน!
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว ก้มมองลงไปที่หน้าจอพร้อมกัน และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเวลานั้น... ไม่ใช่คอมเมนต์จากคนดูไลฟ์สด และไม่ใช่ข้อความจากไอจีผีสิง...
แต่มันคือข้อความแชทส่วนตัวจากบัญชีปริศนาที่ส่งตรงถึงโทรศัพท์ของธันวา โดยระบุข้อความสั้นๆ ว่า...
*"ขอบคุณนะ... ที่ส่ง ‘เมีย’ มาให้กูแทน"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและอมยิ้มไปกับความป่วนนี้ด้วยกันนะคะ!
สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 8
อินฟลูฯ ผีเข้า
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!