สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง•ตอนที่ 20

หึงผีหรือหึงคน

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงคะว่าวิญญาณตนนั้นไม่ได้น่ากลัวเท่าหน้าตาคุณตอนนี้หرอกค่ะคุณธันวา ถอยไปเลยนะ จะยืนบังทำไมเนี่ย!" กะทิแหวลั่นพลางใช้มือผลักไหล่กว้างของสัปเหร่อหนุ่มที่จงใจก้าวมาขวางเธอไว้เสียมิดชิด ร่างโปร่งของหญิงสาวพยายามชะเง้อมองผ่านไหล่หนาไปยังทางเดินเข้าศาลาวัดในยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวตอนนี้วังเวงจนน่าขนลุก ลมหนาวระลอกใหญ่พัดกวาดใบไม้แห้งให้ไหวระรื่น พร้อมๆ กับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนหน้าศาลาเรื่อยๆ ไม่ใช่ผีที่ไหนหรอกค่ะ... แต่เป็น 'พี่กรณ์' อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มหล่อสายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และที่พีคยิ่งกว่าคือ อินสตาแกรมของพี่กรณ์ยังคงอัปเดตสตอรี่รัวๆ ทั้งๆ ที่ร่างของเจ้าตัวนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพหลังวัดมาสามวันแล้ว! "ไม่ต้องชะ้อเลยคุณ ยืนข้างหลังผมเนี่ยแหละ" ธันวาเอ่ยเสียงเข้ม สีหน้าเรียบตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งโปร่งแสงของชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวสัปเหร่อหนุ่มชนิดที่เรียกว่าต่อให้เป็นคนตาบอดก็ยังสัมผัสได้ "อะไรของคุณเนี่ยธันวา พี่กรณ์เขากำลังจะเดินมาหาเรานะ... แว้ก! มองแรงใส่ฉันทำไมเล่า!" กะทิสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกธันวาหันขวับมามองค้อนด้วยสายตาที่ถ้าแปลงเป็นมีดได้ เธอคงพรุนไปทั้งตัวแล้ว "ก็ไม่ได้มองคุณ... มอง 'ผี' ต่างหาก หน้าตาดีนักรึไง ถึงได้ทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มใส่ขนาดนั้น" ธันวาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ มือหนาคว้าข้อมือเล็กของกะทิมาดึงหลบมาอยู่ด้านหลังของตัวเองอย่างถือวิสาสะ ท่าทีแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบไม่เกรงใจภูตผีปีศาจทำเอาอินฟลูเอนเซอร์สาวถึงกับอ้าปากค้าง "นี่! อย่ามาพาลนะคุณธันวา พี่กรณ์เขากำลังจะมาเตือนเรื่องสำคัญต่างหากเล่า... อ๊ะ! สวัสดีค่ะพี่กรณ์" กะทิชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังสัปเหร่อหนุ่ม ส่งยิ้มแห้งๆ ให้วิญญาณหนุ่มหล่อที่ตอนนี้ยืนส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้เธอเช่นกัน ทว่า... ธันวากลับก้าวเท้าขยับตามไปบังเธอไว้อย่างรวดเร็วราวกับเล่นเก้าอี้ดนตรี สีหน้าของสัปเหร่อหน้าใสบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกวาดมองวิญญาณหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่เป็นมิตรสุดๆ *(ติ๊ง!)* เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกางเกงของกะทิดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันและลมหายใจระทึก กะทิแอบชำเลืองมองหน้าจอแชทที่สว่างวาบขึ้นมา **ธันวา (สัปเหร่อสุดหล่อ):** *เลิกทำตาหวานใส่ผีตัวนั้นได้แล้วครับ ถ้ายังไม่เลิกผมจะเอาสายสิญจน์มัดติดกับคุณไว้ตลอดสามวันสามคืนจริงๆ ด้วย* กะทิเหลือบมองเจ้าของแชทที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ สลับกับหน้าจอโทรศัพท์ มุมปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นยิ้ม ความกลัวผีที่เคยมีเมื่อครู่ราวกับถูกปัดเป่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนร้อนผ่าว "น้องกะทิครับ..." เสียงนุ่มทุ้มของวิญญาณหนุ่มเอ่ยขึ้น เรียกสติของหญิงสาวให้กลับมาที่สถานการณ์ตรงหน้า "คะ... พี่กรณ์?" กะทิขานรับเสียงสั่น พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่โหมดหวาดผีอีกครั้ง แต่ดูเหมือนมันจะยากเหลือเกินในเมื่อธันวายังคงยืนกอดอกแผ่รังสีอำมหิตใส่ผีหนุ่มไม่เลิก "พี่แค่อยากจะมาเตือน... ระวังตัวไว้นะครับ คนที่อยู่ข้างๆ น้องตอนนี้... อันตรายกว่าผีอย่างพี่เสียอีก" วิญญาณหนุ่มยิ้มมุมปากนิดๆ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ธันวา ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะค่อยๆ เลือนหายไปกับสายลมยามดึก ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ กะทิกระพริบตาปริบๆ หันขวับไปมองสัปเหร่อหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากลับขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้พยายามจะทำฟอร์มตีสีหน้าดุใส่เธอก็ตาม "พูดบ้าอะไรของมัน ผีเวรนี่... หาว่าผมอันตรายกว่าเหรอ เดี๋ยวเหอะ พรุ่งนี้จะสวดส่งให้ไปผุดไปเกิดเร็วกว่ากำหนดซะเลยนี่!" ธันวาบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย พลางเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาจับผิดของหญิงสาว กะทิหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามมองท่าทางเก้ๆ กังๆ ของคนปากแข็ง "แหม... หึงแม้กระทั่งกับผีเลยเหรอคะคุณธันวา เนี่ย... พี่กรณ์เขายังเตือนเลยนะว่าคุณน่ะอันตราย" "ใครหึง! ผมไม่ได้หึง!" ธันวาโพล่งขึ้นทันที น้ำเสียงสูงปรี๊ดจนผิดวิสัยหนุ่มนิ่งขรึม "ผมแค่... กลัวคุณจะโดนผีหลอกจนสติหลุดต่างหากเล่า หน้าตาแบบนั้นน่ะ มันไว้ใจได้ที่ไหนกัน" "เหรอคะ? แต่เมื่อกี้ฉันเห็นใครบางคนทำหน้าเหมือนอยากจะกระโดดกัดคอผีหนุ่มรูปหล่อซะด้วยซ้ำนะ" กะทิแกล้งแซว พลางขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากตัวของสัปเหร่อหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเย็น ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหันมาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่เป็นประกายล้อเลียนนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบวัดที่ขับกล่อมบรรยากาศให้ยิ่งดูเป็นใจ มือหนาที่เคยกำแน่นด้วยความหงุดหงิดค่อยๆ คลายออก ก่อนจะเอื้อมมาเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "ปากเก่งนักนะคุณกะทิ... ระวังตัวเถอะ วันไหนถ้าผมเกิดทนความกวนประสาทของคุณไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ ผมจะจับคุณขังไว้ในห้องเก็บศพไม่ให้กลับบ้านเลยคอยดู" "อุ๊ย! น่ากลัวจังเลยค่ะ สัปเหร่อใจร้าย!" กะทิแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดหน้าอกทำท่าตกใจ แต่รอยยิ้มกว้างที่ระบายอยู่บนใบหน้ากลับฟ้องชัดเจนว่าเธอไม่ได้กลัวคำขู่บ้าๆ นั่นเลยแม้แต่น้อย ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่ต้องสะดุดกึกลงทันที เมื่อจู่ๆ ไฟนีออนดวงใหญ่หน้าศaลาวัดเกิดกระพริบติดๆ ดับๆ ส่งเสียงฮัมต่ำๆ ในลำคอ ก่อนจะดับวูบลงสนิท ทิ้งให้บริเวณนั้นจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมา และความมืดนั้นเอง ก็ทำให้กะทิสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งตรงเข้ามาประชิดแผ่นหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างใบหู... *"เจอ... ตัว... แล้ว..."* ทางด้านธันวาที่ยืนอยู่ใกล้กัน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่รุนแรงและมืดมนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มือหนาคว้าข้อมือของกะทิกระชากเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาทีเพื่อปกป้อง แต่ทว่า... ในความมืดมิดนั้น ร่างของกะทิกลับถูกกระชากหลุดมือเขาไปอย่างแรงโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว! "กะทิ!" ธันวาตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง พลางคว้าคว้างในความว่างเปล่า หัวใจของสัปเหร่อหนุ่มกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "เสียงกระซิบยามดึก" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สัปเหร่อหน้าใสกับไอจีผีสิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%