"ดึกมากแล้วนะพิม... พาเด็กๆ เข้านอนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเคลียร์เรื่องเอกสารฟ้องร้องของคุณปรัตถ์ต่อเอง รับรองว่าเราจะไม่ยอมเสียเปรียบเขาแม้แต่นิดเดียว..."
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของภานุที่ดังลอดผ่านเครื่องมือสื่อสารในช่วงดึกดื่น ไม่ได้ทำให้พิมพรรณรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางมรสุมชีวิต หากแต่กลับเป็นเสมือนหลักยึดเหนี่ยวอันมั่นคง ในวันที่เธอเลือกแล้วว่าจะก้าวเดินออกมาจากกรงทองที่เคยขังวิญญาณเธอไว้ให้เหือดแห้งตายทั้งเป็น
หญิงสาวทอดสายตามองลูกชายและลูกสาวฝาแฝดวัยสามขวบ—น้องไปป์และน้องปั้น—ที่กำลังนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงกว้าง แก้มยุ้ยทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อตามประสาเด็กสุขภาพดี ใบหน้านั้น... ช่างถอดแบบมาจากบิดาผู้เย็นชาคนนั้นเสียเหลือเกิน จนบางครั้งหัวใจของคนเป็นแม่ก็อดที่จะกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดร้าวรานไม่ได้
สามปีที่ผ่านมา เธอต้องกลืนกินหยาดน้ำตาและความรู้สึกไร้ค่า เพื่อแลกกับการเลี้ยงดูแก้วตาดวงใจทั้งสองคนให้เติบโตมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยปราศจากเงาของชายผู้เป็นสามีทางนิตินัย... ผู้ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะชายตากลับมามองว่าภรรยาและลูกน้อยมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร จนกระทั่งใบหย่าถูกยื่นไปตรงหน้า เขากลับคลุ้มคลั่งและปฏิเสธที่จะปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เพียงเพราะอีโก้และศักดิ์ศรีของผู้ชายขัตติยะ
"ขอบคุณมากนะภานุ... ถ้าไม่ได้คุณคอยช่วย ฉันคงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วค่ะ" พิมพรรณเอמהเสียงแผ่วเบา ขณะหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้ลูกน้อยทั้งสองอย่างทะนุถนอม
"เพื่อพิม ผมเต็มใจเสมอครับ... ราตรีสวัสดิ์นะ พักผ่อนเถอะ"
สายถูกตัดไปแล้ว ทว่าความเงียบงันภายในห้องนอนกลับยิ่งขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พิมพรรณสูดหายใจเข้าลึก
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานหรูหราเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ปรมัตถ์ วัฒนพงศ์ภักดี หรือ 'ปริ๊นซ์' ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและทรงอิทธิพล กำลังยืนจ้องมองภาพถ่ายครอบครัวใบเก่าที่ถูกคว่ำไว้บนโต๊ะทำงานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดระอุคุกรุ่น นัยน์ตาคมกริบทอประกายความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีทอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อนึกถึงคำพูดของทนายความส่วนตัวที่รายงานว่า... พิมพรรณภรรยาที่เขาเคยละเลย กำลังจะใช้กฎหมายฟ้องร้องเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาอย่างเด็ดขาด
"คุณกำลังจะไปจากผมจริงๆ ใช่ไหมพิม... ไม่มีทาง ผมไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า ปรมัตถ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความตระหนักรู้ ว่าเขากำลังจะสูญเสียผู้หญิงคนเดียวที่หัวใจด้านชาของเขากลับมาปรารถนาอย่างบ้าคลั่งในวันที่สายเกินไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท่าอากาศยานและสถานีรถไฟความเร็วสูงจังหวัดหัวเมืองใหญ่ทางภาคเหนือ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ปริ๊นซ์ต้องจำใจเดินทางมาตรวจราชการและเปิดสาขาใหม่ของบริษัทในเครือด้วยตนเอง แม้ใจจริงเขาอยากจะอยู่กรุงเพื่อตามล่าตัวอดีตภรรยามากกว่าก็ตาม ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป แว่นตากันแดดสีชาอำพรางใบหน้าคมคายดุดันแต่ทรงเสน่ห์จนผู้คนรอบข้างต้องเหลียวมองตามด้วยความหลงใหล
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามจังหวัดทำให้เขาตัดสินใจแวะพักผ่อนอิริยาบถ ณ โรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์ใหญ่ประจำจังหวัดในสัปดาห์นี้ ทว่า... ในจังหวะที่ก้าวผ่านล็อบบี้กว้างขวาง สายตาคมกริบโดยบังเอิญกวาดไปสะดุดเข้ากับร่างระหงของหญิงสาวคุ้นตาในชุดสูทกระโปรงสีครีมเรียบหรูที่กำลังยืนหันหลังคุยกับเจ้าหน้าที่โรงแรม
หัวใจของปรัตถ์กระตุกวูบ ร่างกายชะงักกึกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น... กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย ความโค้งเว้าของแผ่นหลังที่เขาเคยโอบกอด แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่สัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มจำเธอได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด
"พิม...?"
เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับไม่แน่ใจว่านี่คือภาพหลอนจากความปรารถนาอันแรงกล้าของตนเองหรือไม่
และก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวเข้าไปประชิดตัว ทันใดนั้นเอง... เสียงใสแจ๋วของเด็กเล็กๆ ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"คุณแม่ขา! น้องไปป์อยากกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีอันนั้นจังเลยครับ คุณแม่ซื้อให้หน่อยน้า..."
เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับปรัตถ์ไม่มีผิดเพี้ยน วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาดึงชายกระโปรงของพิมพรรณ พร้อมกับเด็กหญิงฝาแฝดอีกคนที่เดินตามมาติดๆ
ปรัตถ์ยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามกลางวันแสกๆ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน นัยน์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อภาพเด็กแฝดชายหญิงวัยสามขวบผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับแกะ ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า...
เด็กสองคนนั้น... ลูกของใครกัน?
เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างลืมตัว ลมหายใจสะดุดติดขัดในลำคอ และเมื่อพิมพรรณหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเย็นชาไร้เยื่อใย ประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคำถามนับพัน
"ไงคะ... คุณปรัตถ์ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคนที่นี่" พิมพรรณเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความหวั่นไหวเหมือนในอดีต รอยยิ้มมุมปากของเธอช่างเชือดเฉือนหัวใจคนมองจนแทบแหลقสลาย
และในวินาทีนั้นเอง ที่ปรัตถ์ตระหนักได้ว่า... เกมการแก้แค้นของภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้ง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเขา... ไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเธออีกต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เข็มฉายานิศ" ด้วยนะคะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน•ตอนที่ 7
การเดินทางบังเอิญ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องไห้ขอเมียคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!